บทที่ 17

1788 Words
เช้าวันรุ่งขึ้นชรัณตื่นเร็วกว่าทุกวันเพราะเสียงโทรศัพท์ที่โทรมามากว่าสิบสายจากเลขาของเขา ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญเขาจะด่าให้ แต่ผิดคาด เพราะเรื่องที่จริณบอกเขาแทบทำชรัณทรุด “คุณชรัณ..ตั้งใจฟังดีๆ นะครับ” “ตอนนี้รถขนส่งฟีโรโมนเกิดเสียหลักชนกับกลางถนน” “คนขับมีอาการมึนงง เหมือนว่าจะกินยาที่ทำให้ฟีโรโมนผิดปกติ” “....” “ของเสียหายไปเกินครึ่ง ตอนนี้ล็อตที่เหลือยังไม่ส่งออกไป เรา..ควรทำยังไงต่อดีครับ” ความเงียบชองชรัณทำให้จริณรู้สึกเครียดมากกว่าเดิม ชรัณถอนหายใจและหลับตาลงทำสมาธิ “ฝากเคลียร์ตรงนั้นก่อน เดี๋ยวจะรีบเข้าไป” ว่าจบเขาก็วางสายทันที จริณคงเข้าใจว่าเขาต้องปรับสภาพจิตใจก่อน ชรัณหันมองทิวาที่ตื่นมาหลังตนได้ไม่กี่นาที อีกฝ่ายคงฟังเขาคุยกับจริณจนจบ “ไปอาบน้ำแต่งตัว” ร่างสูงของชรัณเดินเข้ามาที่คลังสินค้าของบริษัทพร้อมกับทิวาที่เดินตามมาด้านหลัง ก่อนร่างหนาจะแยกตัวออกไปเพื่อหาข้อมูลเพิ่ม ชรัณเดินเข้าไปในที่เก็บฟีโรโมนจำนวนมากโดยบริษัทได้ผลิตเตรียมไว้นำส่งให้ลูกค้า อุณหภูมิในห้องต้องเย็นจัดเพื่อทำให้ฟีโรโมนมีประสิทธิภาพมากที่สุด “ผมไม่ได้บอกว่าสินค้าจะต้องนำส่งวันนี้” “ใครปล่อยให้นำฟีโรโมนไปส่งโดยไม่ได้รับอนุญาต” “อ..เอ่อ..คือ” หัวหน้าคลังสินค้ายืนอำอึ้ง ด้วยเพราะสายตาและแรงกดดันของชรัณที่ส่งออกมาทำให้เขาแทบหายใจไม่ออก “ใคร” ชรัณถามย้ำอีกครั้ง “ผมก็ไม่ทราบครับ คุณชรัณต้องถามคนขับ...” หัวหน้าคลังสินค้ายังพูดไม่ทันจบชรัณก็เดินออกไปทันที ไม่คิดว่าลูกน้องเขาแต่ละคนจะทำงานได้ชุ่ยขนาดนี้ ร่างสูงเดินไปหยุดยืนตรงหน้าคนขับรถตัวตนเรื่อง ใบหน้าของอีกฝ่ายดูซีดเซียวไม่มีแรง จริณคอยซับเหงื่อและเอาน้ำเย็นมาทาบบนใบหน้าเขาเป็นครั้งคราว ดูเหมือนว่าคนขับรถจะโดนยากล่อมประสาทชนิดแรง “เขาตอบคำถามได้ไหม” “ได้อยู่ครับ แต่จะตอบสนองช้านิดหน่อยนะครับ” ชรัณพยักหน้า ก่อนที่ร่างสูงจะนั่งลงให้ใบหน้าเสมอกับอีกฝ่ายเพื่อพูดคุยกันสะดวก “คุณชรัณ...” “ใครให้พี่ขับรถไปส่งฟีโรโมน” “มีเอกสารส่งไปในเมลผมครับ..เอ่อ..สักครู่นะครับ” เขาล้วงหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า และเปิดโทรศัพท์ค้นหารูปที่ตนได้บันทึกไว้ก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้ชรัณดู ในเนื้อหาของเอกสารเขียนไว้ว่า ฟีโรโมนจะถูกนำออกจากคลังสินค้าประมาณเที่ยงคืนของเมื่อวาน โดยมีลายเซ็นต์และตราประทับของชรัณกำกับไว้ด้วย ไม่แปลกที่จะไม่มีใครกล้าขัดถึงแม้ว่าจะประชุมกันไปแล้วก็ตาม ชรัณถอนหายใจ “มีใครให้อะไรพี่ก่อนที่จะออกไปส่งฟีโรโมนไหม” “มี..มีครับ..คุณกันต์ให้น้ำดื่มผม” “ตอนนี้น้ำขวดนั้นอยู่ที่ไหน” ทางฝั่งทิวา ร่างหนากำลังเดินวนรอบตัวรถที่ใช้ขนส่งฟีโรโมนเพื่อตรวจสอบความเสียหาย ตัวรถถูกขนกลับมาโดยที่กระจกรถข้างคนขับแตก ยางรถรั่วทั้งสี่ล้อ ข้างในตัวรถไม่ได้เสียหาย แต่ฟีโรโมนที่ถูกขนส่งเสียหายเกือบทั้งหมด เพราะบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ขนฟีโรโมนเป็นแค่ลังกระดาษ ซึ่งไม่ควรเป็นแบบนั้น เพราะฟีโรโมนต้องเก็บในความเย็นและใส่กล่องเหล็กเพื่อรักษาอุณหภูมิให้พอดี ทิวาเดินอ้อมมาฝั่งคนขับ ข้างประตูมีขวดน้ำวางไว้อยู่หนึ่งขวด เขาหยิบขวดน้ำออกมาและเก็บไว้ในกระเป๋าเพื่อนำไปตรวจสอบต่อ ทิวาเดินตามทางเดินเพื่อกลับไปหาชรัณแต่ก่อนจะถึงที่หมาย เขาเหลือบเห็นชายคนหนึ่งทำตัวลับๆ ล่ออยู่ที่หน้าห้องควบคุมกลาง ซึ่งคือห้องที่ควบคุมทุกอย่างของคลังสินค้า ทิวาตัดสินใจเดินไปใกล้เป้าหมายมากกว่านี้ เมื่อทิวาเห็นหน้าอีกฝ่ายชัดเจนแล้วเขาก็รู้ได้ทันทีว่าคนหน้่สงสัยคนนี้เป็นใคร เขาคือกันต์ลูกพี่ลูกน้องของชรัณ ทิวาไปสืบมาว่าอีกฝ่ายมีหุ้นส่วนในธุรกิจใต้ดินหลายอย่าง “คุณกันต์..มาทำอะไรที่นี้แต่เช้าเหรอครับ?” กันต์หันหน้ามองทิวาด้วยความตกใจ ก่อนที่จะถอยหลังหลายก้าวเมื่อทิวาเริ่มขยับเข้ามาใกล้ตน “ฉ..ฉันมาตรวจสอบระบบ” “นั่นไม่ใช่หน้าที่ของคุณนี่ครับ ผมจำได้ว่าที่ทำงานของคุณอยู่ที่บริษัทเท่านั้น” “คุณมาที่นี้ทำไมครับคุณกันต์” ทิวาเดินเข้าหาอีกฝ่ายมากขึ้น เขาดันกันต์ไปชิดกำแพงทำให้อีกฝ่ายไม่มีทางหนีเขาได้ ส่วนสูงที่ต่างกันมากทำให้ทิวาได้เปรียบ “ฉันก็บอกไปแล้วไงวะ!” “ไปพูดกับคุณชรัณอีกรอบดีกว่าครับ” เอ่ยจบทิวาก็จับแขนของกันต์ลากไปที่ห้องทำงานของชรัณทันที โดยที่กันต์แหกปากร้องตลอดทาง พนักงานก็พากันหันมามองทิวาที่กล้าลงมือกับญาติเจ้าของบริษัท แต่ทิวาไม่สนใจ ญาติแล้วอย่างไร นี่เขาผัวประธานบริษัท ทิวาผลักประตูเข้าไปในห้องของชรัณและกดไหล่ของกันต์นั่งลงบนพื้น ในห้องมีทั้งหัวหน้าแผนกคลังสินค้าและจริณนั่งอยู่ด้วย รวมถึงเจ้าของห้องที่เลิกคิ้วมองมาที่ทิวา “ชรัณ..ช่วยฉันด้วย ลูกน้องนายเป็นบ้าอะไรไม่รู้” กันต์ร้องขอความช่วยเหลือจากชรัณ เขาพยายามจะลุกจากพื้นแต่ทิวากดไหล่ของเขาไว้ทำให้กันต์ไม่สามารถลุกขึ้นได้ ทิวาส่งสายตาให้ชรัณไล่หัวหน้าแผนกออกไป เมื่อคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปจนหมด ภายในห้องก็เหลือเพียงชรัณ ทิวา จริณ และกันต์ บรรยากาศในห้องเริ่มเต็มไปด้วยความกดดัน ชรัณเดิมมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของกันต์ “มีอะไรจะพูดก็รีบพูดมา” “ชรัณ..ฉันแค่..เข้าไปตรวจสอบเกี่ยวกับอุณหภูมิในห้องจริงๆ นะ” “แล้วน้ำที่เอาให้คนขับรถคืออะไร” “...” เหงื่อเย็นเริ่มซึมออกจากใบหน้าของกันต์ เขาเม้มปากไม่คิดว่าชรัณจะจับได้ เขาเงยมองหน้าของชรัณก่อนที่จะกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ “ฉันแค่ใส่ยาชูกำลังเข้าไปเฉยๆ” ชรัณหันหลังให้กันต์ เขายิ้มสมเพชให้ตัวเอง ไม่คิดว่าญาติคนสนิทจะสามารถหักหลังตนได้ ไม่พอยังกล้าโกหกหน้าด้านๆ ทั้งที่หลักฐานมันก็ชัดเจนมาก เขาสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะเอ่ย “ไปเขียนใบลาออกซะ” “ห้ะ! ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ชรัณ!” “ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด!!” ทิวาไม่ปล่อยให้กันต์ได้อาละวาดต่อ เขาพาตัวอีกฝ่ายออกจากห้องของชรัณ เมื่อเคลียร์กับกันต์เสร็จเรียบร้อย เขาจึงกลับเข้ามารายงานให้ชรัณทราบอีกครั้ง “ครับ ขอบคุณครับอา” ชรันวางสายจากบุคคลนิรนามเขาหันมองทิวาที่รอฟังคำสั่งเขาอยู่ ปลายสายคือหนึ่งในสมาชิกของแก๊งควันปืนเรื่องนี้เขาจำเป็นต้องให้เพื่อนของพ่อช่วยจริงๆ “เมื่อกี้คุยกับใครเหรอครับ” “เพื่อนคุณพ่อหน่ะ..เราต้องไปคลังสินค้ากันต่อ” ทิวาพยักหน้า เขาเดินตามหลังชรัณออกมาจากห้องทำงาน ทั้งคู่เดินมาที่รถยนต์คันหรูที่จอดรออยู่ ทิวาเปิดประตูให้ชรัณขึ้นไปบนรถและปิดประตู “ผมจะแยกไปครับ ดูแลตัวเองด้วยนะครับ” เอ่ยจบเขาก็เดินออกมาปล่อยให้ตัวรถเคลื่อนออกไปจนพ้นสายตาของตัวเขา ทิวายังเห็นกันต์ยืนอยู่ในบริเวณใกล้ๆ อีกฝ่ายยืนคุยโทรศัพท์ ทิวาเดินเข้าไปใกล้และหลบอยู่มุมกำแพงเพื่อให้ได้ยินบทสนทนาที่กันต์กำลังคุยกับปลายสาย “มันกำลังออกไป จัดการเลยถ้าไม่ตายก็ขอสาหัสก็แล้วกัน” ได้ยินดังนั้นทิวาก็รีบมุ่งตรงไปที่รถมอเตอร์ไซค์ที่เขาให้ตินภพเตรียมไว้ให้ตนตั้งแต่เช้า จริงๆ ทิวาจะเข้าไปรายงานที่กรมตำรวจแล้วค่อยตามชรัณไปทีหลัง เพียงแต่ตอนนี้เขาต้องทำหน้าที่บอดี้การ์ดปกป้องชรัณก่อน เสียงเครื่องยนต์คำรามขึ้นพร้อมแรงสะบัดของล้อหลัง ทิวากระชากหมวกกันน็อกลงมากดแนบกับหน้า ใบหน้าของเขาเคร่งเครียด ริมฝีปากเม้มแน่น เสียงเครื่องยนต์ของบิ๊กไบค์ไม่ดังมากพอจะรบกวนเมือง แต่ก็หนักแน่นพอจะเต้นไปตามกระดูกสันหลังของคนขับ ทิวาปรับกระจกมองข้าง และขับห่างจากรถจักรยานยนต์เป้าหมายราวสองร้อยเมตร อีกฝ่ายขี่ช้า แปลกประหลาด รักษาระยะห่างจากรถของชรัณไว้เหมือนตั้งใจ ไม่แซง ไม่หลบ และไม่เบี่ยงเลน ราวกับรอจังหวะบางอย่าง ก่อนที่เปลี่ยนไปอีกเส้นทาง รถยนต์ของชรัณเคลื่อนตัวเข้าจอดที่หน้าโกดังเก็บสินค้าอีกที่ เมื่อลงจอดสนิทชรัณก็ลงจากรถทันที ไม่ทันได้คิดหรือเดินไปต่อ ปัง!!! เสียงปืนก็ดังมาจากพุ่มไม่หลังต้นไม้ใหญ่ ชรัณมองไปตามเสียง ลูกกระสุนหนึ่งเม็ดกำลังพึ่งตรงมาทางเขา ชรัณรู้สึกชาที่ขา เขาก้าวไม่ออกและขยับไม่ได้ ทิวาพุ่งมากอดชรัณไว้ก่อนที่กระสุนจะเจาะเข้าที่แขนของเขา ชรัณตาเบิกโพรงไม่ทันได้เอ่ยคำใดต่อ ร่างหนาก็ควักปืนออกจากกระเป๋าและยิงสวนไปที่เป้าหมายทันที และใช่ แม่นเหมือนจับวางเลยหล่ะ “ทิวา!!” ชรัณเอ่ยเรียกร่างหนาด้วยความตกใจ ทิวาถอนหายใจเบาๆ เกือบจะไม่ทันแล้ว อีกแค่นิดเดียวกระสุนก็จะเจาะเข้าที่กลางอกของชรัณ ถ้าเขามาช้าอีกนิด ไม่อยากจะคิดเลย... ร่างหนาทรุดนั่งลงบนพื้นโดยที่มีชรัณประคองไว้ เลือดสีแดงสดไหลซึมลงบนเชิ้ตสีขาวของเขา ชรัณใบหน้าเคร่งเครียด พนักงานเริ่มมามุงกัน ก่อนจะเป็นชรัณที่บอกให้พวกเขาถอยออกไป “ไหวไหม” “แน่นอนครับ เจ็บกว่านี้ก็เคยมาแล้ว” “ห้ามทำแบบนี้อีก” ใบหน้าคมมีความกังวล ดวงตาคมมองแผลของทิวาด้วยความเป็นห่วง กลัวอีกฝ่ายเป็นอะไรมาก “ไม่ต้องห่วงครับ ถ้าผมตายก็คุ้มแล้วหล่ะ” “นี่!!” ทิวามองชรัณที่ยังมีใบหน้าเคร่งเครียดอยู่ เขาลูบแก้มอีกฝ่ายและขำออกมาเบาๆ คุ้มแล้วจริงๆ ไม่เสียแรงเปล่า
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD