หลบทำไมเล่า

1375 Words
ทันทีที่ยาหยีเดินเข้ามา บานประตูไม้หนาก็ปิดตัวลงกระทันหันเพื่อไม่ปล่อยให้บุคคลอื่นหรือแม้แต่ดวงวิญญาณใดย่างก้าวเข้ามาในสถานที่นี้ได้ แอดดดดด.. ปัง! "เฮือก!" ยาหยีสะดุ้งตกใจหนักจนเผลอปล่อยข้าวของในมือหล่นกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น อีกแล้วนะ! "มึงจะเอาใช่ไหม!?" ยาหยีตะหวาดลั่นห้องพลางเตะข้าวของที่หล่นพื้นอยู่อย่างไม่นึกเสียดาย ก่อนหน้านี้ที่ด่าไปเธอยังไม่มั่นใจสักเท่าไหร่ว่าในห้องนี้หรือแม้แต่ในโลกนี้มันจะมีผีอยู่จริงด้วยความที่ไม่ค่อยเชื่อเรื่องลี้ลับอยู่แล้ว ทว่าเป็นตอนนี้เองที่เธอชักเริ่มใจ ถึงยังไม่เต็มร้อยแต่ก็รู้สึกได้ว่ามันมีอะไรแปลกๆที่ไม่สามารถอธิบายได้ แต่หากถามว่าถ้ามีผีจริงๆเธอจะกลัวไหม ยาหยีขอตอบดังๆเลยว่า ไม่! ก็แค่วิญญาณจะไปกลัวอะไรและพลังงานรูปแบบหนึ่ง "เมื่อกี้ที่ทำแจกันแตกมึงเก็บรึยังเถอะอีผีเหี้ย นี่ยังจะสาระแนมาปิดประตูห้องกูแรงอีก ถ้าพังขึ้นมามึงมีปัญญาจะซ่อมไหม?!" เธอไม่กลัวเรื่องต้องเสียเงินซ่อมเองแต่เธอแค่ไม่ชอบใจ เป็นคนที่ค่อนข้างหวงพื้นที่ส่วนตัวไม่ว่าจะซื้อหรือจะเช่า ตราบใดที่เธอเป็นคนจ่ายมันก็เป็นสิทธิของเธอ ใครหน้าไหนจะมาทำอะไรตามใจชอบไม่ได้ จะคนจะผีอียาหยีก็ไม่อนุญาตทั้งนั้น! "ก่อนอื่นคือมึงต้องไปเก็บเศษแจกันให้ได้ก่อนนะ มีปัญญาไหมล่ะ ถ้าทำได้กูยอมให้มึงพังประตูเล่นละ.. เลย.." จะท้าผีให้ไปเก็บเศษแจกันให้ได้ก่อน เพราะหากเป็นแค่วิญญาณเป็นพลังงานก็คงทำอะไรแบบนี้ไม่ได้ แต่ในขณะที่นิ้วเรียวยาวชี้ล่กๆไปทางที่แจกันเคยหล่นลงมาแตกกระจัดกระจาย เมื่อสายตาพลันเห็นว่าตอนนี้มันสะอาดสะอ้านมากไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของวัตถุใดๆหลงเหลืออยู่ในบริเวณนั้น หันไปมองสำรวจทั่วห้องเผื่อว่าจะจำตำแหน่งผิดก็ไม่มีอีกเช่นกัน "หะ หายไปไหน?" จะว่าผีมาเก็บให้คงเป็นไปไม่ได้ ผีจะมีทำอะไรแบบนี้ได้อย่างไรในเมื่อเป็นแค่ดวงจิตเท่านั้น หรือจะว่าแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดให้ ก็ไม่น่าใช่อีก ที่นี่ไม่น่าจะมีแม่บ้าน ถึงมีก็คงไม่เข้ามาทำอะไรให้คนที่เข้าพักแบบนี้หากไม่มีการเรียกใช้ และที่สำคัญ ตั้งแต่เข้ามา นอกจากยามหนึ่งคนกับคนที่พาเธอเข้ามาพัก และเด็กสาวชื่อว่านคนเมื่อครู่ เธอก็ยังไม่เคยเจอใครอื่นเลยทั้งสิ้น ถ้าเช่นนั้น เป็นฝีมือของใครกัน.. ก็คนไม่เคยเชื่อเพราะไม่เคยเจอ พอได้เจอเรื่องแบบนี้ก็อดหวั่นใจขึ้นมาหน่อยๆไม่ได้ ไม่ได้กลัว แค่ตื่นเต้นมากราวกับว่ากำลังพบเจอกับเรื่องประหลาด "อยู่ในนี้เหรอ.. ผี ยังอยู่ไหม ถ้าอยู่จริงก็ออกมาให้เห็นหน่อยสิ เฮ้!" ร้องเรียกอยากให้ผีออกมาให้เห็นหน้าค่าตา ถ้าจะอยู่ร่วมกันจริงๆ ถ้าหากจะสิงห้องที่เธอเป็นคนจ่ายเงินเช่าก็ต้องมาให้เธอเห็นว่าเป็นใคร เป็นผีผู้หญิงหรือผู้ชาย หน้าตาเป็นแบบไหน แล้วตายยังไง อายุเท่าไหร่ ออกมาให้สัมภาษณ์เสียดีๆ "หลบทำไมเล่า ออกมาหน่อย อย่าให้ต้องโมโหนะจะพาไปปล่อยทิ้งจริงๆด้วย!" ยาหยีเดินเรียกผีลั่นห้องอย่างคนสนอกสนใจมาก กลัวเสียที่ไหน! แต่ในขณะเดียวกัน ร่างสูงที่ยืนอยู่โต้งๆตรงนี้ ตรงกลางห้องนี่ก็ทำได้แค่ถอนหายใจ กูหลบเสียที่ไหน ยืนหัวโด่อยู่เนี่ย! อยากให้เห็นฉิบหาย แต่ก็ไม่รู้จะต้องทำยังไง 'แล้วไอ้ประตูเวรนั่นก็เอาอีกแล้วนะ เสือกเปิดปิดตามอำเภอใจหาเรื่องให้กูโดนด่าฟรีอีกจนได้ มึงจะเอากับกูใช่ไหม ฮะ!' คนด่าผีส่วนผีหันไปด่าประตู "เฮ้อ!" คิดขู่ประตูไปอย่างนั้นแต่เคยทำอะไรมันได้เสียที่ไหน โดนจองจำมาร้อยปี เคยลองทำทุกวิถีทางแล้วก็ไม่เห็นจะเปลี่ยนแปลงอะไร สู้เขาพลังและคำสาปพวกนั้นไม่ได้ "หืม ถอนหายใจเหรอ? เป็นผีเหี้ยไรถึงถอนหายใจอ่ะ ตายมานานจนเหนื่อยงี้เหรอ?" เธอได้ยินเสียงถอนหายใจทุ้มนิ่งเหมือนคนหมดอะไรตายอยากลอยดังอยู่ไม่ไกล ครั้งก่อนที่ได้ยินคิดว่าหูแว่วแต่ครั้งนี้ชัดแจ๋ว! "ดะ ได้ยินด้วยเหรอ" วันก่อนคิดว่าแค่บังเอิญ เธอคงได้ยินไม่ชัด "เออ ได้ยิน" อ่ะ วันนี้เสือกได้ยินชัด ชัดถึงขั้นโต้ตอบกันได้ด้วย แต่สรุปจะให้กูเป็นผีหรือเป็นเหี้ยเอาสักอย่าง พูดอะไรช่วยเกรงใจผีอาวุโสอย่างกูบ้าง! "แล้วจะออกมาให้เห็นได้รึยัง?" คงไม่มีใครมาตั้งกล้องติดลำโพงในห้องนี้แล้วอำเธอเล่นหรอกใช่ไหม ถ้าเป็นผีจริงมีปัญญาพูดคุยสื่อสารกันได้ขนาดนี้ก็ต้องหายตัวมาให้เห็นได้ วาร์ปให้ดู ถอดหัว ลากไส้ออกมาโชว์ให้เห็นกันจังๆได้เมื่อไหร่จจะอนุญาตให้อยู่ด้วยกันดีๆเลย "ทำไม่ได้" เสียงทุ้มนิ่งเอ่ยตอบอย่างอ่อนใจ รู้สึกว่าตัวเองเป็นผีที่น่าเวทนาฉิบหาย พอจะมีพลังอยู่บ้างแต่ข้อจำกัดของเขาคือออกไปไหนไม่ได้ ไม่สามารถแสดงตัวให้ใครเห็นและไม่สามารถมองเห็นใคร โดนสาปให้อยู่ในห้องคับแคบนี่อย่างเงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวตัวเดียว "ทำไม?" เธอเอ่ยถาม ซึ่งข้อนี้เขามิอาจตอบออกไปได้เช่นกัน ไม่ใช่ไม่รู้สาเหตุเพียงแต่เมื่อคิดถึงเรื่องนั้นมันทำให้เขาจุกในอก เจ็บปวดหัวใจมาก เพียงแค่คิดเท่านี้ความโกรธกรุ่นที่สุมอยู่ในอกและในความทรงจำมันพาลย้อนกลับมาทำให้เกิดพลังงานบางอย่าง อุณหภูมิในห้องเริ่มเย็นยะเยือกขึ้นทั้งที่เครื่องปรับอากาศยังไม่ได้ถูกเปิดให้ทำงาน หน้าต่างและประตูระเบียงยังปิดสนิทแต่กลับมีลมพัดราวกับพายุขนาดย่อมหมุนซัดจนข้าวของเครื่องใช้หล่นลงเกลื่อนกราดกระจัดกระจาย ยาหยีเห็นภาพนั้นแล้วขนอ่อนในกายหญิงสาวก็พากันลุกชัน เนื้อตัวเธอเริ่มหนาวสั่นและเริ่มสัมผัสได้ว่าผีตนนี้อาจจะไม่ต้องการพูดถึงสาเหตุต่างๆที่ทำให้ตนเองตายหรือด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ อันนั้นเธอไม่อยากจะสนใจ เพราะไม่ใช่เรื่องอะไรของเธอ แต่ปรากฎการณ์นี้ทำให้มีเรื่องหนึ่งที่ยาหยีมั่นใจมากขึ้น คือที่เธอกำลังเจออยู่เป็นผีจริงๆ เป็นพลังงานที่ไม่สามารถอธิบายได้ ไม่ใช่การกลั่นแกล้งจากบุคคลหรือการตั้งกล้องอำเล่นของใคร โอเค! เมื่อได้รู้ชัดแล้วว่าอะไรเป็นอะไรยาหยีก็เริ่มสบายใจ ต่อไปจะได้รู้ว่าแต่ละวันต้องใช้ชีวิตอย่างไร อย่างน้อยก็ไม่ต้องเที่ยวเหวี่ยงปืนแล้วลั่นไกมั่วซั่วให้เปลืองกระสุน เพราะปืนคงทำอะไรผีไม่ได้อยู่แล้ว "เออๆ ไม่ถามละ ช่วยลดแอร์ก่อนเถอะพ่อคุณ หนาวจะตายชัก!" ยาหยีตะโกนลั่นแข่งกับเสียงลมพายุที่กำลังซัดสาด เปลี่ยนเรื่องคุย สองมือยกมากอดอกโอบตัวเองไว้แล้วลูบต้นแขนปอยๆ ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในชุดยีนส์แขนขายาวแล้วแต่เธอเปลี่ยนเป็นชุดเดรสสั้นสายเดี่ยวสีแดงตั้งแต่ในห้องเสื้อหรูที่ห้าง สองแขนเรียวและขายาวสวยไม่มีอะไรปิดบัง เนื้อตัวมีเพียงผ้าชิ้นเล็กๆบางๆบดบังเพียงเท่านั้น "เย็นจนกีสั่นแล้วแม่เอ้ย!"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD