episode 16

1342 Words
A episode 16eb โดย Ginoichi เหมือนทุกที หากแต่วันนี้มันต่างออกไป จ่าประสิทธิ์ที่เคยมือเท้าไว วันนี้กลับประสาทไม่สั่งงานเสียอย่างนั้น มือหนาตบลงบนไหล่ลูกชายเบาๆ ก่อนจะคว้าบุหรี่ ที่นานๆทีจะหยิบยกมันออกมาสูบ และแน่นอน คนบ้านนี้รู้กันดี ว่าจ่าประสิทธิ์คนนี้ จะใช้มันยามที่เครียดจริงๆเท่านั้น เด็กหนุ่ม หน้าเคร่งขรึมลงเล็กน้อย เขาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่อยากจะพูดมานานให้คนเป็นพ่อได้รับรู้ แม้มันอาจจะไม่ถูกใจผู้เป็นพี่เลยสักนิด "ว่ากันตามจริง...บอลก็แอบดีใจ ที่เจ้ กับผู้กองทะเลาะกันแบบนี้" "ดีกว่าเห็นเจ้ไปไล่ตามเขา" จ่าประสิทธิ์ เหลือบมองหน้าลูกชายชั่วครู่ แม้จะไม่มีคำพูดไดๆหลุดจากปาก แต่ทว่าสีหน้าแววตาของพ่อ ก็ไม่มีท่าทีว่าจะขุ่นเคืองลูกชายเลยสักนิด จ่าประสิทธิ์ ถอนหายใจทิ้งเฮือกใหญ่ ชั่งใจอยู่นาน จนเมื่อเห็นสมควร ร่างอ้วนท้วนจึงเดินตรงออกไปข้างหน้าช้าๆ ด้วยความรู้สึกที่มั่นคง มือหนาแตะลงกลางลาดไหล่ของผู้เป็นลูกสาว พร้อมกับเอ่ยออกมาแผ่วเบา "ลูกเอ๋ย ใช่ว่าจะรักเขาไม่ได้ ลูกยังรักเขาได้เช่นเดิม เพียงแต่ลูกอย่าลืมไป ว่าเขานั้น ก็มีหัวใจรักเหมือนกับลูกเช่นกัน" "ลูกรักเขาได้ แต่จงอย่าลืม ว่าทุกอย่างในโลกนี้ ไม่ใช่จะเป็นของเราทั้งหมดทั้งสิ้น แม้ลูกจะยอมแลกทุกอย่างเพื่อเขา ก็ใช่ว่าเขา จะเลือกลูกเช่นเดียวกัน ใจคนนั้นมันดูยากนักลูกเอ๋ย นอกจากยากแล้วยังซับซ้อน รักเขาได้ แต่ลูกอย่าลืมรักตัวเอง มาทำให้เขาเห็นเถิด ว่าลูกเองก็มีศักดิ์ศรี ทำให้เขาเห็นว่าลูกเองก็มีน้ำใจนักกีฬา จงยินดีถ้าเขามีรัก และจงอย่าเสียใจ ที่เคยรักเขา พ่อคงพูดได้เท่านี้" บราลี สั่นสะท้าน ใบหน้าหวานเปียกชื้นไปด้วยน้ำตาที่หลั่งออกมาไม่หยุด เมื่อได้ฟังประโยคที่ยาวที่สุด ที่เคยได้ยินจากปากพ่อ คนตัวเล็กไม่กล้าหันกลับไปมองผู้เป็นพ่อเลยสักนิด ขณะที่จ่าประสิทธิ์ ก็ไม่คิดจะคาดคั้นลูกสาวอีกต่อไป เมื่อได้พูดในสิ่งที่อยากพูด ได้ทำในสิ่งที่ใจคิด ก็นับว่าตนนั้นบรรลุเป้าหมาย หน้าที่ของพ่อที่พึงกระทำ ตัวเขาเองรู้ดี ว่าบราลีนั้นเป็นคนแข็งนอกอ่อนใน ในขณะเดียวกัน ลูกคนนี้ก็เข้มแข็งกว่าใครเช่นกัน "เชื่อพ่อนะเเบม" "บางเรื่อง มันอาจจะยาก แต่ใช่ว่าลูกของพ่อจะทำไม่ได้" "หากลูกคิดแล้ว ว่าผู้กองเขาไม่มีใจ ก็จงถอยกลับเสีย วันนี้ลูกอาจจะเจ็บ แต่พ่อเชื่อว่าไม่นาน แผลมันต้องหายดี" ไหล่เล็กสะท้านไหว ไม่มีคำพูดโต้แย้งใดๆหลุดออกมาจากปากลูกสาว แต่ผู้เป็นพ่อก็รับรู้มันได้ในทันที ว่าบราลีในวันนี้คงบอบช้ำเกินทน จ่าประสิทธิ์เดินถอยออกมาเงียบๆ ในหูดังก้องไปด้วยเสียงสะอื้นให้ แม้ว่าบราลีจะอดกลั้นมันใว้แค่ไหน แต่เขากลับได้ยินมันได้อย่างชัดเจน 'หูได้ยินชัด' 'ในใจก็เจ็บ..ราวกับว่าเป็นตนเอง ที่ประสบปัญหาแบบที่ลูกสาวเจอ' หลายวันถัดมาหลายวันถัดมาที่บราลีไม่แม้ได้เห็นหน้าผู้กองหนุ่ม เธอยังคงดำเนินชีวิตประจำวันเป็นปกติสุขเช่นเคย ต่างเพียงแค่ เมื่อไม่เอาใจไปผูกกับเขา..ก็ไม่ต้องร่ำร้องวิ่งพล่านไปเจอเขา ไม่ต้องรอคอยเขา ถึงแม้จะรู้สึกเหงาไม่น้อย แต่ตัวเธอเองกลับไม่ได้รู้สึกรำบากใจอะไร ยิ่งเมื่อได้ย้อนคิดเทียบเคียงกับตอนที่ใจดวงนี้มันมีแต่เขาแล้ว เธอรู้สึกว่ามันโล่งกว่ามาก แต่หากจะพูดว่าลืมเขาหมดใจเสียทีเดียวมันก็คงไม่ใช่ คนเรารักเขามาตั้งนานขนาดไหนก็ใช่ว่าจะลืมได้ลงเพียงวันสองวัน ใจเธอเองก็ยังอยากรู้ข่าวคราวของเขากับเธอคนนั้นอยู่ไม่น้อย ถึงแม้จะแจ้งแก่ใจดี ว่ารู้ไปก็รังแต่จะทำให้ตัวเองเจ็บปวด หากแต่บราลีถือคติที่ว่า เธอจะไม่หนีปัญหา ในค่ายแม้จะกว้างใหญ่ แต่ใช่ว่าจะไกลกันนัก อย่างไรเสียก็หนีกันไม่พ้น แม้วันนี้เธอจะเป็นคนแพ้ แต่เธอจะไม่ยอมเป็นคนอ่อนแอในสายตาเขาเป็นอันขาด มันคงจะมีสักวัน ที่เธอจะสามารถส่งยิ้มและกล่าวคำว่ายินดีให้กับผู้กองอคินณ์ได้จากใจจริง และแน่นอน ว่าคงไม่ใช่ในเร็ววันนี้... "ขอโทษนะครับ...ข้าวยังเหลือไหม" น้ำเสียงอบอุ่น ดังขึ้นไม่ไกล ปลุกสติคนที่ใจล่องลอยให้กลับมาเข้าที่ บราลีคว้าทัพพีคู่ใจขึ้นมากำแน่นก่อนจะเงยหน้ามองคนที่มาใหม่ด้วยความรู้สึกแปลกใจไม่น้อย "หมอ..หมอเจย์?" ใบหน้าที่ดูหงน พร้อมกับน้ำเสียงติดสงสัยทำเอาหมอหนุ่มหลุดยิ้ม ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงขี้เล่น "ครับ...เห็นหมออย่างกับเห็นผี" บราลีเกาท้ายทอยแก้เก้อ เมื่อรู้ตัวว่าเผลอแสดงท่าที คล้ายกับไม่มีมารยาทออกไป มือคู่น้อยยกขึ้นกระพุ่มใหว้แบบรนๆ "ขอโทษค่ะหมอ...แบมแค่แปลกใจ" "ปกติไม่ค่อยเห็นหมอมาที่โรงเลี้ยง" ริมฝีปากเล็กรั้น เอ่ยตามที่ใจคิด และนั่นทำให้คนที่อุส่าห์ถ่อมาไกลต้องหลุดยิ้มอีกรอบ 'แล้วจะให้เขาพูดได้อย่างไร..ว่าที่เดินลากสังขารมาถึงนี่ ก็แค่อยากมากินฝีมือเธอ' "อยากกินเเกงเขียวหวาน" "เขาว่ากันว่าวันนี้มี" หมอหนุ่มเอ่ยแบบไม่ทุกข์ร้อน สองมือหนาล้วงกระเป๋าพร้อมกับใบหน้าขาวที่ยื่นเขาไปหาคนตัวเล็กอย่างลืมตัว "แกงหน่ะมีค่ะ...เพียงแต่ว่า ข้าวหมดแล้ว หมอจะรับเป็นขนมจีนแทนไหมคะ?" บราลีถามเสียงใส หมอเจ หรือเจตพล ครุ่นคิดชั่วคราวจึงพยักหน้ารับเบาๆ บราลีที่เห็นดังนั้น ก็รีบคว้า เอาจานตรงหน้ามาจัดอาหารให้ทันที แต่เมื่อกำลังจะส่งจานให้คนตรงหน้า สายตาเจ้ากรรมมันดันไปประทะกับร่างสูงของคนที่มาใหม่ แววตาเย็นชาที่คุ้นเคย บวกกับสีหน้าเฉยเมยที่คุ้นชิน เล่นเอาใจดวงน้อยกระตุก มือคู่เล็กสั่นเทา จนหมอหนุ่มตรงหน้าต้องรีบคว้าเอาจานในมือเธอมาถือใว้เอง "วันนี้งานหนักหรอครับ มือสั่นเชียว" หมอหนุ่มถามด้วยความเป็นห่วง บราลี หลุบตาลงต่ำ หนีจากคนด้านหลัง ก่อนจะตอบหมอตรงหน้าเบาๆ "สงสัยจะเหนื่อยค่ะ" "งั้นผมไม่กวนดีกว่า" "คุณจะได้รีบเก็บ ถ้ามีอะไรให้ผมช่วย เรียกได้ครับ ไม่ต้องเกรงใจ" หมอเจย์ เอ่ยอย่างกระตือรือร้น บราลีที่ได้ฟัง ก็อดที่จะยิ้มบางๆให้เขาไม่ได้ "แบม....เรียกแบมก็ได้ค่ะ" "เรียกคุณมันดูแปลกๆ แบมเป็นแค่แม่ค้า ไม่ได้มียศ มีดาวบนบ่าอะไร" ประโยคแรก ตั้งใจจะบอกหมอ แต่ประโยคหลัง เธอหมายใจจะให้เขาได้ยิน ทั้งทีก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าคำพูดก่อนหน้านั้นหลุดออกมาจากปากได้อย่างไร หมอเจย์ยิ้มกว้าง พยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทานอาหารตรงหน้าด้วยความเอร็ดอร่อย ต่างจากผู้กองอคินณ์ที่วันนี้อะไรมันก็ดูขัดหูขัดตาไปหมด หายใจก็ไม่สะดวก ตั้งแต่เห็นไอ้หมอหนุ่มนั้น กับแม่สาวตรงหน้า
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD