เซฟโซนในฝัน

1250 Words
"ออกรถเลย" ทันทีที่ประตูรถปิดสนิทหญิงสาวออกคำสั่ง มองตาคนขับรถผ่านทางกระจอกมองหลังที่เจ้าตัวก็มองมายังเธอเช่นกัน สายตาเย็นเฉียบลึกล้ำคู่นั้นยาหยีไม่สามารถอ่านได้ รู้สึกได้แค่.. ความวังเวงและหนาวเหน็บจับใจ "จะไปไหนดีครับ" เสียงทุ้มแหบเย็นยะเยือกเอ่ยถาม "ไปไหนก็ได้ ออกรถไปก่อนเลย ให้ไว!" จะไปไหนก็ไปขอแค่ให้รีบพาเธอออกมาจากตรงนี้ให้ไกลเสียก่อนเถอะ ยิ่งไกลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี ถ้าจะให้ดีพาเธอไปในที่ที่คนพวกนี้ไม่มีทางหาเธอเจอได้จะดีมาก บางทีชีวิตอาจจะได้เจอความสงบสุขบ้าง อยู่แบบนี้เบื่อจะแย่แล้ว "แน่ใจนะครับ?" ชายคนดังกล่าวถามราวกับต้องการย้ำให้แน่ชัดว่าหญิงสาวต้องการให้ตนพาไปที่ไหนก็ได้ และทันใดนั้นดวงหน้าสวยก็พลันชะงักเมื่อสายตาได้ปะทะเข้ากับอะไรบางอย่าง.. “พร้อมอยู่ สะดวก ครบครัน หรูหรา ปลอดภัย เหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจและเป็นหลุมหลบภัย เป็นส่วนตัวในระดับที่.. ตามหาให้ตายก็หาไม่เจอ!” ยาหยีอ่านข้อความสโลแกนบนโบรชัวร์ขนาด A5 ที่เสียบอยู่หลังเบาะข้างคนขับ โชว์หราอยู่ตรงหน้าจนยาหยีอดใจหยิบออกมาอ่านไม่ได้ หอพักบ้านบออะไร ถ้ามันจะไกลจนไม่มีใครหาเจอขนานั้นแล้วคนบ้าที่ไหนจะไปอยู่กัน แต่จากรูปแล้วก็ดูดีสะอาดสะอ้านและหรูหราใช้ได้ คงจะมีแค่พวกรักสันโดษ ชอบความสงบมากๆหรือคนที่อยากหนีออกจากบ้านอย่างเช่นเธอเท่านั้น เอ.. จะว่าไปก็น่าสนอยู่เหมือนกัน อยากลองไปใช้ชีวิตแบบชาวหอเขาดูสักสองสามวัน อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะเป็นยังไง คนที่ไม่เคยลองใช้ชีวิตเหมือนกับคนธรรมดาทั่วไปอยู่ๆก็นึกสนุก หากแต่เธอไม่ได้ออกคำสั่งหรือความต้องการกับคนขับรถจำเป็นออกไป ยาหยีเพียงแค่คิดในใจ สิ่งที่เธอตอบคนขับรถออกไปคือ "อืม ที่ไหนก็ได้" หลังจากนั้นหญิงสาวจึงทิ้งหัวพิงกับพนักพิงแล้วหลับตาลงอยากพักสักครู่ แล้วปล่อยให้ตัวเองหลับไป ส่วนเรื่องจะไปโผล่ที่ไหนตื่นมาก็รู้เอง ร่างสูงเพรียวระหงยืนทอดมองคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ไม่รู้ว่าตอนนี้มันเป็นเวลาเท่าไหร่ แต่รอบตัวมืดสนิทนอกจากแสงไฟสลัวสีส้มแดงที่ส่องออกมาจากคฤหาสน์หลังนั้นแล้วก็ไม่มีแม้แต่แสงใด มีเพียงความเงียบสงัดส่งผลให้ได้ยินเสียงร้องของนกแสก เสียงลมหวีดหวิว และหมอกควันจางๆ บรรยากาศเย็นยะเยือกแสนอ้างว้างทำเอาหญิงสาวอดกระชับสองมือเรียวบางเข้ากับสายกระเป๋าซึ่งเป็นเพียงสัมภาระชิ้นเดียวที่เอาติดตัวออกมาจากบ้านไม่ได้ เมื่อครู่นี้เธอจำได้ว่าเพิ่งพาตัวเองกระโจนขึ้นรถเอสยูวีสีดำคันนั้นมาไม่ใช่หรืออย่างไร ทำไมอยู่ๆถึงได้มาโผล่ที่นี่ได้ ยาหยีทอดสายตามองไปยังบรรยากาศรอบกาย หันมองทางซ้าย เห็นว่าเป็นถนนเส้นหนึ่งที่ทอดยาวออกไปไม่เห็นแสงไฟ หันมองขวามือก็เป็นเพียงถนนเส้นเล็กๆที่มืดมิดเงียบสงัดเช่นกันไม่สามารถเห็นแสงใด และเมื่อหันตัวกลับมาด้านหลัง นั่นก็เป็นถนนอีกเส้น เท่ากับว่าตอนนี้ตัวเธอยืนอยู่ตรงกลางทางสามแพร่ง ที่นี่ ที่ไหน.. นอกจากถนนทั้งสามเส้นก็มีแค่ป่า ไร้บ้านเรือนของผู้คน ไร้แสงสว่างข้างทาง ไร้แม้กระทั่งแสงไฟจากเสาไฟฟ้าตามถนนหนทาง ที่ตรงนี้มันต้องทุระกันดานขนาดไหนกันนะ แล้วทำไมถึงยังมีคฤหาสน์ที่ดูใหญ่โต หรูหรา และ.. น่าหลงใหล มาตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้านี้ได้ สองขาเรียวยาวบนรองเท้าหนังเงาวาวทอดย่างตรงไปยังประตูรั้วใหญ่ "คฤหาสน์อรุณรตี" เสียงหวานเอ่ยขึ้นเมื่ออ่านข้อความที่ติดอยู่บนผนังกำแพงซึ่งเป็นหินอ่อนข้างประตูทางเข้าคฤหาสน์หลังนั้น และทันทีที่ยาหยียิ่งเดินเข้าไปใกล้มากเท่าไหร่ประตูรั้วเหล็กสีดำบานใหญ่ก็พลันเปิดอ้าออกกว้างทันใด แอดดดดด.. สายตาคมทอดมองเข้าไปยังพื้นที่ด้านใน มันดู.. สวยหรู กว้างใหญ่ เงียบสงัด ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดไม่ว่าจะคนหรือสัตว์ให้เห็น มันช่างดูเงียบ เหงา วังเวง แต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงถูกอกถูกใจ หากสำหรับคนอื่นมันคงดู น่ากลัว แต่สำหรับยาหยีแล้ว.. ไม่ เธอไม่กลัวเลยสักนิด ซ้ำยังชอบที่นี่มากด้วยซ้ำ มุมปากสวยยกยิ้ม สายตาคมหวานเหมือนเจอแรงดึงดูดบางอย่าง นั่นทำให้เธอไม่ลังเลที่จะสืบเท้าก้าวเข้าไปยังข้างใน ไม่รู้ว่าที่นี่เป็นพื้นที่ของใคร ไม่รู้ว่าเจ้าของจะเต็มใจให้เธอก้าวย่างเข้าไปหรือไม่ หากแต่หญิงสาวกลับอยากเข้าไปข้างในอย่างไม่นึกลังเลแม้แต่น้อย และในจังหวะที่ยาหยีกำลังจะยกเท้าเดินก้าวผ่านประตูรั้วเข้าไป.. "ถึงแล้วครับ" "เฮือก!!" เสียงทุ้มนิ่งเย็นยะเยือกที่เอ่ยบอกราวกับว่ามันดังกังวานอยู่ในโสตประสาท นั่นทำให้หญิงสาวสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาจากห้วงความฝันในทันควัน เธอจำไม่ได้ว่าตัวเองหลับไปตั้งแต่ตอนไหน 'อะไรกัน.. สรุปว่าเราฝันไปหรอกเหรอเนี่ย? ' ฝันแบบนี้ ..อีกแล้ว "ฟู่วว~" หญิงสาวผ่อนลมหายใจ สองมือเรียวยังคงกระชับสายกระเป๋าสะพาย louis Vuitton รุ่น MINI DAUPHINE ที่พกติดตัวมาเพียงอย่างเดียวไว้แน่นขนัดไม่ต่างจากในห้วงความฝัน ส่วนบรรยากาศในรถตอนนี้ก็ไม่ต่างกัน มันเย็นยะเยือกราวกับบรรยากาศรอบคฤหาสน์ในฝันนั่น หากแต่ทำไมกันเหงื่อเม็ดเล็กของเธอถึงพลันผุดพลายออกมาเต็มกรอบหน้า มีบางส่วนไหลหยดลงมาตามลำคอระหงราวกับว่าเพิ่งผ่านการวิ่งมาราธอนมาอย่างไรอย่างนั้น ส่วนขนแขนก็พากันลุกชัน ตอนนี้ทุกอย่างมันล้วนขัดกันไปเสียหมดเลย ให้ตาย! นี่อาจเป็นความฝันครั้งที่ร้อยแล้วเห็นจะได้ อันที่จริงไม่ได้นับว่ามันเป็นความฝันครั้งที่เท่าไหร่เพราะยาหยีไม่อาจนับไหว ตั้งแต่จำความได้เธอฝันถึงคฤหาสน์หลังนั้นบ่อยมาก โดยเฉพาะในเวลาที่เธอต้องการที่พึ่งหรือรู้สึกเศร้า ไม่สบายใจ "คฤหาสน์อรุณ.. อรุณอะไรแล้ววะ" ยาหยีพึมพำหลังจากพยายามนึกชื่อคฤหาสน์ในความฝันอยู่ครู่ใหญ่ หากแต่มันจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งคือหลังจากตื่นขึ้นมาทีไรเธอไม่เคยจำชื่อมันได้เลย ที่นั่นอาจจะเป็นเสมือนเซฟโซนในฝันของเธอก็ได้ ที่ที่รู้สึกว่าหากได้ไปอยู่แล้วคงจะสบายใจเลยเก็บเอามาฝันบ่อยครั้งแบบนี้ทุกที และที่น่าแปลกใจคือเธอไม่เคยฝันเห็นมันชัดเจนเท่าครั้งนี้ ปกติเห็นแค่ฝันเลือนรางไม่กี่นาที หากแต่ทำไมครั้งนี้เหมือนเธอได้ไปยืนอยู่ในสถานที่นั้นจริงๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD