ยอมเปิดทาง

1008 Words
"เข้ามาทำบ้าอะไร?!" ยาหยีเอ่ยถามด้วยเสียงไม่พอใจ เมื่อวานโดนบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวทีหนึ่งแล้ว วันนี้ก็ยังไม่วายมีคนเข้ามาวุ่นวายอีกจนได้ ถึงเขาจะเคยเป็นบุคคลที่เธอละเว้นให้สำหรับทุกกฎเกณฑ์ แต่.. แล้วยังไง! ในเมื่อตอนนี้ วันนี้ ณ ปัจจุบันนี้เธอยังไม่ทันเอ่ยอนุญาตเขาก็ไม่ควรเข้ามาในข้างห้องเธอแบบนี้หรือเปล่า "ลุก! แล้วออกไป" ยาหยีออกคำสั่งด้วยเสียงหวานที่ฟังแล้วช่างแสนดุดัน แต่ถึงกระนั้นคนอย่างไอ้ซันมีหรือที่มันจะนึกกลัว ซารีฟไหวไหล่ไม่สนใจก่อนจะเอ่ย "เลิกใจร้ายกับพี่สักทีได้ไหมครับ คุยกันดีๆก่อนก็ได้" "จะคุยอะไรก็ลงไปรอที่ห้องรับแขก เดี๋ยวหยีตามลงไป" อยากรู้อยู่หรอกว่าเขาบุกเข้ามาที่ห้องเธอเวลาสี่ทุ่มทำซากปรักหักพังอะไร เราสนิทกันถึงขั้นที่จะเข้ามาถึงห้องส่วนตัวได้เสียเมื่อไหร่กัน มีธุระจำเป็นจะต้องคุยเรื่องอะไร ถึงจะยากรู้มากหากแต่ยาหยีไม่อยากซักไซ้เพราะเดี๋ยวลงไปก็น่าจะได้รู้เอง "อยากคุยในห้องนี้" ซารีฟพูดเสียงอ่อน ซ้ำดวงตาคมลึกล้ำยังยืนกรานว่าเขาจะไม่ออกไปคุยที่ไหนทั้งนั้น สายตาคมหวานแพรวพราวมีแววอ้อนวอนก่อนร่างสูงจะลุกชันตัวเต็มความสูงแล้วเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของยาหยี นิ้วแกร่งยกขึ้นเกี่ยวปอยผมที่ร่วงลงมาปรกข้างแก้มนวลให้ไปเกี่ยวทัดใบหูขาวเอาไว้ สายตาคมลึกล้ำจดจ้องมองตั้งแต่ดวงหน้าสวยไล่ต่ำมายังลาดไหล่ เรือนร่างนี้ เธอคนนี้ที่เขาได้แต่เฝ้ามองและอยากครอบครองมาตลอด ที่ผ่านมาทำได้เพียงแค่ยืนมองอยู่ไกลๆ ไม่คิดเลยว่าผ่านไปกว่าสิบปีสุดท้ายจะมีวันนี้ได้ วันที่เขาได้เข้าใกล้ยาหยีมากขนาดนี้ วันที่นายหัวชาลีเป็นคนอนุญาตเอง "มีอะไรจะคุย รีบว่ามา" ยาหยีไม่คิดจะปัดป้องแล้วเอาแต่ยืนจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้า นานนับนาทีที่ทั้งคู่ประสานสายตากันก่อนซารีฟจะพูดบางอย่างออกมา บางอย่างที่เขาว่าทำเอายาหยีเลือดขึ้นหน้าได้ภายในเสี้ยววินาที "รู้ตัวรึยัง ว่าหยีต้องหมั้นกับพี่ อ่อ.. ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่าแต่งงานกันถึงจะถูก" ซารีฟเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ ปากหนายกยิ้มแสดงออกถึงความพออกพอใจหากแต่ยาหยีกลับไม่ได้รู้สึกเช่นเดียวกันกับเขาเลยสักนิด เห็นแววตาวาวโรจน์เบิกกว้างของยาหยีซารีฟก็รับรู้ได้ทันทีว่าเธอคงยังไม่รู้ตัว ความจริงแล้วเขาเองก็เพิ่งรู้มาจากพ่อเหมือนกันว่านายหัวชาลีพ่อของยาหยีโทรมาตอบรับข้อเสนอบางอย่างที่ทางซารีฟเคยเสนอไปนานหลายปีแต่นายหัวชาลีกลับปฏิเสธเสมอมา การที่อยู่ๆพ่อของยาหยีตัดสินใจที่จะตอบรับมาบอกเลยว่าซารีฟถึงขั้นต้องรีบให้คนสืบหาว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้นายหัวชาลีเปลี่ยนใจได้ ทั้งที่ก่อนหน้าหวงยาหยีจะตาย ไม่เคยปล่อยให้ตนเข้าใกล้เลยด้วยซ้ำ "พูดอะไร?" ความจริงแล้วหยาหยีพอจะเข้าใจว่าที่ซารีฟพูดมันคืออะไร แต่เพราะพูดอะไรไม่ออก เธออึ้งจนหน้าชา ไม่คิดว่าพ่อจะใช้วิธีนี้มาบังคับให้เธอหายวิปริตอย่างที่พ่อว่า ตาแก่นั่นคงเข้าใจไปแล้วว่าเธอชอบผู้หญิงแล้วไม่เอาผู้ชายสินะ โว้ย! อยากจะบ้า ช่วงนี้มันเกิดอะไรกับชีวิตของเธอกันนะถึงหาความสงบสุขไม่ได้เลย! ความจริงแล้วยาหยีเป็น LGBTQ ไม่ได้แอนตี้เพศไหน เธอมองว่าความรักความสัมพันธ์มันไม่จำกัดเพศไม่มีรูปแบบตายตัว คนเราสามารถคบหากับใครก็ได้ที่ถูกใจตราบใดที่คลิกที่รู้สึกว่าใช่ ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชายเธอไม่สนใจทั้งนั้น แต่เพียงแค่ชีวิตนี้ตั้งแต่เกิดยันย่างเข้ายี่สิบเก้าปีก็ยังไม่เคยได้เข้าใกล้ผู้ชายที่ไม่ใช่ญาติเลยสักที ก็มีแค่ผู้หญิงเท่านั้นที่อยู่รายล้อมรอบตัวยาหยี "ดีใจไหม?" "เรื่อง?" "ที่ป๊าของหยียอมเปิดทางให้พี่แล้วไง" มีช่วงหนึ่งสมัยที่ซารีฟเรียนมหาวิทยาลัยและยาหยีกำลังจะจบมัธยมปลาย ทั้งสองได้แอบมีความรู้สึกดีๆให้กัน แต่เพราะชาลีหวงลูกสาวมากซารีฟจึงโดนกีดกันเช่นเดียวกับผู้ชายทุกคน นายหัวชาลีไม่คิดจะสนใจด้วยซ้ำว่าซารีฟเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ชายหนุ่มถึงขั้นเคยให้พ่อบากหน้ามาขอให้ ถึงพ่อของซารีฟจะมีอิทธิพลแค่ไหนชาลีก็ไม่สนใจและไม่ได้อนุญาตให้เขาได้คบกับยาหยีอยู่ดี ครั้งนั้นซารีฟผิดหวังและฝังใจกับยาหยีมาก หากแต่กับยาหยีแล้วเธอรู้สึกต่างกัน ถึงผู้ชายตรงหน้าจะหล่อมาก ปากกระจับ คิ้วเข้ม จมูกโด่ง ตาคมหวาน ร่างสูงล่ำ ยิ้มหล่อมาก ปากหวานตรงสเปคเธอทุกอย่าง แต่เธอก็แค่ชอบตามประชาวัยรุ่นไม่ได้คิดจะรักปักใจกับเขาเสียหน่อย "เหอะ! ปัญญาอ่อน ออกไป" ไม่ว่าพ่อจะว่าอย่างไรแต่ยาหยีไม่สน "ไม่เชื่อ? ลองไปถามป๊าลูกหยีดูไหม?" "ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่ไม่แคร์ เข้าใจไหม?" การที่พ่อเธอปล่อยให้ซารีฟเข้ามาถึงจุดนี้โดยไม่มีรอยแผลฟกช้ำและผ่านบอดี้การ์ดเต็มคฤหาสน์ได้สบายเธอเชื่อสนิทใจว่าพ่อของเธอเป็นคนอนุญาตให้เราสองคนคบหากันจริงๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD