บทที่ 11

1512 Words
แสงแดดยามเช้ากระทบกับกระจกแต่ก็ไม่อาจส่องแสงเข้ามาถึงในตัวห้องได้ ผ้าม่านสีเข้มทำหน้าที่กันแสงได้ดี ชรัณพลิกตัวไปมาเพราะเสียงนาฬิกาข้างเตียงดัง ต่างจากอีกคนที่ยังนอนสงบนิ่งอยู่ ชรัณลุกขึ้นและเดินเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัวของตัวของตน ภายในห้องยังมืดสนิทชรัณไม่อยากปลุกคนตัวขาวที่ยังนอนหลับอยู่ เขาลงมาที่ครัวด้านล่างด้วยชุดคลุมสีดำที่มักใส่ประจำ สายตาทุกคู่จ้องมองมาที่เขาแบบไม่ปกติแต่ชรัณก็ไม่ได้ว่าอะไร ร่างสูงยกกาแฟที่พึ่งชงเสร็จขึ้นจิบ พร้อมกับทอดมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อชมบรรยากาศตอนเช้าที่สงบ บอดี้การ์ดร่างใหญ่คนหนึ่งยืนเกาะขอบประตูห้องครัว เขาอ้ำ ๆ อึ้งๆ ไม่กล้าพูดจนชรัณต้องบอกให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ตน บอดี้การ์ดร่างใหญ่ยืนเผชิญหน้ากับชรัณ ดวงตาคมสำรวจร่างกายของผู้เป็นนายอย่างกล้าๆ กลัว ใบหน้าคมของชรัณมองนิ่งมาที่เขา บนลำคอของชรัณมีรอยแดงลามลงมาถึงแผงอกแกร่งที่เผยออกมาจากชุดคลุม “มีอะไรก็ว่ามา” “คือว่า..มีคนเอาจดหมายมาฝากไว้ที่ป้อมยามครับ” ว่าจบบอดี้การ์ดร่างใหญ่ก็ยื่นจดหมายที่ว่าให้ชรัณทันที ชรัณขมวดคิ้วก่อนจะรับจดหมายมาและบอกให้อีกฝ่ายกลับไปทำงานของตนต่อ ชรัณถือจดหมายและเดินขึ้นไปที่ห้องทำงานของเขา หน้าจดหมายเขียนชื่อคนที่เขาเคยคุ้นเคยดี “ภาสกร” ชรัณเปิดซองจดหมายและหยิบเอกสารที่อยู่ในซองขึ้นมาอ่าน ในจดหมายมีรอยตราประทับประจำตระกูลและเนื้อหาในจดหมายเขียนเอาไว้ว่า “สวัสดีครับคุณชรัณ ผมคือภาสกร คนสวนที่เคยทำงานให้กับคุณท่าน ตอนนี้คุณชรัณสบายดีไหมครับ ผมสบายดีมาก ผมได้ข่าวว่าคุณชรัณยังคิดเรื่องของคุณท่านและยังสืบเรื่องการตายของคุณท่านอยู่ ผมจะบอกความจริงทั้งหมดให้คุณชรัณทราบเอง เพียงแต่ตอนนี้ผมไม่สามารถไปหาคุณชรัณเองได้ เพราะผมต้องดูแลหลาน หวังว่าคุณชรัณจะให้อภัยที่ผมไม่ได้ไปบอกด้วยตัวเอง อย่างที่คุณชรัณทราบว่าการตายของคุณท่านเกิดจากฟีโรโมนผิดปกติ แต่จริงๆ แล้วไม่ได้มีแค่เรื่องนี้ เรื่องทั้งหมดเกิดจากสองวันก่อนที่นายท่านจะเสีย ตำรวจสืบได้ว่านายท่านมีธุรกิจผิดกฎหมาย ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าธุรกิจอะไร สองวันต่อมานายท่านก็กินยาทดแทนฟีโรโมนที่กำลังพัฒนาเข้าไปทำให้ฟีโรโมนไม่เข้ากันทำให้นายท่านเสียชีวิตไป เรื่องนี้ผมเข้าใจว่าคุณชรัณยังเศร้าอยู่ แต่ตอนนี้ท่านไม่อยู่แล้ว ผมอยากจะให้คุณชรัณเดินหน้าไปต่อ ไม่ต้องคิดมากเรื่องนายท่านแล้วนะครับ หวังว่าคุณชรัณจะปล่อยวางเรื่องนายท่านลงนะครับ เรื่องที่ผมอยากจะบอกมีเพียงเท่านี้ ไว้มีโอกาสผมจะกลับไปดูการเติบโตของคุณชรัณนะครับ คุณชาย ดูแลตัวเองด้วย คุณชรัณจะยังเป็นคุณชายน้อยของผมเสมอ ภาสกร” น้ำตาใสเอ่อคลอดวงตาคมจนล้น ชรัณทรุดนั่งลงบนพื้นร่างกายสั่นเทาหลังได้รู้ความจริงทั้งหมดจากคนสนิทของพ่อ เขาไม่คิดว่าจะทำให้คนอื่นเป็นห่วงตนได้ขนาดนี้ ถึงขนาดที่ภาสกรต้องเขียนจดหมายมาหาตน ชรัณนั่งน้ำตาคลอโดยมีความคิดที่กำลังดำดิ่งลงจากก้นบึ้งของหัวใจ ในห้วงความคิดนั้นความทรงจำเมื่อสองปีก่อนก็หวนกลับมาอีกครั้ง 2 ปีก่อน ชรัณเพิ่งกลับจากการเดินทางที่เขาไปประชุมที่ต่างประเทศ ร่างสูงหยุดยืนอยู่หน้าบ้านโดยมีแม่บ้านบางส่วนคอยรับเสื้อคลุมและกระเป๋าของเขาเพื่อนำไปเก็บ เพียงแต่วันนี้ดูวุ่นวายกว่าทุกวัน บอดี้การ์ดและแม่บ้านพากันวิ่งวุ่นไปทั่ว ร่างสูงยืนมึนงงเพราะปกติไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้ จนหญิงวัยกลางคนร่างท้วมเดินมาสะกิดที่แขนของเขา ชรัณหันมาทักทายอีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้ม “ผมกลับมาแล้วครับป้า วันนี้มีอะไรกินบ้างเนี่ย” “ค..คุณชรัณ...คุณท่าน...” ชรัณหุบยิ้มทันที เขาขมวดคิ้ว “พ่อ..พ่อทำไมครับป้า” เขาเอ่ยเสียงสั่นเครือ เมื่อเห็นผู้ใหญ่ที่เลี้ยงตนมาตั้งแต่เด็กเริ่มร้องไห้ออกมา “คุณชายทำใจดีๆ นะคะ...ค..คุณท่านเสียแล้วค่ะ” สิ้นคำของหญิงร่างท้วมชรัณก็รีบวิ่งขึ้นบันไดและตรงไปที่ห้องของบิดาตนทันที บอดี้การ์ดหลายนายยืนสงบนิ่งอยู่ในห้อง มีหมอประจำตระกูลที่กำลังปั๊มหัวใจพ่อของเขา โดยมีภาสกรนั่งอยู่เก้าอี้ที่ใกล้ๆ เตียงของพ่อเขาไม่ห่าง ชรัณยืนนิ่งไม่เอ่ยสิ่งใดดวงตาคมพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตา เมื่อหมอไม่สามารถช่วยชีวิตพ่อของตนไว้ได้ ชรัณเซเล็กน้อยเป็นภาสกรที่รีบวิ่งมารับเขาไว้ก่อนที่ชรัณจะล้มลงไปบนพื้น “..อึก..มันเกิดอะไรขึ้นอา..ทำไม..” “ตอนนี้หมอยังไม่สามารถบอกอะไรเราได้ครับ...พาคุณชรัณไปพักหน่อย” บอดี้การ์ดร่างใหญ่รีบเข้ามาพยุงชรัณไปที่ห้องของเขา เมื่อหัวถึงหมอนชรัณก็หลับไปทันทีด้วยสาเหตุเพลียจากการเดินทางและเรื่องบิดา เขาหวังว่าพอเขาลืมตาตื่นขึ้นมาทั้งหมดจะไม่ใช่ความจริง แต่คนเราล้วนหนีความจริงไม่พ้น “คุณชิระวิต หัวใจล้มเหลวเนื่องจากได้รับฟีโรโมนเข้าไปมากเกินกว่าปกติครับ” “....” ในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมาชรัณพยายามต่อสู้ทุกอย่างกับการเข้ารับตำแหน่งต่อจากบิดาของเขาอย่างกะทันหัน มีผู้นำหลายคนไม่ยอมรับเขา ซึ่งเขาสามารถก้าวข้ามผ่านมันมาได้แล้ว เพียงแต่ความสำเร็จนี้พ่อของเขาไม่สามารถมาเห็นมันได้ด้วยตัวเอง ชรัณกอดเข่าของตนและร้องไห้ออกมา ร่างสูงเก็บเอกสารไว้ในลิ้นชักและล็อกอย่างแน่นหนา ในเมื่อภาสกรอยากให้เขาปล่อยวางเขาก็จะทำ เพียงแต่คนที่เขียนจดหมายจะเป็นภาสกรตัวจริง ชรัณตัดสินใจโทรหาเลขาของตนทันที “ครับ วันนี้วันหยุดผมนะครับท่าน” จริณเอ่ยด้วยน้ำเสียงขี้เล่นเหมือนเช่นเคย “ใจ๋ ช่วยไปสืบบ้านของอาภาสให้หน่อย” ชรัณเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่เกิดจากการร้องไห้ จริณที่จับสังเกตได้ก็เอ่ยถามเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ชรัณเล่าทั้งหมดโดยไม่ปิดบังก่อนที่เลขาคนสนิทจะวางสายและรีบหาที่อยู่ของภาสกรให้ชรัณโดยด่วน เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งทำให้ชรัณหลุดออกจากภวังค์และรีบเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้า ทิวาเดินเข้ามาเงียบ ๆ ในมือถือถาดอาหารเช้าที่จัดไว้อย่างประณีต เขาวางมันลงบนโต๊ะเคียงข้างชรัณ กลิ่นหอมของข้าวต้มเห็ดหอมและขิงอ่อนลอยอบอวลไปทั่วห้อง ร่างหนาสังเกตดวงตาคมของชรัณที่บวมและแดงขึ้นเล็กน้อย เหมือนว่าอีกฝ่ายพึ่งจะร้องไห้ไป ทิวาเดินเข้าไปใกล้ชรัณก่อนที่จะคุกเข่านั่งลงตรงหน้าอีกฝ่าย ชรัณผงะถอยหลังเล็กน้อยก่อนที่จะหันหน้าหนีไปทางอื่นเพราะกลัวว่าทิวาจะเห็นว่าเขายังมีน้ำตาเอ่อคลอเบ้าอยู่ “อยากร้องก็ร้องออกมาครับ” “ไม่ต้องเก็บเอาไว้คนเดียวแล้ว” ชรัณกัดฟันแน่น หัวใจเขาเหมือนถูกกรีดซ้ำซากจากทุกคำพูดตรง ๆ แต่จริงใจของทิวา “ผมจะไม่ถามว่าทำไม” เมื่อทิวาเอ่ยจบชรัณก็โผล่เข้ากอดเขาทันทีพร้อมกับร้องไห้ออกมา เพียงประโยคนั้น...น้ำตาของชรัณก็ไหลทะลักราวกับเขื่อนแตก ไหล่กว้างของทิวารองรับเขาไว้ได้อย่างมั่นคง ทิวายกมือขึ้นลูบหลังชรัณเบา ๆ ไล่ลงมาตามแนวกระดูกสันหลัง เขาไม่พูดอะไรอีก ปล่อยให้เสียงสะอื้นของชรัณดังอยู่ในอ้อมแขน ทิวาลูบหัวเขาเบา ๆ “ไม่มีใครเข้มแข็งได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นปล่อยมันออกมานะครับ” ทิวานั่งอยู่กับชรัณโดยไม่ขยับไปไหน ไม่เร่งเวลา ไม่เร่งความรู้สึก แค่อยู่ด้วยกัน อย่างเงียบงันและมั่นคง ชรัณไม่อยากถูกมองว่าอ่อนแอจึงไม่ร้องไห้ออกมาให้ใครเห็นยกเว้นก็แต่ปู่และเพื่อนสนิทของตนเพียงเท่านั้น แต่ตอนนี้เขาร้องไห้ต่อหน้าทิวาซึ่งกำลังลูบหัวปลอบใจเขาอยู่ โดยไม่เอ่ยถามสิ่งใดว่าเขาร้องไห้ทำไมแถมยังเอ่ยปลอบใจเขา ทำให้ชรัณรู้สึกขอบคุณและอบอุ่นใจ เขาเริ่มเปิดใจให้ทิวาเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเขามากขึ้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD