บทนำ

1749 Words
ร่างสูงของ ทิวา เดินตามทางเดินที่ทอดยาวของสถานีตำรวจที่เขาทำงานอยู่เพื่อไปห้องประชุมของผู้เป็นนายที่ได้นัดหมายให้เขาเข้าพบ ระหว่างทางเดินมีตำรวจชั้นผู้น้อยทักทายเขาอย่างสุภาพ ด้วยเพราะสารวัตรทิวามีผลงานที่โดดเด่นอีกทั้งยังเป็นหน้าเป็นตาให้กับกรมตำรวจของพวกเขา ซึ่งทำให้เขาถูกหมายปองจากเหล่าหนุ่มสาวๆ โอเมก้าหลายคน เพราะมีใบหน้าที่หล่อเหลาเอาการ ผิวพันธ์ก็ดี ส่วนสูงและกล้ามเนื้อก็เหมาะสม รวมๆ แล้วเพอร์เฟกต์แทบทุกอย่าง ติดที่ว่าสารวัตรนั้นไม่อยากจะมีความรักในตอนนี้ เพราะทิวานั้นชอบโฟกัสกับงานเป็นหลัก จึงถูกมอบหมายงานจากผู้การโดยตรงตลอด แต่เมื่อทำงานเสร็จทิวาก็ไม่คิดจะออกหน้าว่าตัวเองเป็นคนทำ ซึ่งทำให้ตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคนคิดจะแย่งตัวของ สารวัตรทิวาไปอยู่ในทีมของตัวเองกันทั้งนั้น แต่สารวัตรหนุ่มคนนี้เลือกที่จะไม่ไป ก๊อกๆ ... ร่างสูงหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องของผู้บังคับบัญชา ยกมือเคาะประตูเพื่อให้คนในห้องรู้ว่าเขามาแล้ว ทิวาเปิดประตูและปิดตามหลังเมื่อเขาเข้ามาในห้อง เบื้องหน้าคือผู้การที่เขาเคารพนำถือเสมือนว่าเป็นญาติคนหนึ่ง ด้วยเพราะท่านเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็กหลังจากที่แม่ของเขาเสียไป ร่างสูงยกมือไหว้อีกฝ่ายด้วยความเคารพ ก่อนที่ท่านจะผายมือให้ทิวานั่งลงตรงข้าม “ผู้การ...” ทิวาจ้องมองผู้บังคับบัญชาของตนด้วยความเคารพและรอเพื่อให้อีกฝ่ายพูดขึ้น คนเบื้องหน้าของเขาคนนี้คือ พลตำรวจโท นรงค์ศักดิ์ ท่านเป็นทั้งหัวหน้าและเปรียบเสมือนพ่อแท้ๆ ของเขาเอง อายุของท่านปีนี้ย่างเข้าปีที่ 58 ใบหน้าของท่านยังคงดูอ่อนเยาว์ถึงแม้ว่าอายุจะมากขึ้นแต่ใบหน้าก็ดูเหนื่อยมากเช่นกัน “พ่อมีภารกิจจะให้วาไปจัดการ แต่ภารกิจนี้เสี่ยงมาก....ถ้าไม่อยากทำ...” “ผมทำได้ครับ” อีกฝ่ายยังเอ่ยไม่ทันจบทิวาก็ตอบโดยทันที “ฟังให้จบก่อนไอ้เสือ นิสัยที่ทำอะไรแบบไม่คิดนี้เลิกได้สักทีนะ” เขาส่ายหัวเบาๆ ผู้การเล่าถึงภารกิจที่จะมอบหมายให้ทิวาทำ นั้นก็คือให้เขาเข้าไปสืบเกี่ยวกับธุรกิจของ “แก๊งควันปืน” เพื่อหาว่าธุรกิจที่พวกเขานั้นถูกกฎหมายหรือไม่ และสืบหาเบื้องหลังต่างๆ เกี่ยวกับตระกูลนี้ให้ได้มากที่สุด แก๊งควันปืนผู้ดูแลสูงสุดตอนนี้คือ ชรัณ ลูกชายคนเดียวของตระกูล อัครวรรธน์ ซึ่งทางเดียวที่เขาสามารถสืบได้คือเข้าไปเป็นบอดี้การ์ดเพียงเท่านั้น ตอนนี้แก๊งควันปืนมีชรัณเป็นคนดูแลเพียงคนเดียว ซึ่งทำให้อริบางกลุ่มจับตามองและจ้องที่จะเล่นงานเขาอยู่ตลอด ตอนนี้ทำให้ปู่ของชรัณเป็นห่วงหลานชายมาก จึงต้องรีบหาบอดี้การ์ดเพิ่มเพื่อปกป้องหลานชายของเขา ซึ่งสามารถทำให้กรมตำรวจได้โอกาสส่งคนเพื่อเข้าไปสืบ อีกอย่างนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ส่งคนเข้าไปเพื่อเป็นสาย พวกเขาเคยส่งไปถึงสองครั้ง ครั้งแรกตำรวจนายนั้นถูกส่งกลับมา ส่วนครั้งที่สอง ตอนนี้ก็ยังไม่มีข้อความติดต่อกลับมาและไม่พบเห็นตำรวจนายนั้นอีกเลยตั้งแต่ส่งตัวเขาเข้าไป ทั้งสองครั้งก่อนเป็นการส่งคนเข้าไปเมื่อหัวหน้าคนเก่ายังอยู่ นั้นก็คือพ่อของชรัณ แต่เมื่อพ่อของเขาเสียชีวิตทำให้ชรัณขึ้นมาเป็นหัวหน้าแก๊ง ตอนนี้เมื่ออำนาจของแก๊งเริ่มลดลงก็ได้เวลาที่พวกเขาจะหาตำรวจฝีมือดีเพื่อส่งตัวเข้าไปสืบอีกครั้ง เพียงแต่นรงค์นั้นเป็นห่วงลูกชายเหลือเกินว่าจะไม่ได้กลับออกมาอีก แต่เขาก็ต้องทำใจ เพราะหลังจากทิวาฟังเขาเล่าจนจบก็ตอบตกลงทันที และสัญญากับเขาว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จ แต่ทิวากลับไม่คิดสนใจชีวิตของตัวเองสักนิด “ผมเป็นไรแน่นอนครับ พ่อเป็นคนสอนผมเองว่าเป็นตำรวจต้องอดทน” ทิวาเอ่ยขึ้นอย่างขบขันเมื่อสังเกตุสีหน้าของคนเป็นพ่อซึ่งเป็นห่วงเขามากเกินไป “อืม งั้นก็ขอให้โชคดี ต่อไปนี้จะไม่มีชื่อสารวัตรทิวาอีกต่อไป ไปแบบมีชีวิต ก็กลับออกมาแบบมีชีวิตนะลูก” และนี้ไม่ใช่คำประชดแต่เป็นคำอวยพร นรงค์ยิ้มและลูบหัวลูกชายเบาๆ ภาวนาให้ภายภาคหน้าลูกของตนจะปลอดภัยออกมา ภารกิจจะสำเร็จไหมไม่รู้ขอแค่ทิวาปลอดภัยก็เป็นพอ ถึงไอ้เสือมันจะไม่กังวลก็เถอะนะ พ่อหล่ะปวดเฮดกลุ้มฮาด “ส่วนเรื่องรายละเอียดต่างๆ จะให้ตินภพส่งไปให้แล้วกัน ฝากดูแลเจ้านั้นด้วยหล่ะ” “ครับ? หมายความว่าผมไม่ได้เข้าไปคนเดียว” ทิวามองหน้าพ่อบุญธรรมด้วยความไม่เข้าใจ ตอนแรกก็ไม่ซีเรียสเท่าไหร่ พอบอกว่าไอภพเพื่อนสนิทของเขาไปด้วยแล้วทิวาก็เครียดขึ้นมาเลยทันที “ใช่ พ่อจะปล่อยให้วาไปเสี่ยงคนเดียวได้ยังไง...อีกอย่างหมวดภพเขาก็ช่วยสร้างสีสันด้วย จะได้ไม่เครียด” ทิวาพยักหน้ารับ ในหัวคิดมากมายว่าถ้าเพื่อนของเขาไปก่อกวนจนเกิดความวุ่นวายขึ้นจะทำยังไง ไอ้นี่ยิ่งเห็นอะไรก็ชอบถามเอาความจนกว่าจะได้คำตอบตลอด อีกทั้งยังกวนตีนได้ทุกเวลา เกรงว่าการเข้าไปสืบครั้งนี้คงจะไม่ง่ายเท่าไหร่แล้ว เพราะเพื่อนร่วมทีมนี่แหละจะพาซวย คฤหาสน์หลังใหญ่ถูกตกแต่งด้วยหินอ่อน มีการตกแต่งลานหน้าบ้านที่สวยงามและยังมีการตัดตกแต่งต้นไม้ให้มีลวดลาย ทั้งสองข้างทางก่อนทางเข้าประตูบานใหญ่มีบอดี้การ์ดร่างใหญ่ราว ๆ สิบกว่าคนยืนเฝ้าไว้ ข้างในตัวคฤหาสน์นั้นก็ตกแต่งสวยงามวิจิตรบรรจงไม่ต่างจากด้านนอก ข้างผนังมีรูปที่ประมูลมาหลายล้านแขวนไว้ และของตกแต่งโบราณที่เจ้าของบ้านชอบเรียงไว้ตลอดทางเดินเข้ามา บริเวณห้องรับแขกมีโคมไฟระย้าห้อยลงมาจากเพดานด้านบน ที่โซฟากำมะหยี่ตัวสีดำชายชราเจ้าของบ้านนั่งหน้าตาเคร่งเครียด เพราะเป็นห่วงหลานชายหลังจากที่ได้ฟังข่าวการประทุษร้ายของบริษัทที่เป็นคู่แข่งจากปากของเลขาที่ตนให้ตามไปดูแลหลาน ส่วนฝ่ายหลานชายก็ได้แต่นั่งเงียบไม่หือไม่อือทั้งสิ้น ความเงียบเริ่มครอบคลุมทำให้เลขาเบต้าคนสนิทของชรัณ ส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากผู้เป็นนาย แต่ฝ่ายนั้นดันยกชาขึ้นมาจิบแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทำเอาจริณถูกจ้องโดยนายท่านใหญ่แบบไม่วางตาเสียวสันหลังวาบ “อ...เอ่อ” “นี้เป็นครั้งที่สองที่มีคนลอบทำร้ายหลานฉัน เรื่องที่ให้ไปหาบอดี้การ์ดเพิ่มไปถึงไหนแล้ว” ชัชชัยถอนหายใจก่อนที่จะยกมือขึ้นมาบีบสันจมูกเบาๆ เพื่อบรรเทาความเครียด “ค...คือว่า..” “บอดี้การ์ดมีตั้งเยอะ..ปู่จะเอามาเพิ่มอีกทำไม” ชรัณหลังจากที่นั่งเงียบมานานเอ่ยขึ้น ร่างสูงของชรัณมีใบหน้าหล่อคมคายที่แทบจะถอดแบบเหมือนปู่ของเขามากจนคิดว่าก๊อปปี้วาง ผิวของชรัณเป็นผิวสีแทนเมื่อถูกแสงจากโคมระย้าส่องยิ่งทำให้ผิวของเขานวลผ่องเป็นประกาย อีกทั้งท่าทางที่สง่างามนั้นอีกยิ่งทำให้คนมองหลงหัวปักหัวปำ ติดที่ว่าคนที่มองตอนนี้เป็นปู่ของเขาเอง มือหนายกกาน้ำชาขึ้นมารินชาใส่แก้วและยื่นให้ปู่ของตน ชัชชัยรับแก้วและถอนหายใจบางเบาพลางส่ายหน้า “มีเยอะก็จริง แต่ใช่ว่าจะไว้ใจได้ทุกคน” “ไอคิงกับไอต้าไงปู่” ชรัณตอบปู่ของตนด้วยความดื้อรั้น เพราะไม่อยากจะมีบอดี้การ์ดเพิ่ม ชรัณนั้นคิดว่าดูแลตัวเองได้ ปกป้องตัวเองเป็นเพราะปู่ก็สอนการป้องกันตัวให้เขาตั้งแต่เด็ก จึงคิดว่าเอาเวลาไปทำอย่างอื่นจะดีกว่า “แค่สองคนมันจะไปพออะไร ปู่อยากได้คนที่สามารถอยู่กับแกได้24ชั่วโมง เอาตามนั้นแหละ ห้ามขัด” ชรัณเมื่อฟังจบก็ได้แต่กรอกตามองบน ทำไงได้ ใครจะอยากขัดใจคนแก่ มีหวังได้ไปนั่งหลบมุมทำโทษเหมือนตอนเขายังเด็กชัวร์ คิดแล้วก็อายอยากมุดแผ่นดินหนี ชรัณอยู่คุยกับปู่เกี่ยวกับเรื่องธุรกิจและชีวิตประจำวันของเขาจนเวลาล่วงเลยเกือบ 2ทุ่ม ทางปู่ก็อยากจะให้หลานชายค้างอยู่ที่นี้เพราะตอนค่ำรถยนต์มันเยอะอันตราย แต่ชรัณนั้นมีงานต่อจึงบอกลาปู่เพื่อกลับไปที่บ้านของตัวเองดีกว่า ระหว่างทางกลับบ้าน ชรัณสังเกตเห็นรถมอเตอร์ไซค์ขี่ตามรถของเขามาโดยตลอดตั้งแต่ออกมาจากคฤหาสน์ของปู่ ด้วยความเอะใจตั้งแจ่แรกเลยให้เลขาไปนั่งรถอีกคัน ส่วนตัวเขาก็มากับบอดี้การ์ดสองคน เป็นจริงดังคาดเพราะตอนนี้มอเตอร์ไซค์คันนั้นขับเข้ามาประชิดรถของเขา บอดี้การ์ดสองนายที่นั่งประกบมาด้วยก็ปกป้องเขาสุดชีวิต คนขับมอเตอร์ใช้ปืนจ่อเข้ามาทางกระจกเล็งที่หัวของเขา ชรัณที่ไม่กลัวและคิดจะเปิดกระจกเพื่อสั่งสอนซักหน่อย แต่ก็โดนคิงที่เป็นมือขวาและบอดี้การ์ดคนสนิทห้ามเอาไว้ มือปืนคนนั้นยิงใส่กระจกเพื่อหวังว่าจะโดนชรัณเพียงนิดก็ยังดี กระจกรถของชรัณนั้นปลอดภัยป้องกันกระสุนเรื่องนี้ปู่ของเขาก็เป็นคนคิดเอาไว้ เมื่อทำงานไม่สำเร็จมอเตอร์ไซค์คันนั้นก็ขับออกไปทันทีแต่อย่าหวังว่าจะรอดเพราะคนของเขาขี่ตามไปแล้วเรียบร้อย ส่วนเรื่องลอบทำร้ายครั้งที่สามคงจะถึงหูปู่ของเขาไม่ถึงชั่วโมงเป็นแน่ ชรัณถอนหายใจ เห็นทีคงต้องหาบอดี้การ์ดมาเพิ่มตามที่ปู่ได้บอกเขาไว้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD