บทที่ 12

1566 Words
หลายวันต่อมาจริณรีบมาพบชรัณแต่เช้าตรู่ เพื่อพูดคุยเรื่องสำคัญกันเพียงลำพังโดยมีทิวาและตินภพยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู ทั้งคู่ต่างคุยสารทุกข์สุกดิบกันเพราะตินภพได้รับหน้าที่ดูแลเลขาคนสนิทของชรัณ ทำให้พวกเขาทั้งคู่พูดคุยถึงเรื่องที่ต้องสืบได้ยากขึ้น ภายในห้องจริณกำลังเล่ารายละเอียดเรื่องที่เขาไปสืบให้ชรัณฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “อาภาสพึ่งตายสองวันก่อน ชาวบ้านบอกผมว่าเขาฆ่าตัวตาย” “....” ชรัณนิ่งอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินไม่คิดไม่ฝันว่าคนอย่างภาสกรจะกล้าทำในสิ่งที่ตัวของเขาเองคิดว่ามันผิดบาป ชรัณก้มหน้าลงดวงตาคมมีน้ำใสไหลรินออกมา เขาเสียคนที่สำคัญในชีวิตไปอีกคนโดยไม่มีคำจากลาอีกครั้ง จริณโผล่เข้ากอดชรัณและร้องไห้ออกมาเบาๆ สองคน ในห้องทำงานของชรัณนั้นเก็บเสียงซึ่งเป็นการดีสำหรับพวกเขาทั้งคู่ตอนนี้ เพราะพวกเขาไม่อยากจะให้ใครมาเห็นด้านที่อ่อนแอ “อีกเรื่องครับ..อึก..คุณอาเขาไม่มีญาติที่ไหน..เขาอยู่คนเดียว” เบต้าร่างบางกล่าวพร้อมเสียงสะอื้น “แสดงว่าจดหมายเป็นของปลอมเหรอ” ชรัณมองร่างบางส่ายหน้าปฏิเสธก่อนที่จริณจะเอ่ยต่อ “ลายมือของอาภาสจริง..แต่รอยของตราประทับไม่ใช่ของเขาครับ” หมู่บ้านที่ภาสกรอยู่ตั้งห่างจากทางถนนสายหลักหลายกิโลเมตร ผู้คนในชุมชนล้วนเป็นมิตร บ้านปูนชั้นเดียวริมคลองในชานเมืองเงียบสงบเกินกว่าที่ใครจะคาดเดาได้ว่าครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นบ้านของคนที่เคยมีบทบาทอยู่เบื้องหลังผู้ทรงอำนาจที่สุดของตระกูลอัครวรรธน์ หลังคาสังกะสีเก่า ๆ โค้งงอด้วยกาลเวลา เงาของต้นมะม่วงใหญ่หน้าบ้านทอดทับกับลานดินลูกรังที่เต็มไปด้วยเก้าอี้พลาสติกเรียงรายอย่างไม่เป็นระเบียบ ใต้เต็นท์ผ้าใบผืนใหญ่ที่ชาวบ้านช่วยกันมากาง เสียงสวดพระเบา ๆ ลอยเอื่อยปะปนกับเสียงจิ้งหรีดและลมบ่าย ชรัณยืนอยู่เงียบ ๆ หน้ารูปถ่ายของภาสกรในชุดเสื้อเชิ้ตธรรมดา ๆ ใบหน้าของคนในภาพยังคงมีรอยยิ้มอ่อนโยนแบบที่เขาจำได้ไม่เคยลืม ไม่มีโลงศพหรู ไม่มีดอกไม้ราคาแพง ไม่มีนักการเมืองหรือผู้นำแก๊งมาเข้าร่วม มีเพียงชาวบ้านใกล้เคียง เพื่อนเก่าของภาสกร และตัวเขากับบอดี้การ์ดอีกหลายสิบคน ชรัณไม่พูดอะไรเลยนับตั้งแต่เดินเข้ามา เขาแค่ยกมือไหว้หน้ารูป ถอดรองเท้าแล้วเดินเข้าไปนั่งพับเพียบใกล้ ๆ จุดที่วางรูปของภาสกร มีเพียงเสียงพระสวดที่ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีเครื่องเสียง ไม่มีพิธีรีตอง มือของชรัณกำหมัดแน่นอยู่บนตัก ความรู้สึกบางอย่างตีขึ้นมาราวคลื่นใต้น้ำ “บ้านหลังนี้...ยังเหมือนเดิมเลยนะครับอาภาส” เสียงของชรัณเอ่ยขึ้นเบา ๆ เหมือนพูดกับรูป ความทรงจำเก่า ๆ ไล่ย้อนกลับมา เขาจำได้ว่าเคยมานอนค้างที่นี่ตอนยังเด็ก ภาสกรชอบทำแกงส้มให้กิน ฝานมะละกอเองกับมือ ตะโกนดุเมื่อเขาเอาเท้าเหยียบหมอน “ผมคิดถึงอา” ชรัณพูดต่อ น้ำเสียงนิ่งแต่แฝงด้วยบาดแผลลึก หญิงชราเจ้าของบ้านข้าง ๆ ยื่นน้ำเย็นให้เขาแล้วบอกเบา ๆ “ก่อนตาย ภาสฝากไว้ว่า เขาคิดถึงคุณมาก ถ้าคุณมาจริง ๆ เขาอยากจะทำอาหารให้คุณทาน” “เจ้าภาสหน่ะ อยากเห็นคุณมีความสุขนะ” ชรัณรับแก้วน้ำด้วยมือสั่น เขายิ้มบางก่อนจะเอ่ยทั้งน้ำตา “ผมมีความสุขแล้วครับอา...แค่เสียดายที่อาไม่อยู่ดูด้วยกัน” หลังพิธีสวดเสร็จลงในเย็นวันนั้น ชาวบ้านช่วยกันเก็บโต๊ะ เก็บพัดลม เก็บผ้า หญิงชราคนเดิมเดินมาส่งเขาหน้าบ้าน พร้อมมอบกล่องเหล็กใบหนึ่ง “ภาสทิ้งไว้ให้คุณชายค่ะ บอกว่าไม่ใช่สิ่งมีค่าทางทรัพย์สิน แต่เป็นของที่คุณชายควรได้คืน” ชรัณเปิดกล่องทันทีในรถ ด้านในมีรูปถ่ายสีซีเปีย เป็นภาพชรัณตอนเด็กนั่งอยู่บนหลังภาสกรที่กำลังแบกเขาเล่นในสวน และจดหมายแผ่นเล็กเขียนด้วยลายมือหวัดสั่น ๆ ว่า “ไม่ว่าจะโตแค่ไหน คุณชายก็ยังเป็นเด็กในสายตาอาเสมอ ถ้าเหนื่อยก็หยุดพักบ้าง อย่าดื้อนัก” ชรัณหลับตาลงแน่น...อุ่นในใจเหมือนถูกกอดอีกครั้ง แม้เจ้าของอ้อมกอดนั้นจะไม่มีวันหวนกลับมาแล้วก็ตาม ภาสกรนั้นเปรียบเสมือนพ่อของเขา ซึ่งตอนนี้พ่อของเขาได้จากไปอีกคนแล้ว ทิวาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เห็นชรัณกลั้นน้ำตาเอาไว้ตั้งแต่เริ่มงานจนจบงาน ทิวาไม่พูดอะไรเพียงนั่งนิ่งๆ จนชรัณร้องไห้จนเสร็จ มือหนาลูบที่แก้มตอบที่เกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ หลายวันมานี้ชรัณเป็นคนจัดเตรียมงานเองทุกอย่างหลังรู้ว่าภาสกรเสีย เขาไม่แม้แต่จะแตะอาหารถ้าทานก็ทานเพียงนิด ทิวาลูบดวงตาคมของชรัณที่เริ่มบวมแดงเบาๆ ก่อนที่จะจรดริมฝีปากลงที่ดวงตาคู่นั้นอย่างปลอบโยน “ผมไปถามชาวบ้านมาครับ เขาบอกว่าเมื่อหลายวันก่อนมีคนมาหาภาสกรก่อนที่ท่านจะเสียไป” “ผมไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกันไหม..แต่เราต้องตรวจสอบนะครับ คุณเชื่อจริงๆ เหรอว่าเขาจะทำเรื่องแบบนี้เองจริงๆ” “ฉันไม่เคยเชื่อ ฉันจะหาความจริงเรื่องพ่อกับอาภาสให้ได้ ถึงจะยากแค่ไหนก็ตาม” “อึก..ฉันจะลากคนที่ทำเข้าคุกให้หมด!!..ฮึก..” ชรัณกำมือแน่น น้ำตาสีใสเริ่มเอ่อคลออีกครั้ง อารมณ์โกรธเข้าครอบงำ ชรัณสะอื้นออกมาและตะโกนด้วยความเจ็บแค้น ท่ามกลางบรรยากาศหลังงานศพที่เพิ่งผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง แสงแดดเย็นสาดลงกระทบใบไม้ที่ไหวเอนอย่างเหนื่อยล้า ชรัณนั่งอยู่ในรถที่จอดอยู่หน้าบ้านของภาสกร กล่องเหล็กใบเล็กยังคงวางอยู่บนตักเขา ข้างในมีเพียงภาพถ่ายหนึ่งใบ จดหมายสั้น ๆ และสิ่งสำคัญที่สุดตราประทับตระกูลอัครวรรธน์ที่ภาสกรเก็บรักษาไว้ยิ่งชีพ เขาหยิบตราประทับขึ้นมาอย่างแผ่วเบา สังเกตตัวเลขเล็กจาง ๆ ที่อยู่บริเวณฐานด้านล่าง มันคือเลขสี่หลักที่ดูเหมือนจะไม่มีความหมายอะไรในตอนแรก...แต่หัวใจของเขากลับเต้นแรงขึ้น “มันคุ้นตาเหมือนเป็น...” เสียงชรัณเบาจนแทบจะหลอมรวมกับลมหายใจของตัวเอง เขาพลิกตราประทับในมืออย่างระวัง สายตาหยุดอยู่ที่ตัวเลขใต้ฐาน จู่ ๆ ใจเขาก็เต้นแรงขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ ไม่สิ...เขารู้ดีว่านี่คืออะไร แต่เขาเลือกที่จะไม่พูดออกมา ทิวามองชรัณเงียบ ๆ พอเห็นสีหน้าอีกฝ่ายเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนก็เอ่ยเบา ๆ “เลขนั้น...สำคัญเหรอครับ?” ชรัณไม่ตอบในทันที เขาแค่นิ่งเงียบ ดวงตาคมจ้องตราประทับแน่น ก่อนจะกำไว้ในมือ “กลับบ้าน” เขาเอ่ยเสียงเรียบ นิ่ง และเด็ดขาด ทิวาชะงักเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับคำโดยไม่ถามต่อ เขารู้ดีว่าเวลาชรัณใช้เสียงแบบนี้...หมายความว่า "ห้ามถาม" และเขาต้องเคารพสิ่งนั้น ระหว่างทางกลับ ชรัณไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว เขาแค่นั่งนิ่ง กำตราประทับไว้แน่นเหมือนกลัวว่ามันจะหาย สายตาของชรัณจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง แต่ภายในใจของเขากำลังไล่เรียงความทรงจำ ห้องนั้นที่เขาไม่เคยให้ใครเข้า รหัสที่ไม่มีใครรู้ นอกจากคนในครอบครัว และภาสกรที่ทิ้งบางอย่างไว้ให้เขา ทุกอย่างกำลังเรียงต่อกัน...ทีละชิ้น ‘คุณชายจะยังเป็นคุณชายของผมเสมอ’ เขาหลับตาลง ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้ใครพรากความจริงไปอีกต่อไปแล้ว เขาจะเป็นคนลากพวกมันลงนรกที่มันสร้างขึ้นเอง ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ตาม ชรัณให้คำมั่นสัญญากับตัวเอง ก่อนที่เขาจะเผลอหลับไปโดยในมือยังกำตราประทับของภาสกรไว้แน่น ทิวาชำเลืองมองชรัณตลอดทางเพื่อหวังให้อีกฝ่ายคลายจากความทุกข์ใจ แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยคำปลอบใดๆ เขาเพียงวางมือลงบนไหล่ของชรัณอย่างแผ่วเบาเหมือนจะบอกว่ายังมีตนอยู่ตรงนี้คอยปลอบอีกฝ่ายได้เสมอ เมื่อรถแล่นเข้าสู่รั้วคฤหาสน์ใหญ่ เสียงล้อบดพื้นกรวดก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ ชรัณลืมตาขึ้นช้า ๆ ดวงตาคมยังฉายแววเหนื่อยล้าแต่เต็มไปด้วยเป้าหมาย ขาเรียวยาวก้าวลงจากรถ ช้าแต่มั่นคง เหมือนคนที่แบกทั้งอดีต ปัจจุบัน และความจริงอันโหดร้ายไว้บนบ่า คืนนี้...เขาจะเปิดห้องที่ปิดตาย และความจริงที่ซุกซ่อนอยู่ในเงามืดของตระกูลอัครวรรธน์...จะถูกเปิดเผย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD