ตอนที่ 8
หลี่เหม่ยเอิน นอนพักฟื้นขับไอเย็นได้หนึ่งคืนกับหนึ่งวันเต็ม กลับไม่มีวี่แวว ว่าคนในเรือนรองสกุลเฉียน ทั้งสามีทั้งแม่สามีจะพากันมาเยี่ยมเยือนสอบถามอาการป่วยไข้เลยแม้แต่น้อย แต่วันนี้กลับมีสิ่งที่แปลกออกไป
“นายของเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง”
เสียงของบุรุษผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี ดังอยู่นอกเรือน นางนอนฟังอยู่บนเตียง คอยดูว่าวันนี้ลมอะไรถึงได้หอบเขาให้มาได้
“คุณหนูอาการดีขึ้นมากแล้วเจ้าคะ” เป็นเสียงของสาวใช้ข้างกายของนางเอง ที่เอ่ยปากตอบกลับไป
“ดี”
เสียงของเหยียนผู่ตอบมาสั้น ๆ ก่อนที่ประตูจะเปิดออกเสียงดัง ร่างสูงโปร่งของบุรุษก้าวเข้ามายืนตระหง่าน อยู่หน้าเตียง สายตาที่มองไปยังฮูหยินยังคงเต็มไปด้วยความเย็นชาเช่นเดิม
“ลุกขึ้น แต่งตัว”
“เอ่อ...คุณชาย คุณหนูยังไม่แข็งแรงพอจะออกไปโดนลมหนาวอีกเจ้าคะ”
เซ่าซางที่เดินตามหลังของบุรุษร่างสูงมากล่าวขึ้นแทนคุณหนู ที่กำลังยันกายลุกขึ้นนั่ง
“เจ้านี้อย่างไร พูดจากลับกลอก เดี๋ยวบอกว่าดีขึ้น เดี๋ยวบอกไม่แข็งแรง หรืออยากชิมรสไม้โบยอีกสักสิบยี่สิบทีกัน” เหยียนผู่ตวาดเสียงดัง สายตาที่จ้องสาวใช้แทบจะเข้ามาบีบคอให้ตายคามือ หากว่าทำได้
คนที่ถูกจ้องเขม็ง เกิดตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า ยามคิดถึงไม้หนา ที่ฟาดลงกระทบบนแผ่นหลัง เป็นความเจ็บปวดที่สุดในชีวิต จนนางไม่มีวันลืมเป็นแน่
เหม่ยเอินขยับกายยากเย็นเล็กน้อย ในที่สุดก็สามารถลุกขึ้นได้ มองไปยังสาวใช้ที่ยืนตัวสั่น รู้สึกสงสารอย่างมาก รีบเอ่ยปากกับชายผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี
“ท่านพี่ รอสักครู่ ขอข้าชำระล้างกายเปลี่ยนชุดไม่นาน จะรีบตามท่านออกไป”
“พูดอย่างนี้แต่แรกก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ชอบทำให้ข้าอารมณ์เสียกันเสียจริง...จะทำอะไรก็เร็ว ๆ เข้า ข้าจะรออยู่ข้างนอก” กล่าวจบเหยียนผู่ก็เดินปั้นปึ่งออกไป
เหม่ยเอินพยักหน้าเรียกให้สาวใช้ มาช่วยพยุงพานางไปอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดสะอ้าน ก่อนจะเปลี่ยนมาใส่ชุดฮั่นฝูสีเขียวมรกต พร้อมกับเสื้อคลุมขนสัตว์ ที่เขาคนนั้นนำมาจากชายแดน
“คุณหนู ท่านไหวหรือเจ้าคะ” เซ่าซางถามอย่างเป็นห่วง
เหม่ยเอินยิ้มบาง ๆ ยามนี้ไม่ไหวก็ต้องไหว ไม่ว่าสามีอยากพานางออกไปตากลมหนาวหนแห่งใดก็ตาม
ผู้ที่ช่วยพยุงนายสาวให้เดินออกมาหาบุรุษที่ยืนเอามือไพล่หลังรออยู่ รู้สึกสงสารผู้เป็นนายอย่างยิ่ง ที่ต้องแต่งงานเข้ามาเจอสภาพแบบนี้ เป็นฮูหยินที่สามีไม่เห็นค่า แม่สามีรังเกียจ แม้แต่บ่าวไพร่ก็ไม่มีความยำเกรง
แต่นางก็ช่วยอะไรคุณหนูไม่ได้ เคยคิดจะไปเล่าเรื่องทุกอย่างให้ใต้เท้ากับหลี่ฮูหยินรับทราบ คุณหนูก็กำชับย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามทำเป็นอันขาด...ในเมื่อผู้เป็นนายเลือกที่จะทน ตัวนางที่เป็นเพียงสาวใช้ แม้จะทุกข์ใจแค่ไหนก็จำต้องกัดฟันทนไปด้วย
“เสร็จสักที พี่ใหญ่เดินทางกลับจากการรบ คนในเรือนทุกคนต้องไปให้การต้อนรับ เร็วเข้าอย่าให้ข้าต้องล่าช้าเพราะความสำออยของเจ้า”
เซ่าซางกำลังจะขยับปากตอบโต้ แต่ถูกคุณหนูของตนดึงมือสะกิดเอาไว้เสียก่อน จึงได้แต่ส่งสายตาขุ่นเคืองไปให้แทน
เหม่ยเอินก้าวเดินแต่ละย่างก้าว ขายังคงสั่น ๆ เพราะพิษจากไอเย็นยังไม่หมด ยังดีที่มีสาวใช้คู่ใจคอยช่วยพยุงไปตลอดทางที่เดินไปยังส่วนด้านหน้าจวน ที่พักของคนสกุลหลักเฉียน
ส่วนบุรุษที่แต่งงานด้วยนะหรือ เดินนำลิ่ว ๆ หาได้สนใจว่าคนที่เดิมตาม ยังไม่หายดี นาน ๆ ครั้งฝ่ายนั้นจึงจะหันมาส่งสายตาไม่พอใจ ที่พากันเดินช้าเกินไป
"พวกเจ้าเร็ว ๆ หน่อยได้หรือเปล่า ทำอะไรอืดอาดยืดยาดเสียจริง"
"เจ้าคะ"
เหม่ยเอินตอบรับเพียงเท่านั้น ก่อนจะกัดฟันก้าวเท้าให้เร็วกว่าเดิม จนกระทั่งทั้งสามมาถึงเรือนหลัก ทำเอาหญิงสาวแทบหายใจหายคอไม่ทัน
หลังจากนั้น เหยียนผู่ก็ยอมเดินช้า ๆ เพื่อเคียงข้างเหม่ยเอินเข้าไปด้านในเรือน
ภายในโถงรับรองตอนนี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คนสกุลเฉียน ที่มาร่วมแสดงความยินดี กับบุรุษที่ถอดชุดเกราะมาสวมใส่ชุดธรรมดาแล้ว
และหนวดเคราที่เซ่าซางเคยเห็นในวันแรก บัดนี้ได้รับการโกนทิ้งไป เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มอันหล่อเหลาราวเทพบุตร
หากเปรียบเทียบกับคุณชายสกุลรองแล้ว เรียกได้ว่าดูดีกันคนละแบบ ยากที่จะบอกได้ว่าใครหน้าตาดีมากกว่ากัน
"ข้าดีใจที่ท่านพี่กลับมาจากทำศึกอย่างปลอดภัย นี้เป็นของขวัญจากข้ากับฮูหยิน ขอท่านพี่โปรดรับไว้"
เหยียนผู่ส่งสายตาเข้มให้เหม่ยเอิน ยื่นมือออกมาจับกล่องไม้ด้วยกัน
หญิงสาวรีบทำตามแต่โดยดี ยื่นมือบางไปแตะกล่องของขวัญที่สามีเตรียมมามอบให้กับบุรุษตรงหน้า
แม้ว่าจะเตรียมใจเอาไว้ทั้งคืน แล้วว่าไม่เวลาใดเวลาหนึ่ง จะต้องได้เผชิญหน้ากัน
แต่พอเอาเข้าจริง เหม่ยเอินกลับใจเต้นไม่เป็นจังหวะ จนกลัวว่าคนรอบข้างจะได้ยินเสียงเต้นของหัวใจดวงน้อยที่ไม่รักดี
"ขอบใจเจ้าทั้งสองมาก ของขวัญนี้พี่รับไว้ด้วยใจ"
เฟิงหนานยื่นมือออกไปรับกล่องไม้มาวางไว้บนโต๊ะด้านข้าง ที่มีของขวัญวางอยู่เต็มไปหมด
สายตาเหยี่ยวจับจ้องมองแต่ใบหน้าของผู้ที่มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องเท่านั้น
เหม่ยเอินรู้สึกเจ็บแปลบ ยามเห็นท่าทางที่เมินเฉยของบุรุษตรงหน้า เขาไม่แม้แต่จะชายตามองมาทางตนเลย
แม้กระทั่งตอนที่นางเดินมานั่งยังเก้าอี้ที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้ตามลำดับ สายตาคู่นั้นก็หันไปสนใจสิ่งอื่น
"แคก ๆ"
"อาการของเจ้ายังไม่ดีขึ้นอีกหรือ" เฉียนฮูหยินใหญ่ ที่คอยสังเกตท่าทีของบุตรชายผู้กลับมาจากชายแดน กับฮูหยินของสกุลรอง สอบถามขึ้นยามที่เห็นอาการของนาง
"ดีขึ้นบ้างแล้วเจ้าคะ เฉียนฮูหยิน...แคก ๆ"
ปากบอกว่าดีขึ้นแล้ว แต่คนป่วยกับรู้สึกระคายเคืองคอ จนไอออกมาไม่หยุด ต้องยกมือขึ้นมาป้องปากเอาไว้
"จิบชาร้อน ๆ สิ เผื่ออาการจะดีขึ้น อย่าทำให้ข้าขายหน้าผู้อื่นได้หรือเปล่า"
เหยียนผู่รินน้ำชาใส่ถ้วยให้ฮูหยิน ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาให้ได้ยินแค่สองคน
หากคนภายนอกดู คงคิดว่าเขาเป็นห่วงฮูหยิน แต่ไม่เลย เขากลัวว่าคนอื่นจะติฉินว่าเขาดูแลภรรยาไม่ดีต่างหาก
เหม่ยเอินดื่มชาจนหมดถ้วย นัยน์ตาหงส์ เต็มไปด้วยความระทม แม้ไม่ได้มีความรักต่อกันฉันสามีภรรยา สามีน่าจะทำดีต่อนางในฐานะเพื่อนผู้หนึ่งก็ได้
"ไม่ไหวก็กลับไปพักก่อนเถอะ อย่าได้ฝืนเลย เดี๋ยวอาการจะแย่ลงไปกว่านี้" ใต้เท้าเฉียนเอ่ยขึ้น
"เจ้าคะ เหม่ยเอินขออภัยทุกท่านด้วย"
หลี่เหม่ยเอินไม่รอช้า รีบลุกขึ้นย่อตัวทำความเคารพผู้อาวุโสกว่าทุกคน
สายตาของนางลอบมองไปทางบุรุษที่นั่งอยู่ข้างมารดาอีกครั้ง แต่เขายังเมินเฉยไม่สนใจเช่นเดิม
นั้นสินะ ในเมื่อตอนนี้นางกลายเป็นคนมีพันธะไปแล้ว จะให้สายตาคู่นั้น มีประกายของความอบอุ่นเช่นเดิมได้อย่างไร
เซ่าซางเข้ามาช่วยพยุงนายสาว เดินออกจากเรือนของสกุลหลักเฉียน ก่อนคนอื่น ๆ เองก็พากันขอตัวตามออกมาด้วย
เหยียนผู่เห็นมารดากับคนสกุลเฉียนพากันทยอยกลับออกไปแล้ว รวมถึงใต้เท้าเฉียนกับเฉียนฮูหยินใหญ่เองก็กลับเข้าไปพักผ่อนแล้ว จึงคิดว่าถึงเวลาที่ตนเองต้องกลับได้แล้วเช่นกัน เขาลุกขึ้น ก่อนจะเอ่ยวาจากับบุรุษที่มีศักดิ์เป็นพี่
"ท่านพี่ ข้ามารบกวนท่านนานมากแล้ว ขอตัวก่อน"
"อยู่คุยกับพี่ก่อน พี่มีเรื่องจะพูดด้วย"