แสงอาทิตย์ยามเย็นทอแสงสีส้มอมแดงอาบไล้ไปทั่วทุ่งนาสีทอง กริชยืนอยู่บนคันนาในสภาพเนื้อตัวมอมแมมไปด้วยโคลน แต่แววตากลับสว่างไสวไปด้วยชัยชนะ ท่ามกลางเสียงปรบมือเกรียวกราวของชาวบ้าน ทว่าในหลุมโคลนกลางแปลงนานั้น บักรุ่ง กำลังตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาด้วยสภาพที่ดูไม่ได้ ทั้งตัวเต็มไปด้วยเลนสีดำ และรอยผื่นแดงที่เห่อขึ้นตามผิวหนังเพราะฤทธิ์หมามุ่ยที่เขากลั่นแกล้งตัวเอง “มึง ไอ้กริชมึงใช้เล่ห์เหลี่ยมอีหยัง” บักรุ่งแผดเสียงลั่น หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความคันและความอับอาย “มึงต้องทำของใส่กูแน่ ๆ กูเป็นแชมป์มาจักปี ทำไมกูสิมาแพ้คนสำอางแบบมึง มึงโกงกูอีหลี” บักรุ่งพยายามจะพุ่งเข้าไปหาเรื่องกริช แต่ขาที่สั่นเทาเพราะความคันทำให้เขาแทบจะทรงตัวไม่อยู่ เสียงชาวบ้านเริ่มซุบซิบ บ้างก็ว่าบักรุ่งพาล บ้างก็ว่ากริชอาจจะมีของดีจริง ๆ “หยุดเดี๋ยวนี้เด้อบักรุ่ง” เสียงตวาดแหววของอิปิ๊ดังขึ้น เธอเดินดุ่ม ๆ ลงไปยืนขวางหน้

