"ถึงแล้ว.. ถึงไหน?" เมื่อเริ่มมีสติพลันนึกขึ้นได้หญิงสาวจึงเอ่ยถามคนขับรถจำเป็นออกไป เท่าที่จำได้เธอบอกแค่ว่า 'ไปไหนก็ไป' ไม่ใช่หรือยังไม่ทันได้ระบุจุดหมายเลยด้วยซ้ำ แล้วมาบอกว่าถึงแล้ว
ถึงอะไร?!
สายตาคมสวยกวาดมองออกนอกกระจกรถ ทันใดนั้นเธอก็เห็นว่าสถานที่ตรงหน้าเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ทำให้ดวงตาสวยเบิกโพลงด้วยความตกใจ
'บ้าน่า! นี่กำลังฝันซ้อนฝันอยู่เหรอ? ไม่ใช่ละ..'
ยาหยีสะบัดหน้าตัวเองแรงๆสองสามครั้งแล้วทิ้งหัวลงไปยังพนักพิงด้านหลังตั้งใจจะนอนต่อ หากแต่คนขับรถคนนั้นกลับปลุกเธอขึ้นมาอีกครั้ง เธอที่คิดว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝันซ้อนฝันก็ยังจะหลับต่อไปไม่สนใจเสียงเรียกอะไร และไม่กี่วินาทีต่อไป ทันใดนั้นเอง..
วืดดดดดดด..
"เชี่ย!" เสียงหวานสบถลั่นเมื่ออยู่ๆร่างเพรียวสวยก็รู้สึกราวโดนกระชากแรงๆจนวิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่าง
ฟุ่บ!! และไม่นานนักยาหยีก็ได้ลงมายืนแอ้งแม้งอยู่ตรงทางสามแพร่ง ข้างหน้าคฤหาสน์หลังที่เพิ่งฝันถึงมา
เธอไม่รู้ว่าความรู้สึกเหมือนถูกกระชากเมื่อครู่มันคืออะไร สมองเบลอตัวชาไปชั่วขณะ ไม่รู้ว่าตัวเองมายืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร จนต้องหันซ้ายแลขวา
"อะ อ่าว.. เฮ้ย!"
ไอ้ฉิบหาย! ไม่รู้ว่าไอ้รถเอสยูวีที่ตนได้นั่งมาตอนนี้มันหายไปไหน ไอ้คนขับหัวกรวยมันถีบเธอลงจากรถแล้วขับบึ่งออกไปเหรอวะ? ไม่น่าใช่ เพราะเงินเธอก็ยังไม่ทันได้จ่ายแล้วมันจะชิ่งไปเพื่ออะไร? แถมยังหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับ.. หายตัวได้
ไม่เอาค่าจ้างก็ช่างหัวมันประไร
สางขาเรียวยาวก้าวตรงไปยังสถานที่ด้านหน้าเพื่ออ่านป้ายที่แปะไว้ ก็พบว่าเป็น..
"หอพักกลิ่นผกา.."
อ่าว หอพักนี่นา ทำไมคุ้นๆจังเลยนะ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะใช่สถานที่เดียวกันกับในโบรชัวร์ที่เจอในรถคันนั้น ที่เคลมด้วยคำโฆษณาแปลกๆไว้ และเมื่อได้มาเห็นสถานที่จริงกับตามันดูคล้ายกับคฤหาสน์ในฝันของเธอมากจนยาหยีอดแปลกใจไม่ได้
หากจะต่างก็คงมีเพียงบรรยากาศที่ไม่เหมือนกัน ในฝันมันมืดมาก วังเวงมาก ทว่าตอนนี้ท้องฟ้ากำลังจะสว่าง มีแสงสีเหลืองทองตรงขอบฟ้าให้พอเห็นอยู่รำไร และตรงหน้าหอพักเห็นป้อมยามที่มีผู้ชายแก่ๆคนหนึ่งอยู่ในชุดรักษาความปลอดภัยเก่าๆราวกับหลงยุคมาจากสมัยพระเจ้าเหา
อีกอย่างชื่อสถานที่ก็ต่างกัน ในฝันมันเป็นชื่อคฤหาสน์อรุณ..
"อรุณอะไรแล้ววะ ..ช่างแม่ง!" ในเมื่อจำไม่ได้ก็ไม่คิดใส่ใจ
เรื่องความฝันอาจเป็นเดจาวูก็ได้แต่สิ่งที่เธอสงสัยคือคนขับรถคนนั้นรู้ได้อย่างไรว่าเธออยากมาที่นี่ ทั้งที่จำได้ดีว่าเธอแค่คิดในใจยังไม่ได้พูดอะไรออกไปเลย
หญิงสาวตัดสินใจพาตัวเองเดินเข้าประตูรั้วหอพักไปเพื่อมุ่งตรงไปหาชายที่เธอคาดเดาเอาเองว่าเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพื่อจะสอบถามรายละเอียด ด้วยไม่แน่ใจว่าที่แห่งนี้จะสามารถวอคอินน์เข้ามาพักได้เลยหรือต้องจองล่วงหน้าก่อน ต้องติดต่อผ่านใคร ปกติแล้วคนอย่างยาหยีเคยทำอะไรแบบนี้เองสีที่ไหนกัน มีเลขาทำให้ตลอด
"ขอโทษนะคะ จะเข้าพักที่นี่ต้องทำยังไงบ้างคะ ต้องติดต่อที่ไหน" เสียงหวานเอ่ยถามอย่างมีมารยาซึ่งดูขัดกับบุคลิกที่มั่นใจและน้ำเสียงแข็งกร้าวดุดันนั้นมาก หากแต่ชายคนดังกล่าวก็ยังยกยิ้มมุมปากให้ สายตานิ่งลึกจดจ้องมองมายังเธออยู่ชั่วครู่ก่อนตอบ..
"เข้าไปติดต่อด้านในได้เลยขอรับ" พลางผายมือไปยังประตูหอพักที่กำลังเปิดอ้า เมื่อครู่เธอยังเห็นอยู่เลยว่ามันปิดสนิทอยู่นะ
"อ่า.. ขอบคุณมากค่ะ" ยาหยีก้มหน้าให้เล็กน้อยก่อนจะพาตัวเองเดินเข้าไปข้างในหอพัก พลางกำลังงงกับคำพูดประหลาดๆ
เมื่อเข้าไปก็ได้เจอกับผู้หญิงวัยกลางคนหน้านิ่งคนหนึ่งยืนอยู่ราวกับรอต้อนรับเธอยังไงอย่างนั้น ไม่ทันที่ยาหยีจะได้เอ่ยถามอะไรหญิงคนนั้นก็เอ่ยขึ้นก่อน
"จะเข้าพักใช่ไหมคะ เชิญตามดิฉันมาทางนี้เลยค่ะ"
หญิงวัยกลางคนเชิญชวนให้เดิมตามขึ้นไปยังชั้นสองก่อนมุ่งตรงไปยังห้องห้องหนึ่งที่มีเลขติดอยู่ที่กำแพงข้างประตู
"หนึ่ง สาม ศูนย์ แปด"
ประตูห้องเป็นไม้บานใหญ่ สลักด้วยลายดอกกุหลาบที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคม มันดูทั้งน่ากลัว ลึกล้ำ และสวยงามมาก เห็นเพียงประตูยาหยีรู้สึกได้ทันทีว่าเธอถูกใจทั้งที่ยังไม่ทันก้าวเข้าไปในห้องนั้นเลย
"มีว่างอยู่ห้องเดียว คุณจะอยู่ไหมคะ"
"อยู่ค่ะ ฉันจะพักห้องนี้"
จากคนที่เคยพิถีพิถันมากและค่อนข้างขี้สงสัย เวลาจะเลือกอะไรสักอย่างให้ตัวเองปกติยาแล้วหยีค่อนข้างเรื่องมากในระดับหนึ่ง หากแต่คราวนี้เธอกลับตบปากรับคำว่าจะพักที่ห้องนี้อย่างง่ายดายไม่สำรวจห้อง ไม่มีการตกลงเรื่องราคา ไม่มีแม้แต่การเจรจาว่าจะอยู่นานเท่าไหร่ กี่วัน กี่เดือน กี่ปี หรือจะอยู่ตลอดไป..
มีเพียงสัญญาหนึ่งฉบับที่เธอก็ไม่ทันได้อ่านมันเลยด้วยซ้ำแต่กลับกล้าที่จะเซ็นชื่อจริงนามสกุลจริงของตัวเองลงไปทันทีที่หญิงวัยกลางคนคนนั้นยื่นมันมาให้
'นางสาว กีรติ กิจเจริญสกุล'
ทันทีที่ปากกาสีแดงเลือดจรดเซ็นจนครบอักษรตัวสุดท้าย บานประตูห้องก็ถูกเปิดขึ้นทันใด
แอดดดดด..
ยาหยีหันขวับไปมองตามเสียงนั้น สติสัมปชัญญะที่เริ่มเลื่อนลอยถูกปลุกให้กลับมา คิ้วสวยขมวดมุ่นก่อนจะค่อยๆก้าวเข้าไปใกล้
"เปิดได้ไง?" สองเท้าหยุดชะงักอยู่หน้าบานประตูห้องก่อนที่จะเดินผ่านกรอบประตูเข้าไป เธอหันกลับไปหาหญิงวัยกลางคนเพื่อที่จะยื่นสัญญาคืนกลับไปให้ แต่แล้วก็ต้องพบว่า..
"หะ หาย หายไปไหน.." ทันทีที่หันไปเธอไม่เจอใครแม้แต่คนเดียว
ก้มมองกระดาษสัญญาที่คิดว่าถืออยู่ในมือมาตลอดเพื่อจะอ่านรายละเอียดต่างๆ แล้วก็ต้องพบว่าสองมือเรียวบางของตนกลับว่างเปล่าเช่นเดียวกัน ดวงตาคมสวยเบิกกว้างมาก ขนอ่อนภายในกายพากันลุกชันตั้งแต่ปลายเท้ายันกลางกระหม่อม
คนจิตแข็งไม่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติไม่เคยเชื่อเรื่องวิญญาณ เชื่อแค่วิทยศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้เท่านั้นมาตลอดอย่างยาหยีตอนนี้ชักจะหวั่นใจขึ้นมาหน่อยๆแล้ว
"บ้าน่า.." สะบัดหน้าสองสามทีเรียกสติตัวเอง
ป้าคนนั้นเขาอาจจะปวดหนัก รีบชักกระดาษสัญญาในมือเธอแล้ววิ่งสี่คูณร้อยลงบันไดไปแล้วก็ได้ ถึงความคิดนี้จะดูไม่เข้าท่าและห่างไกลจากความเป็นไปได้มากอยู่แต่ใครจะรู้ คนเราเวลาอดีนาลีนหลั่งหรืออยู่ในสถานการณ์คับขันมันสามารถทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น
สำหรับหญิงวัยกลางคนอายุประมาณห้าสิบปลายๆสวมกระโปรงทรงเอเสมอเข่า ใส่รองเท้าส้นสูงคัชชูสามนิ้วส้นแหลมเปี๊ยบ ยาหยีทำใจให้เชื่อว่าหากปวดหนักแบบข้าศึกบุกหน้าด่านขึ้นมาก็สามารถใส่เกียหมาวิ่งสี่คูณร้อยได้
เออ คิดแบบนี้แล้วก็สบายใจ!