ภายในห้องโถงใหญ่ใจกลางคฤหาสน์ราคากว่าร้อยล้าน หนุ่มใหญ่วัยกลางคนได้แต่นั่งทิ้งตัวเอนหลังพิงกับโซฟาหลุยส์ตัวใหญ่ เบาะคุณภาพดีนุ่มมาก สามารถรับสรีระดีได้ดีเยี่ยมนั่งโคตรสบาย ราคาโซฟาชุดนี้ประมาณเจ็ดหลักได้แต่ทำไมนั่งแล้วไม่เห็นหายเหนื่อยใจเลยวะ! แม่งเอ้ย!
"ให้เมนวดให้ไหมคะ" เสียงหวานจากเมษาที่ต้องการจะเอาอกเอาใจสามีเอ่ยถามพลางยื่นสองมือไปนวดไหล่ให้ชาลี แต่ดูเหมือนวันนี้เขาจะไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย
พรึ่บ!
"ออกไป" ชาลีหยัดตัวนั่งหลังตรงแล้วสะบัดมือเรียวออกให้พ้นจากไหลก่อนเอ่ยสียงทุ้มหนักแน่นไล่เมษาออกไป ในห้องโถงใหญ่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่แม้แต่คนเดียวเลยไม่จำเป็นต้องไว้หน้าอย่างเช่นปกตินัก
"ตะ แต่ว่า.."
"ฉันบอกเธอว่ายังไง?!" เสียงทุ่มห้วนเอ่ยย้ำ สันกรามขบกันแน่นแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างมาก ดวงตาคมลึกล้ำมองเมษาเหมือนแทบจะอยากฆ่าเธอให้ตาย หากไม่ติดว่ามียี่หวาเขาคงไม่มีทางปล่อยให้เมษาลอยหน้าลอยตาอยู่อย่างทุกวันนี้
หลังจากที่เมษาเดินกัดฟันกำมือแน่นเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกจากห้องโถง มือหยาบใหญ่ของนายหัวชาลีก็หยิบเครื่องมือสื่อสารส่วนตัวออกมาแล้วเลือกกดต่อสายหาใครบางคนทันที
ติ๊ด!
"ผมตกลงรับข้อเสนอของพี่" หลังจากที่ได้ยินเสียงตอบรับของคนปลายสายชาลีจึงเอ่ยออกไปเพียงเท่านี้ และการตกลงของข้อเสนอบางอย่างก็ได้เริ่มเกิดขึ้น
นับตั้งแต่วินาทีนี้แม่บ้านอย่างเอียดที่แอบเงี่ยหูฟังอยู่นานก็สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าชีวิตของยาหยี่ต่อจากนี้หากยังอยู่ในบ้านหลังนี้คงไม่มีความสงบสุขและปกติอีกต่อไปอย่างแน่นอน..
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูบานใหญ่ดังขึ้นสามครั้งอย่างปกติที่หากว่าใครก็ตามต้องการจะพบกับยาหยีหากได้มาเยือนคฤหาสน์หลังนี้ทุกคนต้องถือมารยาทก่อนจะเข้าก้องได้
ปกติแล้วยาหยีไม่ค่อยได้ออกไปไหน ถ้าหากจะไปก็มีแค่ชอปปิ้ง ทำงานบ้างเป็นบางวัน ประชุมผู้ถือหุ้นที่บริษัท ประชุมความคืบหน้าแต่ละไตรมาศซึ่งนั่นมันก็นานๆครั้ง ส่วนเรื่องออกไปเที่ยวแตร่อย่าได้หวัง
ไม่ใช่ว่าเธอจะออกไปไม่ได้หากแต่ทุกครั้งที่ไปก็จะเต็มไปด้วยชายฉกรรจ์ในชุดดำมากมายล้อมหน้าล้อมหลัง ประกบติดบ้าง คอยดูแลอยู่ห่างๆบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ดูอึดอัดมาก ไม่มีที่ไหนเป็นส่วนตัวเลยสักนิดสำหรับยาหยี
ยิ่งในพื้นที่คฤหาสน์หลังนี้ที่ซึ่งเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของยาหยีกลับมีแค่ห้องนอนนี้เพียงห้องเดียวที่เธอรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว อบอุ่น และปลอดภัย ถึงแม้ว่าเมื่อวานเซฟโซนที่เธอกล่าวมาจะเพิ่งถูกผู้เป็นพ่อและน้าทำลายมันลงไป
แต่กระนั้นยาหยีก็ไม่รู้ว่าจะต้องพาตัวเองไปวางไว้ที่ไหนถึงจะรู้สึกได้ว่ามันคือเซฟโซนที่อบอุ่นและปลอดภัยที่ใหม่ของเธอ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"ใคร" ยาหยีเอ่ยถามเสียงราบเรียบหลังจากที่เสียงเคราะดังขึ้นมาอีกครั้งจากที่เงียบหายไปพักใหญ่ ราวกับว่าคนที่อยู่หลังบานประตูอยากเว้นช่องว่างให้เธอมีเวลาได้คิดหรือทำอะไร
"ลูกหยีครับ นี่พี่เองนะเปิดประตูให้พี่หน่อยได้ไหม" เสียงทุ้มหวานอันแสนอบอุ่นที่ยาหยีได้ฟังแล้วสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าเสียงนี้เป็นของใคร ไหนจะชื่อที่เขาเรียกขานเธอว่า ลูกหยี แบบนี้คงเป็นใครไปไม่ได้
แอดดดดด..
"มาทำไม?" คิ้วสวยขมวดมุ่นดวงตาคมกริบแสดงออกถึงความหงุดหงิดทันทีที่เปิดประตูห้องมาแล้วเห็นผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา ผิวขาว รูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนยกยิ้มดวงดาเป็นประกายอยู่ตรงหน้า
"พี่มาหาหยีครับ"
เขาคือซัน ซารีฟ ลูกชายคนโตของเปาะซูหมัดซอรี ผู้เป็นหุ้นส่วนธุรกิจ(สีเทา)ใหญ่ของนายหัวชาลี
แต่แล้วไอ้บ้านี่จะมาหาเธอทำไมเอาตอนนี้ ตอนสี่ทุ่มแบบนี้เนี่ยนะ แถมยังมาเคาะประตูห้องเรียกนี่มันหมายความว่ายังไง!
"ขอพี่เข้าไปคุยข้างในหน่อยได้ไหม" ชายหนุ่มเอ่ยขอแต่ไม่ได้รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างสูงใหญ่ถือวิสาสะแทรกตัวเองเดินเบียดเสียดคนตัวเล็กกว่าเข้าไปก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ด้วยท่าทีสบายๆจนยาหยีกรอกตามองเพดาน
แล้วจะมาขอทำบ้าอะไรถ้าไม่ได้คิดจะสนใจว่าเธอจะอนุญาตหรือไม่ ไอ้บ้าเอ๊ย!
สายตาคมกวาดมองไปทั่วห้องที่เห็นว่าตอนนี้นอกจากยาหยีแล้วก็ไม่มีใคร ก่อนมาหยุดสายตาไว้ที่เรือนร่างเพรียวระหงของเจ้าของห้อง เขามองยาหยีที่อยู่ในชุดสายเดี่ยวผ้าซาตินตัวบางสีขาวเทา มันบางมากพอที่จะเผยให้เห็นทรวงอกสร้างและยอดดอกบัวสีหวานเต่งตึงทั้งสองข้างที่ไม่ได้มีบราเซียปกปิดเอาไว้ ความยาวของชุดเพียงแค่พอปกปิดแก้มก้นงามต่ำลงไปคลุมขาอ่อนไม่ถึงสิบเซนติเมตรเห็นจะได้
เรือนร่างเย้ายวนชวนจับกดเตียงของยาหยีเป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คนอย่างซารีฟที่ปกติถือเรื่องมารยาทและความเป็นส่วนตัวมากละทิ้งความมีมารยาทขั้นพื้นฐานพวกนั้นแล้วถือวิสาสะเข้าห้องของเธอมา
แม่งน่าเอาฉิบหาย! นั่นคือความคิดเดียวในตอนนี้ที่ซารีฟคิดได้
"เข้ามาทำบ้าอะไร?!"