บทที่ 14

1928 Words
หลังจากผ่านวันที่เศร้าโศกมาหลายวัน ภาสกรก็ขอเข้าพบนายเหนือหัวคนใหม่ของตระกูลอัครวรรธน์ตั้งแต่เช้าตรู่ สีหน้าของชรัณไม่ต่างจากภาสกรมากนัก ทั้งคู่ดูอิดโรยเนื่องจากนอนหลับไม่เต็มอิ่มมาหลายคืน ทั้งสองปล่อยให้บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบไม่มีใครเอ่ยทักใครก่อน จนภาสกรเป็นคนเริ่มบทสนทนา “ผมมาขอลาออกครับ...” “....” บรรยากาศในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ชรัณมองภาสกรด้วยแววตาเรียบนิ่ง ดวงตาคมมีรอยคล้ำใต้ตา ใครไม่เคยเห็นชรัณในสภาพนี้คงจะหวั่นเกรงเขามาก แต่ต่างจากภาสกรที่เห็นแววตาคู่นี้มาตั้งแต่ยังเด็ก “อาก็จะทิ้งผมเหมือนพ่อเหรอ” “ไม่ได้ทิ้งครับ ผมทำแบบนี้เพื่อให้คุณชรัณปลอดภัย” “นี่ตราประจำตระกูลของผม ผมคืนนะครับ” ชรัณพยักหน้า ก่อนจะมองภาสกรเดินออกไป ชรัณทำได้เพียงแต่ปล่อยภาสกรเดินตามทางของเขา ชรัณจะให้บอดี้การ์ดไปกับภาสกรเพื่อคุ้มกันด้วยแต่เจ้าตัวกลับไม่รับไว้ เพราะภาสกรกลัวว่าคนที่ชรัณส่งมาจะเป็นสายของสองพ่อลูกคู่นั้น หรือไม่บอดี้การ์ดนายนั้นอาจจะโดนครอบครัวนั้นเก็บแทนตน ภาสกรเลยเลือกที่จะออกมาใช้ชีวิตคนเดียว ก่อนจะขึ้นรถ ร่างสมส่วนหันมองคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตนมีความทรงจำมากมายเกี่ยวกับที่นี้ และคนที่ตนรักสุดหัวใจ เขาหวังว่าสักวันจะได้กลับมาอีกครั้ง น้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอทำให้ภาสกรรีบขึ้นรถและขับออกไปทันที รถยนต์สีขาวชับออกไปไกลลับเกินสายตาของชรัณที่มองตาม อีกฝากหนึ่งก็มีรถคันสีดำของกันต์ขี่ตามรถของภาสกรไปติดๆ แต่เพียงเสี้ยววิรถของภาสกรก็คลาดสายตาเขาไป กันต์พยายามให้ลูกน้องหาภาสกรให้เจอ เขาทำทุกวิธีทาง ทั้งใช้ลูกน้อง ทั้งใช้นักสืบ กระทั้งถามชรัณแต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมบอกตนว่าบ้านภาสกรอยู่ที่ไหน กันต์สืบหาที่อยู่ของภาสนานานมากจนระยะเวลาล่วงเลยมาครบ 2 ปี ในวันครบรอบวันตายของชิระวิต ภาสกรไปทำบุญที่วัดตามปกติ แต่วันนี้เขาดันพกชายแปลกหน้าตามกลับมาที่บ้านด้วย “ไง ไม่เจอกันนานเลยนะครับ อาภาส” ร่างสูงที่คุ้นเคยเดินเข้ามาในบ้านของเจ้าของบ้านโดยไม่ขออนุญาต ภาสกรถอยหลังไปหนึ่งก้าวใบหน้าเริ่มซีดลง เขารู้ดีว่าคนตรงหน้าคือใคร “ค..คุณกันต์” “ไม่เจอกันนาน น้ำก็ไม่มีสักแก้วเหรอ?” เมื่อเอ่ยจบภาสกรก็รีบเดินเข้าครัวไปหยิบน้ำดื่มมาให้แขกที่ไม่ได้รับเชิญทันที กันต์สำรวจภายในบ้านที่จัดวางเฟอร์นิเจอร์เป็นไม้ซะส่วนใหญ่ สายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับกรอบรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ มือหนาหยิบรูปนั้นขึ้นมาดู ในรูปเป็นภาสกรกำลังอุ้มเด็กชายคนหนึ่งซึ่งเป็นรูปไม่เต็มใบเพราะอีกส่วนขาดหายไป ภาสกรวางแก้วน้ำไว้ตรงหน้าของกันต์ก่อนที่จะดึงเอากรอบรูปนั้นคืน “หวงดีนะ หลานเหรอ” “ใช่ครับ” ภาสกรให้กันต์เข้าใจเป็นอย่างนั้น เขาจะบอกไม่ได้ว่าคนที่อยู่ในรูปเป็นอีกคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตเขาเช่นกัน ไม่แปลกที่กันต์จะไม่คุ้นหน้าชรัณตอนเด็ก เพราะตอนเด็กชรัณหน้าเหมือน “แม่” ของเขาอย่างกับแกะ อีกอย่างกันต์ก็พึ่งมารู้จักชรัณก็ตอนที่ทั้งคู่เป็นวัยรุ่น “ที่ผมมาวันนี้เนี่ย มีเรื่องอยากจะคุยกับอานิดหน่อย” เขายกน้ำขึ้นจิบก่อนที่จะนั่งไขว้ห่างมองตรง ภาสกรยังคงถือกรอบรูปนั้นไว้อยู่ “คุณมีอะไรก็รีบพูดมาเถอะ” “อารู้ใช่ไหมว่าชรัณมันยังไม่เลิกหาเบาะแสการตายของพ่อมัน ผมจะให้อาเขียนจดหมายไปให้มันเลิกคิด แล้วปล่อยวางได้แล้ว” ภาสกรนิ่งเงียบไม่แม้แต่จะมองหน้าอีกฝ่าย เพราะคนมีส่วนร่วมในการตายของชิระวิตหนึ่งในนั้นก็คือกันต์ เขาพยายามหนีออกมาให้ห่างจากพวกเขาแต่สองพ่อลูกคู่นี้ก็ไม่เลิกจองเวรเขาเสียที “ว่าไงอา จะทำไหม?” “ถ้าผมไม่ทำ” “ตาย ไม่ใช่แค่อาที่จะตาย ครอบครัวของอา” “ผมจะล้างโครตให้หมด” กันต์เอ่ยด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เสียงที่เปล่งออกมาเย็นชา ไม่มีความรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เอ่ยออกมาเพียงนิด ภาสกรได้แต่สมเพชตัวเองอยู่ในใจ เพราะตนก็ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรไม่ต่อกรอีกฝ่าย “ผมขอเวลาคิด 2 วัน” “30 นาที” สิ้นคำกันต์ก็เดินออกไปจากตัวบ้าน ขึ้นรถของตนและขับออกไปเพื่อให้ภาสกรมีเวลาอยู่กับตัวเอง ร่างสมส่วนของภาสกรเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง เขาเปิดลิ้นชักหยิบรูปที่ขาดหายไปกลับขึ้นมาแปะใส่รูปถ่ายที่อยู่ในกรอบรูป ชายอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาคือชิระวิต เขาเก็บรูปนั้นใส่ในกล่องเหล็กใบเล็กและเขียนจดหมายใส่ไว้ก่อนที่จะถือออกไปหน้าบ้านมอบให้กับป้าข้างบ้านที่ตนไว้ใจ “ฝากด้วยนะป้า” “ทำไมไม่เอาไว้ให้คุณเขาเองหล่ะ” “ผมไม่กล้าพอ...” ผ่านไปไม่นานรถยนต์คันหรูก็จอดลงที่หน้าบ้านของภาสกรอีกครั้ง กันต์เดินเข้ามาในบ้านพร้อมถือซองจดหมาย เขาวางลงบนโต๊ะ ดวงตาคมเรียบนิ่งมองไปที่ภาสกรอีกครั้งก่อนที่จะแสยะยิ้มออกมา เมื่อเห็นภาสกรเตรียมปากกาไว้อย่างดี ดูเหมือนอีกฝ่ายจะคิดเอาไว้แล้ว “เขียน ผมคงไม่ต้องบอกอานะว่าเขียนยังไง” “....” ภาสกรลงมือเขียนจดหมายให้ชรัณด้วยลายมือที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา โดยมีกันต์จ้องมองและคอยตรวจสอบประโยคที่ภาสกรเขียนอยู่ตลอด เมื่อเขียนเสร็จกันต์ก็ดึงกระดาษมาอ่านโดยทันที ก่อนที่จะหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ “ดี ชรัณมันเชื่อแน่” “ตราประทับของผมคืนให้คุณชรัณแล้ว ผมยืมของคุณได้ไหม” กันต์หยิบตราประทับของตนให้ภาสกรโดยไม่เอ่ยถามอะไรเพิ่ม ภาสกรยิ้มในใจเพราะอย่างน้อยถ้าเกิดเขาเป็นอะไรขึ้นมาชรัณจะรู้ว่าใครเป็นคนอยู่เบื้องหลัง เพราะตราสัญลักษณ์ของแต่ละคนมีตัวเลขที่ไม่เหมือนกัน จะรู้ก็ต่อเมื่อนำเอกสารนี้ไปคัดลอกเป็นเอกสารอีกฉบับ ซึ่งกลอุบายนี้เขาเป็นคนคิดขึ้นมา มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ “ผมขอไปส่งเองได้ไหมครับ” “จะเสนอหน้าไปทำไม คิดว่ามันอยากเจออาเหรอ?” คำพูดของกันต์ทำให้ภาสกรรู้สึกสะอึกในใจ นั้นสิ สำหรับชรัณตนก็เป็นแค่พี่เลี้ยง คนสวน และคนสนิทของพ่อของเขาเพียงเท่านั้น แต่ถึงแม้ว่าชรัณไม่อยากเจอ เขาก็จะหน้าด้านไป ถึงจะไม่เจอหน้าแต่ขอกลับไปเหยียบบ้านหลังนั้นอีกสักครั้ง ก็เพียงพอแล้ว “ผมอยากเจอคุณชรัณจริง ๆ ขอร้องนะครับ” “ได้ แต่ห้ามเข้าไปในบ้าน” ภาสกรพยักหน้า ร่างสมส่วนเดินตามกันต์และขึ้นรถของอีกฝ่าย มุ่งหน้ากลับไปที่บ้านแห่งความทรงจำของเขา รถยนต์สีดำจอดขนาบฟุตบาท กันต์ยื่นซองจดหมายให้ภาสกรและมองดูอีกฝ่ายเปิดประตูและลงจากรถไป ภาสกรเดินไปหยุดอยู่ที่ป้อมยาม ยามข้างในถูกจ้างมาใหม่อีกฝ่ายไม่รู้จักเขา ภาสกรกล่าวทักทายอย่างเป็นมิตร เขายื่นซองจดหมายให้ยามคนนั้น “ฝากให้คุณชรัณหน่อยนะครับ” “ให้แจ้งชื่อไหมครับ” “ไม่เป็นไร ฝากดูแลคุณชรัณด้วยนะครับ” “ผมต้องไปแล้ว” ภาสกรกล่าวลา ก่อนจะหันกลับไปมองที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ในที่สุดเขาก็ได้กลับมาเหยียบที่นี้อีกครั้ง เหมือนฝันที่ไม่มีอยู่จริง ภาสกรอยากเข้าไปในบ้านเพื่อหวังว่าจะเจอชรัณ แต่ก็ถูกกันต์บีบแตรรถเรียก เขาจึงต้องจำใจเดินกลับขึ้นรถอย่างอาลัยอาวรณ์ เช้าตรู่ของอีกวันชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่เข้ามาในบ้านของภาสกรโดยไม่ได้รับเชิญ ชายคนหนึ่งปิดปากของภาสกรจากด้านหลังและลากเขาเข้าไปที่ห้องนอน ภาสกรพยายามดีดดิ้นขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะเรี่ยวแรงของตนไม่สามารถสู้กับคนสองคนนี้ได้ “เงียบ นายกูให้เอาของมาให้มึง” ชายคนหนึ่งหยิบกระปุกรูปร่างคล้ายกระปุกยาออกมาจากกระเป๋า ก่อนที่จะยื่นมาด้านหน้าให้ภาสกรได้เห็น “จะแดกเอง หรือจะให้จับยัด มึงเลือกเอาเลย” ภาสกรที่เป็นอิสระจากการจับกุมก็นิ่งเงียบ เขาอยากจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่ชายทั้งสองคนแน่นอนว่าแค่คนเดียวก็จัดการเขาได้ เขาไม่อยากทำให้คนอื่นเดือดร้อน ภาสกรตัดสินใจเอ่ยถามในสิ่งที่ตนรู้อยู่แล้ว “เขาสั่งให้พวกคุณมาฆ่าผมเหรอ” “ใช่..จริงๆ คุณเขาจะให้พวกกูยิงมึงทิ้งด้วยซ้ำ” “ต้องขอบคุณคุณชายที่อนุโลมให้มึงแดกยาเอง” ภาสกรไม่มีทางเลือก เลือกทางไหนก็มีแต่ตายกับตาย เขารับกระปุกจากชายคนนั้นและหยิบยาออกมา “นี่เป็นยาฟีโรโมนที่บริษัทคุณเขากำลังพัฒนา ให้มึงเป็นตัวทดลองก่อนว่าจะเป็นยังไง” “รับลองว่าได้ตายสมใจแน่นอน ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ชายทั้งสองคนหัวเราะออกมาพร้อมกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะหยิบยาและยัดเข้าปากของภาสกรทันทีโดยที่เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว ภาสกรสำลักยาและกลืนลงไปหลายเม็ด เมื่อเสร็จภารกิจชายฉกรรจ์ทั้งสองคนก็เดินออกไปทันทีและไม่ลืมที่จะปิดประตูให้เจ้าของบ้าน ร่างกายของภาสกรเริ่มต่อต้านยา ร่างกายร้อนรุ่มไม่นานก็รู้สึกชา นี่สินะอาการที่ชิระวิตเป็นก่อนที่จะจากเขาไป ไม่คิดว่าพวกเขาจะตายแบบเดียวกัน เพียงแค่ครั้งนี้เขาดันได้กินยาเม็ด ภาสกรหัวเราะออกมาเบาๆ เขานอนนิ่งอยู่บนเตียง ภาพทั้งหมดที่เกิดขึ้นในชีวิตเริ่มฉายชัด เขาอยากจะดูชรัณเติบโตมากกว่านี้ เขาอยากบอกความจริงกับชรัณด้วยตัวเอง ตาเรียวเริ่มมีน้ำตาคลอ ความคิดถึงและความรู้สึกผิดตีรวมกัน ในเศษเสี้ยวของความทรงจำเขาก็ได้เจอคนที่เขาอยากจะใช้ชีวิตด้วย แต่อุปสรรคมากมายก็ทำให้ทั้งคู่ไม่ได้ครองคู่กันดังที่หวัง ภาสกรได้แต่เอ่ยขอโทษออกมา “ขอโทษที่ดูแลชรัณได้ไม่ดีพอ” “ขอโทษนะครับคุณชิระ ไม่คิดว่าเวลาของผมจะหมดเร็วขนาดนี้” “ผมจะไปหาคุณแล้วนะ คำสัญญาของเรา...ไว้ชาติหน้าเรามาทำด้วยกันนะครับ” เสียงหายใจของเขาเริ่มแผ่วเบาลงก่อนที่จะสงบนิ่ง แสงแดดยามเช้ากระทบเข้ามาในตัวบ้าน เพียงแต่วันนี้เจ้าของบ้านไม่ได้ตื่นมาทำอาหารเช้าและไปวัดทำบุญเช่นเดิม ทิ้งให้ตัวบ้านเงียบเหงาลง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD