"ที่ป๊าห้ามไม่ให้แกคบผู้ชายก็ไม่ได้หมายความว่าแกจะมาสมสู่กับเพศเดียวกันไม่เลือกหน้าแบบนี้ได้ มันวิปริตแกเข้าใจไหม!"
ที่เขาคอยกันผู้ชายทุกคนออกไปเพราะแค่ยังไม่เจอคนที่เหมาะสมพอกับยาหยี และอีกอย่างก็เพราะชาลีมีคนที่ตนวางเอาไว้แล้วว่าผู้ชายแบบไหนถึงจะคู่ควรและเหมาะสมกับยาหยี
หากลูกสาวจะมีสามีต้องไม่ใช่ไปคว้าใครที่ไหนมาก็ได้ ไม่ว่าจะฐานะหน้าตา หน้าที่การงานและนิสัย ไหนจะธุรกิจทางบ้านต้องดูด้วยว่าสามารถเกื้อหนุนกันให้ไปไกลได้หรือไม่
ก่อนหน้านี้มัวแต่ชะล่าใจเพราะนานแล้วที่ในชีวิตของยาหยีไม่เคยมีผู้ชายคนไหนได้เข้าใกล้ นอกจากญาติพี่น้องที่สนิทกันและคนที่ชาลีไว้ใจเพียงเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นชาลีจะคอยกันพวกปรสิตให้ออกหากจะยาหยีทุกช่องทาง
ถ้าลูกน้องไม่มารายงานความผิดปกติของยาหยีที่ช่วงนี้ดูเหมือนจะมีแต่รู้หญิงมาติดพัน เธอพาหญิงสาวเข้ามานอนด้วยที่บ้านทุกวัน ตอนแรกก็คิดว่าเป็นเพื่อนกัน แต่เล่นเปลี่ยนหน้าได้แทบทุกวี่ทุกวันจนพักหลังลูกน้องรายงานว่าคำพูดคำจาที่ยาหยีและผู้หญิงพวกนั้นใช้กันไม่เหมือนคนที่เป็นเพื่อนพูดกันเลยสักนิด
วันนี้ชาลีเลยรอจังหวะจนแน่ใจ เมื่อสบโอกาสที่คิดว่าจะจับให้ได้แบบคาหนังคาเขาเลยให้แม่บ้านเอากุญแจไขเข้ามาแบบนี้ แล้วแทนที่ยาหยีจะตกใจที่ไหนได้ลูกสาวของเขากลับไม่สะทกสะท้านอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว
รู้อยู่หรอกว่าเป็นคนจิตแข็งมากไม่กลัวอะไรง่ายๆ แต่เรื่องแบบนี้ช่วยมีปฏิกิริยาอะไรหน่อยก็ได้ที่ไม่ใช่ท่าทางยียวนกวนบาทา ถ้าไม่ใช่ลูกสาวนะพ่อจะยันให้หน้าหงาย!
"อย่าเหยียดเพศสิป๊า ทำเป็นคนหัวโบราณไปได้ ไอ้นิสัยโลกแคบของป๊าน่ะหยีพอเข้าใจอยู่หรอก แต่ช่วยเปิดตาดูหน่อยเถอะว่าเดี๋ยวนี้โลกมันไปไกลถึงไหนกันแล้ว!"
ยาหยีเอ่ยจบไม่ทันที่ชาลีจะพูดอะไรต่อก็ดันมีเสียงของผู้มาใหม่ เป็นเสียงที่ชาลีรู้ได้ทันทีว่าความบรรลัยมันกำลังเข้ามาใกล้ๆอีกไม่กี่นาทีนี้นี่เอง
"หยุดพูดก้าวร้าวกับป๊าแบบนั้นนะยายยาหยี!" เสียงของผู้หญิงวัยกลางคนดังขึ้นชนิดที่ประตูห้องนอนของเธอยังปิดอยู่ยาหยีก็รับรู้ได้ หญิงสาวกรอกตาไปมาอย่างไม่สบอารมณ์ที่สุด ไม่สบอารมณ์ยิ่งกว่าตอนโดนพ่อด่าไม่รู้กี่เท่า
"จะมาทำบ้าอะไร!" แค่เสียงก็เอือมระอาพอแล้ว ยิ่งเห็นผู้หญิงคนนั้นย่างก้าวเข้ามาในห้องนอนของเธอยาหยียิ่งไม่พอใจอย่างแรง
ร้อยวันพันปีไม่เคยมีใครที่ไหนในบ้านนี้เข้ามาในห้องส่วนตัวของเธอโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนเลนแม้แต่คนเดียว แล้ววันนั้นมันวันวินาศสันตะโรอะไร ทำไมใครต่อใครเข้ามาวุ่นวายจังเลย!
"ทำไมถึงไม่ใส่เสื้อผ้า" เมษาเอ่ยถามลูกเลี้ยงที่มีศักดิ์เป็นหลานของตนด้วยเช่นกันด้วยเสียงแข็งกร้าว
นัยน์ตาสีนิลที่มีร่องรอยของความเหี่ยวเฉามีไฟลุกโซนราวกับอยากจะเผาเธอให้มอดไหม้ ยาหยีรับรู้ได้ทันทีว่าน้าสาวแท้ๆผู้มีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยงของเธอกำลังคิดทุเรศอะไรอยู่
"เก็บความคิดอุบาดๆนั่นในลึกลงไปหน่อยเถอะเพราะไม่มีใครทำเรื่องไร้ยางอายแบบที่น้าเคยทำได้หรอกค่ะ น้าเม!"
"ยาหยี! นี่แกพูดอะไร" เมษาที่รู้ตัวว่าโดนหลายสาวอ่านความคิดได้แหวใส่กำหมัดแน่นมาก
"ทำไมเหรอคะ โดนรู้ทันแล้วตกใจ?"
"ยาหยี หยุดพูดกับแม่เขาแบบนี้" ชาลีที่ทนฟังไม่ไหวอยากจะห้ามศึกของทั้งสองคนเพื่อที่เขาจะได้คุยกับลูกสาวเพื่อปรับความเข้าใจ และทำข้อตกลงบางอย่างกันใหม่
"แม่ใคร? ชีวิตนี้หยีมีแม่แค่คนเดียว!"
"จะตั้งแง่กันไปถึงไหนก็ไม่รู้ ผ่านมาเป็นสิบๆปีแล้วทำไมเราไม่เคยเข้าใจอะไรง่ายๆเลยนะยาหยี" เมษาเริ่มสารทยายพลางถอนหายใจเบื่อหน่าย ทว่าแววตาที่ส่งมายังยาหยีกลับร้ายกาจจนน่าหมั้นไส้
ส่วนยาหยียิ่งโมโหไปกันใหญ่ เป็นแค่น้าก็รู้สึกเสนียดชีวิตจะตายอยู่แล้วริอยากจะมาเป็นแม่เธอเหรอ ฝันสูงเกินไปหน่อยไหม แล้วที่เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวโดยที่เธอไม่ได้อนุญาตซ้ำยังมีพูดจาปากดีแบบนี้อีก สงสัยคงไม่อยากอยู่กันแบบสงบสุขแล้วสิท่า
"น้าเมก็หยุดแส่ก่อนดีไหม แล้วช่วยออกไปจากห้องหยีสักที!"
"ลูกหยี พูดกับผู้ใหญ่ให้มันดีๆหน่อย" ชาลีกดเสียงต่ำสั่งลูกสาว
เพราะไม่อยากเห็นยาหยีก้าวร้าวไปกว่านี้แล้ว เมื่อก่อนตอนที่มีนาแม่ของยาหยียังอยู่ เธอเคยเป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน ว่านอนสอนง่าย แสนดี และไม่เคยมีกิริยาแบบนี้
"นั่นสิ ชอบทำตัวเหมือนไม่มีใครเคยสั่งสอนไปได้ อายุอานามก็ไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ จะยี่สิบเก้าแล้ว"
ไม่ใช่เด็กแล้วยังไง? ปกติเธอทนได้ทุกอย่าง แต่แค่เรื่องส่วนตัวกับพื้นที่ส่วนตัวเพียงเท่านี้ทำไมไม่ปล่อยเธอไปบ้าง
ยาหยีที่พยายามข่มกลั้นอารมณ์เกรี้ยวกราดให้มากที่สุดอยู่นานสองนาน แต่สุดท้ายแล้วก็ทนไม่ไหว ยิ่งเห็นใบหน้ายียวนกวนประสาทของเมษาแล้วยิ่งเจ็บใจ ถึงหล่อนจะคล้ายแม่มีนาสักแค่ไหนแต่ยังไงก็ไม่มีใครมาทดแทนแม่เธอได้
ยิ่งกับผู้หญิงเมษายิ่งแล้วไปใหญ่แค่นิสัยก็ต่างกันคนละโลก
"ก็ไม่มีไง! ปกติก็ไม่มีใครสั่งใครสอนอยู่แล้ว พอดีว่าแม่ตาย ส่วนพ่อก็มัวแต่แรดไม่มีเวลามาสอนลูก มัวแต่เอาเวลาไปทำลูกใหม่อยู่ทั้งที่เมียเพิ่งตายแท้ๆ แล้วจะมีคนมาสั่งมาสอนหยีได้ยังงะ.."
เพี๊ยะ!
ใบหน้าสวยหันไปตามแรงตบจากฝ่ามือใหญ่ของผู้เป็นพ่อทั้งที่ยังพูดไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ
"ยะ หยี.."
"หึ! ต้องแบบนี้สิ สมกับเป็นพ่อหยีที่สุดเลยค่ะ!!" ริมฝีปากสวยแสยะยิ้มออกมา สายตาคมสวยจ้องกลับเข้าไปในดวงตาลึกล้ำที่เริ่มเหี่ยวเฉาลงทุกวันของผู้เป็นพ่ออย่างไร้ความเกรงกลัวหรือเกรงใจก่อนประกาศกร้าว
"ไสหัวออกไป ออกไปให้หมดทุกคนเลย!!"