บทที่ 13

1497 Words
ห้องนอนใหญ่ของหัวหน้าตระกูลอัครวรรธน์เงียบสงบ มีเพียงแสงแดดยามบ่ายส่องลอดผ้าม่านสีครีมเข้ามาอ่อน ๆ กระทบผ้าห่มที่ปิดร่างของชายวัยกลางคนซึ่งนอนพิงพนักเตียง ใบหน้าซีดเซียวด้วยพิษไข้ แต่แววตายังเด็ดเดี่ยวดังเดิม ภาสกรนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอย่างเงียบ ๆ มือหนึ่งคอยบีบผ้าชุบน้ำเช็ดเหงื่อที่ซึมออกมาจากหน้าผากนายเหนือหัว มืออีกข้างถือถ้วยน้ำขิงร้อนวางไว้บนถาดไม้ใกล้ ๆ “จะกินอะไรหน่อยไหมครับคุณท่าน?” ภาสกรถามเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่ทั้งอ่อนโยนและคุ้นเคย “ไม่ล่ะ...แค่น้ำก็พอ” เสียงตอบแผ่วเบาแต่ยังแฝงด้วยอำนาจที่ไม่เคยหายไปตามอายุ ภาสกรพยักหน้าเบา ๆ เขารู้ดีว่าแม้จะป่วยแค่หวัดธรรมดา แต่เจ้านายของเขาก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครดูแลมากนักยกเว้นเพียงบางคน ความเงียบโรยตัวในห้องชั่วครู่ ก่อนที่ชิระวิตจะเอ่ยขึ้น “ถ้าเป็นไปได้...ฉันอยากให้นายอยู่กับชรัณให้นานกว่านี้” ภาสกรชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหลุบตาลง “ผมก็หวังอย่างนั้นครับ” “ฉันไม่ค่อยไว้ใจใครเท่าไหร่ โดยเฉพาะ...คนในตระกูลนี้” เสียงนั้นเบาลงเหมือนคำสารภาพจากผู้ที่แบกทุกอย่างไว้คนเดียว ภาสกรเงียบ เขาไม่ได้พยักหน้า ไม่ได้แสดงความเห็น แต่ในใจกลับสั่นไหว เขาเองก็รู้...รู้ว่าน้ำในตระกูลนี้ขุ่นกว่าที่ชรัณและคนอื่นๆ เคยเห็น และบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวในเงามืด “พักเถอะครับคุณท่าน ดื่มน้ำก่อนนะครับ เดี๋ยวคืนนี้จะเช็ดตัวอีกที” ภาสกรเอื้อมหยิบถ้วยน้ำขิงมายื่นให้ ก่อนจะดันหมอนให้นายของตนนั่งสบายขึ้นเล็กน้อย ชิระวิตยิ้มจาง ๆ ขณะรับถ้วยจากมือภาสกร “ยังดูแลฉันเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ...” “เพราะคุณท่านก็ยังเป็น ‘เหมือนเดิม’ สำหรับผมเช่นกันครับ” ภาสกรตอบ ตีสี่... เป็นเวลาตื่นปกติของภาสกรมาตลอดหลายปี ชายวัยกลางคนที่ยังคงแข็งแรงและมีวินัยแบบไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าอากาศจะหนาวหรือร้อน ภาสกรจะลุกจากเตียงเวลาเดิมเสมอ เขาใช้เวลาไม่นานในการอาบน้ำเปลี่ยนชุด ก่อนจะลงมาจัดของในครัว เตรียมตัวไปตลาดร่วมกับแม่บ้านเช่นทุกวัน เพียงแต่เช้านี้มีบางอย่างต่างออกไป เมื่อมือของเขากำลังจะหยิบกุญแจรถจากข้างประตู สัญชาตญาณบางอย่างกลับดึงเขาให้หยุด หัวใจรู้สึกกังวลโดยไม่มีเหตุผล เขาละสายตาจากนาฬิกาแขวนผนังแล้วหันหลังกลับ ‘ไข้ของคุณท่าน...เมื่อคืนยังสูงอยู่’ ความคิดนั้นแล่นเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว ภาสกรจึงละความตั้งใจที่จะไปตลาด และรีบก้าวขึ้นบันไดกลับไปยังชั้นสองของคฤหาสน์ ไฟในทางเดินยังปิดอยู่ มีเพียงแสงจางจากภายนอกที่ลอดผ่านผ้าม่านมาทำให้พอเห็นทางเดิน แต่ทันทีที่เขามาถึงหน้าห้องของผู้นำตระกูล เขาหยุดชะงัก เพราะประตูห้องเปิดแง้มอยู่ ภาสกรขมวดคิ้วทันทีนั่นไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะเมื่อคืนเขาเป็นคนปิดประตูห้องด้วยตัวเองหลังจากเช็ดตัวให้เจ้านายเสร็จ เขายังจำเสียงคลิกของกลอนประตูได้ดี...แต่ตอนนี้มันเปิดอยู่ และด้านในห้องมีเสียงฝีเท้าเบา ๆ ภาสกรยกมือแตะแผงประตูเบา ๆ ก่อนจะผลักเข้าไปเงียบ ๆ แสงจากโคมไฟหัวเตียงส่องให้เห็นเงาร่างคนผู้หนึ่งยืนอยู่ข้างเตียงของชิระวิต ร่างนั้นสูงโปร่ง ชุดสีเข้มบดบังรายละเอียดใบหน้า แต่แววตาในเงามืดที่หันมามอง...ทำให้ภาสกรชะงัก “...คุณกันต์?” เขาเอ่ยชื่อแผ่วเบาโดยแทบไม่รู้ตัว อีกฝ่ายไม่ได้ตอบแต่ยิ้มมุมปาก ก่อนจะหันกลับไปมองคนป่วยบนเตียง “มึงยังห่วงมันเหมือนเดิมสินะ” เสียงจากด้านหลังของภาสกรเอ่ยขึ้น เสียงเยือกเย็นดังก้องในห้องที่เงียบสงัด ภาสกรหันไปมองอีกฝ่าย “คุณมาทำอะไรที่นี่...” ภาสกรถอยเข้ามาในห้องช้า ๆ แววตาเคร่งเครียด โดยมีอีกฝ่ายเดินตามเขามาติดๆ “กูก็มาฆ่ามันไง” ชินเรศเอ่ย ร่างสูงวัยกลางคนแสยะยิ้ม เขาเป็นน้องชายต่างมารดาและบิดาของชิระวิต และใช่...วันนี้จะมาทวงคืนในสิ่งที่ควรเป็นของตน “หมายังไงก็ยังเป็นหมา” ภาสกรไม่ตอบ แต่สายตาของเขากวาดมองมือของกันต์...ที่กำลังซ่อนบางอย่างไว้ใต้เสื้อคลุม เขาขยับเข้าไปยืนขวางหน้าชิระวิตโดยอัตโนมัติ น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่หนักแน่น “อย่าทำอะไรคุณชิระ” “กันต์..” กันต์ลูกชายของชินเรศเดินอ้อมมาทางภาสกรและจับตัวของภาสกรกดไว้กับพื้น เขาพยายามลุกขึ้นแต่ก็ไม่เป็นผลด้วยเพราะวัยรุ่นอย่างกันต์มักจะแข็งแรงกว่าตน ภาสกรได้แต่นอนมองชินเรศกำลังใช้เข็มแทงลงบนเส้นเลือดบนแขนของคนที่เขาเคารพรักที่สุด ดวงตาคมเอ่อคลอด้วยน้ำตาเพราะไม่อาจช่วยคนที่ตนรักได้ คนที่นอนป่วยก็ไม่อาจขัดขืนสิ่งใดได้ ชิระวิตพยายามข่มตาหลับน้อมรับกับสิ่งที่น้องชายของตนทำกับเขา ไม่คิดว่าคนที่เขาไว้ใจจะสามารถหักหลังและทำร้ายตนได้ขนาดนี้ เขารู้ทุกอย่างว่าวันนี้ต้องมาถึงแต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ เขายังไม่ทันได้ร่ำลาลูกชายที่เป็นแก้วตาดวงใจของเขา สิ่งที่เขาเคยสัญญากับภาสกรไว้ก็ยังทำไม่สำเร็จสักอย่าง เขาเอ่ยขอโทษอีกฝ่ายในใจ “ถ้ามึงบอกชรัณ กูจะฆ่ามึง จำไว้” เอ่ยจบทั้งสองคนก็เดินออกไปจากห้องของผู้นำสูงสุดทันที โดยไม่คิดที่จะหันกลับมามอง ชินเรศรู้สึกเหมือนได้ครอบครองในสิ่งที่ตนปราถนา เพียงแค่รอเวลาเท่านั้น เวลาที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นของตน ภาสกรรีบเดินไปหาผู้เป็นนาย มือเรียวแตะลงที่แขนที่ยังมีรอยของเข็มอยู่ ทันใดนั้นมือข้างซ้ายของชิระวิตก็จับที่มือของภาสกรเบาๆ อีกฝ่ายเพียงยิ้มบางเบาให้เขา ภาสกรนั่งคุกเข่าลงข้างเตียงใช้มือของชิระวิตมาวางที่หัวของตน ผู้นำสูงสุดขำออกมาเบาๆ พลางลูบผมของภาสกรไปมา “ผมจะเรียกหมอ” “ไม่ต้อง...ฉีดเข้าไปขนาดนี้ฉันคงต้องตายอย่างเดียว” ลมหายใจของชิระวิตเริ่มสะดุุดเล็กน้อย แต่ใบหน้าคมยังเผยยิ้มบางเบาออกมา ภาสกรน้ำตาคลออีกครั้ง มือหนาของชิระวิตเช็ดดวงตาเรียวของภาสบางเบา “อย่าร้อง” “..ผ..ผมไม่อยากให้คุณตาย” “ช่วยไม่ได้..มันคงถึงเวลาของฉันแล้ว” บรรยากาศในห้องเงียบสงบ มีเสียงสะอื้นของภาสกรเป็นครั้งคราว มือสองข้างของภาสกรกุมมือของนายเหนือหัวไว้แนบที่ข้างแก้มของตน ดวงตาเรียวยังมีน้ำตาไหลรินออกมาทุกครั้ง “ฝากดูแลเจ้าชินด้วย...ไม่ต้องบอกว่าใครทำ...แค่บอกว่าฉันทำตัวเอง” “แต่มันไม่ใช่ความจริง” “บอกไปแบบนั้น...ชรัณจะโตขึ้น..และเป็นผู้นำที่ดีได้กว่าฉัน” คำพูดของชิระวิตเริ่มติดขัด การหายใจเริ่มขาดห้วง ฟีโรโมนในร่างกายเริ่มขัดแย้งกับฟีโรโมนที่ชินเรศฉีดเข้าไป “เก็บนี่ไว้ดีๆ” ชิระวิตยื่นตราประทับประจำตระกูลให้กับภาสกร เป็นตราสัญลักษณ์ที่เขาตั้งใจออกแบบมาให้ชรัณโดยเฉพาะ เพื่อหวังว่าสักวันหนึ่งจะมอบให้เจ้าของด้วยตัวเอง แต่ไม่ทันเสียแล้ว “คุณก็เอาให้ชรัณเอง” “คิดว่าฉันทนไหวขนาดนั้นหรือไง...ฉันรู้ว่านายคิดอะไร..ไม่ต้องโทร” ภาสกรกำตราประทับไว้แน่น ในใจภาวนาให้ชรัณกลับมาทันก่อนที่ชิระวิตจะไม่ไหว ห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง เสียงหายใจของชิระวิตเริ่มแผ่วเบาลง “ขอโทษที่ทำตามสัญญาไม่ได้” “ผมไม่หายโกรธหรอกนะ” เขาเอ่ยออกมาอย่างขำขันแต่ดวงตากลับเศร้าหมอง ชิระวิตยิ้มบางก่อนจะก้มจรดริมฝีปากลงที่หน้าผากของภาสกรบางเบา “ขอโทษ” ทิ้งรอยจูบบางเบาฝังลึกลงในใจของภาสกร ลมหายใจของชิระวิตเริ่มสงบลง ดวงตาคมปิดลงพร้อมน้ำตาที่เอ่อล้น หลับใหลไปพร้อมกับความรู้สึกผิดและความรู้สึกมากมาย ภาพที่เขาได้ไปเที่ยวกับภาสกรตามสัญญา และภาพที่เขานั่งดูลูกชายขึ้นรับตำแหน่งฉายชัดในสมอง ก่อนที่ชิระวิตจะหลับไปโดยไม่หวนกลับคืนมาอีก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD