บทที่ 19

1612 Words
เช้าตรู่วันหนึ่งทิวาเปิดประตูออกจากห้องของตัวเองและปิดลงอย่างเบามือ เพื่อไม่เป็นการรบกวนการนอนหลับของชรัณ ร่างหนาเดินลงบันไดเตรียมพร้อมที่จะออกไปด้านนอก เพียงแต่เวลานี้แม่บ้านก็เริ่มทำหน้าที่ของตนแล้ว ถ้าไม่ทักก็กลัวว่าจะไม่ปกติ ร่างหนายิ้มทักทายแม่บ้านอย่างเป็นกันเอง วันนี้ป้าแก้วไปตลาดแต่เช้าและกำลังถือถุงใส่วัตถุดิบถุงใหญ่ ทิวาไม่รอช้ารีบมุ่งตรงไปช่วยถือทันที “จะออกไปไหนหล่ะทิวา แต่งตัวหล่อเชียว” หญิงชราเอ่ยแซว พลางมองสำรวจชุดของร่างหนา วันนี้ทิวาใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวเข้ากับแจ็กแก็ตหนังสีดำพอดีตัว เขายิ้มบางตอบรับคำชม “วันนี้ผมต้องไปตรวจงานที่คลังสินค้าหน่ะครับ” “อ้าว..ไม่ไปพร้อมคุณชรัณเหรอ?” ทิวาส่ายหน้าก่อนที่จะวางถุงที่ตนถือไว้ที่เคาร์เตอร์ครัว เขาพูดคุยกับป้าแก้วอีกนิดหน่อยก่อนที่จะขอลาไปทำงานของตนต่อ ร่างหนาเดินออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ ใบหน้าหล่อหันมองห้องของชรัณที่ยังไม่เปิดผ้าม่าน ดูเหมือนเจ้าของห้องกำลังหลับอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเขา ร่างหนาเดินไปที่มอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของตน เขาไม่ได้จับมันมาหลายอาทิตย์ถึงคราวที่ต้องใช้แล้วก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย ทิวาหันมองห้องของชรัณอีกครั้ง ก่อนจะก้าวขาขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ เมื่อเครื่องยนต์เริ่มทำงานเขาก็รีบบิดคันเร่งและขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปทันที โดยมีสายตาของชรัณที่แอบมองเขาตั้งแต่ต้นมองตามจนเขาออกพ้นรั้วเหล็กสูงใหญ่ไปได้ ร่างสูงในห้องยืนนิ่งอยู่ตรงบานหน้าต่างสักพัก เขาไม่เคยคิดว่าทิวาจะหักหลังเขา แต่ว่า การที่อีกฝ่ายไปไหนมาไหนโดยไม่บอกเขานั้นมันไม่ใช่ครั้งแรก เขาพยายามที่จะไม่สงสัย แต่เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เขาต้องทำ ชรัณยกโทรศัพท์ขึ้นมาและต่อสายไปหาเลขาของตัวเอง เสียงรอสายที่ยาวนานทำให้จิตใจของชรัณยิ่งฟรุ้งซ่าน “คุณชรัณ...นี้มันพึ่ง6โมงนะครับ...” จริณตอบด้วยน้ำเสียงแหบแห้งเหมือนคนที่พึ่งตื่นจากนิทรา “ฉันอยากรู้ข้อมูลจริงๆ ของทิวา” “ครับ?” เบต้าร่างบางถึงกับลุกนั่งบนเตียง “หาข้อมูลจริงๆ มา จะใต้ดินหรืออะไรก็ได้” เอ่ยจบชรัณก็ตัดสายของจริณทันที ไม่ใช่เขาไม่เชื่อใจทิวาแต่ความไว้วางใจของเขาเริ่มสั่นคลอนมานานแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ว่าอีกฝ่ายจะเข้าหาเขาเพื่อผลประโยชน์อะไร ชรัณจะต้องได้รู้ด้วยตัวเอง เขาหวังว่าอีกฝ่ายจะไม่ทำให้เขาผิดหวังและหมดความเชื่อใจ ขอร้องหล่ะ มอเตอร์ไซค์คันใหญ่เคลื่อนเข้าจอดที่โรงรถ ทิวาถอดหมวกกันน็อกออกก่อนที่จะก้าวลงจากลง ร่างหนาเดินเข้ากรมตำรวจจากทางด้านหลัง ถ้าในยามปกติที่เขาเป็นตำรวจก็จะเดินเข้าข้างหน้าเหมือนตำรวจทั่วไป แต่ตอนนี้เขาต้องปกปิดตัวตนไว้ทำให้ไม่สามารเดินเข้าประตูหน้าได้ เมื่อเข้ามาในสถานที่ที่คุ้นเคย ร่างหนาก็มุ่งตรงไปที่ห้องของท่านรองที่มอบหมายภารกิจให้เขา ตอนแรกเขาคิดที่จะเข้าพบผู้การก่อนแต่เขาได้รู้ข่าวจากตินภพว่าผู้การไปต่างจังหวัดเขาจึงพลาดโอกาสเจอท่านไป ทิวายืนอยู่ที่หน้าห้องของท่านรอง เขาถอนหายใจพร้อมกับตั้งสติก่อนที่จะเคาะประตูเพื่อบอกคนด้านในว่าตนมาถึงแล้ว บานประตูใหญ่เปิดออกโดยเจ้าของห้อง ทิวาพยักหน้าทักทายอีกฝ่ายก่อนที่จะเดินเข้าไปด้านใน “ไม่เจอกันนานนะสารวัตร แผลหายดีแล้วเหรอ” ตำรวจหนุ่มยศสูงเอ่ยทักทิวาก่อน เขาผายมือให้ทิวานั่งลงที่โซฟาตรงข้าม “ยังมีตึงอยู่บ้างครับ แต่ดีขึ้นมากแล้ว” “อืม งั้นเขาเรื่องเลยเถอะ วาต้องรีบกลับด้วยใช่ไหม” “ใช่ครับท่านรอง” “บอกให้เรียกพี่คณิต ตอนนี้มีแค่พี่กับวา” ชายตรงหน้าเอ่ยดุทิวา ตั้งแต่ตอนเรียนโรงเรียนตำรวจด้วยกันจนถึงตอนนี้เขาและทิวาก็ยังเป็นรุ่นพี่และรุ่นน้องที่ดีต่อกัน แต่อีกฝ่ายมักจะเรียกเขาด้วยยศ ซึ่งเขาไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นัก ก็ไอเด็กที่เคยเรียกตนว่าพี่สมัยก่อนอยู่ดีๆ ก็มาเรียกตนว่าท่านรองมันฟังดูแปลกๆ จริงๆ นั้นแหละ ถึงยศจะต่างกันใช่ว่าความเป็นพี่น้องมันสลายหายไป “ครับ งั้นผมเริ่มเลยนะครับ” ทิวาเริ่มเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการขนส่งฟีโรโมนของบริษัทชรัณที่เสียหายอย่างหนัก และคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องผิดกฎหมายไม่มีชื่อชรัณอยู่ในรายการที่ทิวาสืบหามาได้ เขาอยู่คุยกับคณิตรุ่นพี่ตำรวจของเขาที่ตอนนี้มียศเป็น พล ตำรวจโท ซึ่งกว่าจะได้มาก็ใช่ว่าจะง่าย ทิวาเลยนับถืออีกฝ่ายมาก เขาใช้เวลาคุยกับอีกฝ่ายไปเกือบสองชั่วโมง ซึ่งส่วนมากคณิตจะถามเกี่ยวกับสารทุกข์สุกดิบของทิวาเสียมากกว่า เป็นทิวาที่ขอออกมาก่อนเพราะกลัวชรัณจะสงสัยว่าเขาหายไปไหน ก่อนจะกลับทิวาก็แวะไปตรวจคลังสินค้าด้วยตัวเอง เขาจำเป็นที่จะต้องมีพยานเผื่ออีกฝ่ายสงสัยขึ้นมา ทิวาเดินเข้าคฤหาสน์ของชรัณในเวลา 10โมงเช้า ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าของบ้านต้องตื่นแล้ว เขาเอ่ยทักทายบอดี้การ์ดที่ผ่านไปผ่านมาอย่างเช่นทุกวัน บอดี้การ์ดร่างใหญ่คนหนึ่งเดินมาหาเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “พี่ ไปไหนมาเนี่ย” “ธุระ คุณชรัณตื่นแล้วเหรอ” “ตื่นตั้งแต่เช้าแล้ว พี่รีบไปหาคุณเขาเถอะ” ทิวาพยักหน้าตอบ เขาเดินขึ้นบันไดมุ่งตรงไปที่ห้องของชรัณทันที ร่างหนาเคาะประตูแต่ไม่มีใครเปิด เขาจึงเดินไปที่ห้องทำงานของอีกฝ่าย และเปิดประตูเข้าไปทันที ร่างสูงของชรัณนั่งบนเก้าอี้หันหลังมาทางประตู ร่างสูงมองไปที่รูปของตนอย่างเหม่อลอย รูปนี้เป็นรูปที่เขาถ่ายหลังจากได้รับตำแหน่งต่อจากบิดาโดยที่เขายังไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าในรูปดูเหนื่อยล้า แม้จะผ่านการปรับแต่งรูปมาแล้ว แต่ความโศกเศร้ายังมีให้เห็นอยู่ “คุณชรัณ” ทิวาเอ่ยเรียกอีกฝ่าย ร่างหนาเดินเข้าไปหาชรัณมากขึ้น ก่อนที่เขาจะเอ่ยเรียกชรัณอีกครั้ง ร่างสูงเบื้องหน้าก็หมุนเก้าอี้และจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาเรียบนิ่ง “นายไปไหนมา” “ไปตรวจคลังสินค้าครับ” “เหรอ” โกหก ชรัณโทรไปที่คลังสินค้าตั้งแต่เช้า แต่ก็ไม่มีใครบอกเขาเลยว่าทิวาเข้าไป ก่อนที่เขาจะรับสายอีกครั้งเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วว่าทิวาพึ่งจะเข้าไป แล้วก่อนหน้านี้อีกฝ่ายไปไหนมา ทิวาพยักหน้าตอบ มองชรัณที่ดูเหมือนอารมณ์เสีย กลิ่นฟีโรโมนที่ชรัณปล่อยออกมาก็ทำให้รู้สึกอึดอัดไม่น้อย ใครทำอีกฝ่ายหัวร้อนแต่เช้า เขาหล่ะอยากรู้จริงๆ “คุณชรัณ ดื่มน้ำไหมครับ” “ไม่” ชรัณเอ่ยตอบทันที ทำให้ร่างหนาต้องเม้มปากเล็กน้อย ดูเหมือนจะไม่ใช่หัวร้อนธรรมดา วันนี้เขาได้รับศึกหนักแน่นอน หารู้ไม่ว่าคนที่ทำให้ชรัณโกรธนั้น เป็นตัวเขานั้นแหละ ชรัณหยิบเอกสารที่ได้รับจากจริณวางไว้บนโต๊ะ ทิวาเหลือบมองก่อนที่จะเบิกตาโพลง เพราะกระดาษใบนั้นเป็นข้อมูลส่วนตัวของเขา แต่เขาอ่านรายละเอียดยังไม่หมดชรัณก็หยิบกระดาษใบนั้นขึ้นมาอ่าน “ร้อยตำรวจเอก ทิวากร หรัณพิรมณ์” เอ่ยจบชรัณก็เงยหน้ามองทิวาทันที ร่างหนาทำเพียงเงียบไม่เอ่ยสิ่งใด ภารกิจของเขาได้จบสิ้นแล้ว ชรัณจะกำจัดเขาทิ้งหรือไม่เขาไม่สน ขอแค่เขาจะไม่บอกภารกิจที่เขาทำและทำให้ใครก็พอ “นายหลอกฉัน นายก็เห็นฉันเป็นไอ้โง่ที่จะหลอกใช้ง่ายๆ เหมือนกับคนอื่นสินะ” ทิวาไม่ตอบทำเพียงก้มหน้าและเงียบไม่เอ่ยสิ่งใด“ตอบสิ!!” ชรัณเอ่ยออกมาเสียงดัง ดวงตาคมมีน้ำตาเอ่อคลอก่อนที่เขาจะหันหน้าไปทางอื่นเมื่อทิวาไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา เขาโดนหลอกจริงๆ โดนหลอกใช้ซ้ำๆ จากคนที่ไว้ใจ และโดนหักหลังอีกครั้ง “นายเข้ามาในตระกูลฉันเพื่ออะไร ตอบมา” “ผม บอกไม่ได้ครับ” ห้ามโดนจับได้ ถ้าโดนห้ามสารภาพ แต่ต้องตายทันที แต่ถ้าหนีได้ก็รีบ ห้ามให้ทางนั้นรู้เด็ดขาดว่าตัวเองอยู่ไหน เสียงในหัวที่ตินภพเคยบอกเกี่ยวกับภารกิจดังขึ้นมา ทิวากวาดสายตามองรอบห้องว่าเขาสามารถหนีไปทางไหนได้บ้าง แต่หน้าต่างก็ห่างจากตัวเขามากนัก อีกอย่างในห้องไม่มีอาวุธที่เขาสามารถป้องกันตัวหรือทำอะไรมากกว่านั้นได้ เขาจะทำอย่างไรต่อไปดี “งั้นฉันจะเป็นคนพูดก่อนเอง”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD