ตอนที่6.บอกเลิก
หลังจากแยกย้ายกับเพื่อนๆ พิงค์รีบเข้ามาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไป 9.40น. หญิงสาวหยิบกระเป๋ามาสะพายเพื่อจะไปห้องทำงานเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หน้าจอขึ้นชื่อผู้ที่โทรมาพิงค์ถอนหายใจเบาๆ ก่อนกดรับ
ฮัลโหลแชมป์ว่าไง..
“อยู่ลานจอดรถออกมาพบหน่อยได้ไหม”
“อ๋อ ..ได้สิยังพอมีเวลา”
พิงค์กดวางโทรศัพท์แล้วรีบวิ่งไปที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน
(เพิ่งอาบน้ำเมื่อกี้เองได้เหงื่ออีกแล้วอีพิงค์เฮ้ย หญิงสาวบ่นคนเดียวในใจ)
เมื่อไปถึงพิงค์เดินไปหาแชมป์ที่รถโดยไม่รู้ว่าข้างๆ รถแชมป์นั้นรถเคจอดอยู่และเขากำลังจะลงรถแต่ต้องหยุดเมื่อเห็นพิงค์ตรงมาทางนี้
“เที่ยงนี้ไปกินข้าวบ้านแม่แชมป์นะวันนี้วันเกิดแม่”
พิงค์ยิ้มและตอบออกมา “ไม่น่าจะไปได้อ่ะเดี๋ยว10โมงต้องตรวจคนไข้ไม่รู้จะเสร็จตอนไหน เอาไว้ตอนเย็นได้ไหมอีกอย่างตอนเที่ยงกว่าจะไปกลับก็กินเวลาทำงานอีก”
“ก็อย่างนี้ทุกทีไม่เคยมีเวลาสักที แชมป์เริ่มเบื่อแล้วนะเป็นแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ” ชายหนุ่มคนรักของเธอเริ่มมีอาการงอแงเหมือนเด็ก ๆ จนพิงค์เองก็เริ่มที่จะโมโหไม่ต่างกัน
“เอ่อแล้วเอาไง วันเกิดพ่อแม่พิงค์แชมป์ก็ไม่เคยมารึป่าวว่ะ”
“งั้นถ้ามันเป็นปัญหานักก็เลิกกันเลยดีไหมจะได้จบๆ คบกันไปก็เสียเวลา”
พิงค์เริ่มหงุดหงิด...กับคำพูดและการกระทำของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักที่พูดอะไรออกมาไม่คิด ซึ่งคำก็เลิกสองคำก็เลิก ทำเอาเธอเองก็ทนไม่ไหวไม่ต่างกัน
“เออเลิกๆ ไปเลย เลิกก็เลิกสิว่ะ 5ปีไม่มีความหมายไม่มีอะไรดีก็เลิกไปเลย งั้นเชิญกลับไปได้แล้ว เสียเวลาทำงานโว๊ย !!” พิงค์เองก็ตอบออกมาอย่างเหลืออดไม่ต่างกัน
แชมป์มองหน้าพิงค์ด้วยความโมโห “เออพูดเองนะ”
“เออ..ไปสิไปเลย”...แชมป์ขึ้นรถแล้วสตาร์ทรถออกไปทันที พิงค์ยืนพิงรถของเค โดยที่ไม่รู้ว่าทั้งหมดทุกคำพูดทุกการกระทำอยู่ในสายตาของเคมาโดยตลอด
พิงค์ได้แต่กำหมัดเอาไว้ แล้วถอนหายใจเมื่อมองนาฬิกาที่ข้อมือ
"ฉิบหายล่ะ ขืนข้ากว่านี้นายนั่นเอาตายแน่"
พิงค์ก้มลงถอดรองเท้า แล้วถือขึ้นมาจากนั้นก็วิ่งออกไปทันที เคถึงกับหัวเราะออกมา ผู้หญิงอะไรเพิ่งเลิกกับแฟนไม่ถึงนาที เศร้าก็ไม่ถึงนาที แต่กับรักงานมากถึงกับถอดรองเท้าวิ่งหน้าตั้ง เมื่อไปถึงห้องทำงาน ก็พบว่า แฮร์รี่กับบอดี้การ์ดมารอแล้ว พิงค์ยืนหอบก่อนเอ่ยถามเด็กน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ
" คุณพ่อยังไม่มาใช่ไหมคะ"
แฮร์รี่พยักหน้าหงึกๆ ประตูห้องเปิดเข้ามา
“ สวัสดีค่ะ” คนที่เข้ามากล่าวคำทักทายตามมารยาท
“มาหาใครคะ??” พิงค์หันมาถามด้วยความสงสัยเป็นอย่างมาก
“หมอพิงค์ใช่ไหมคะ ฉันชื่อนภาค่ะ ที่นัดไว้วันนี้”
“ตายล่ะ ขอโทษนะคะลืมไปสนิทเลย นั่งรอข้างนอกได้ไหมคะ” พิงค์รีบยกมือไหว้แล้วเดินเข้าไปหาพร้อมกับผายมือเชิญนภาไปนั่งรอด้านนอก
“ได้ค่ะ” นภาตอบรับพร้อมกับส่งยิ้มให้
ขณะที่นภาจะออกไปลูกสาวของนภาก็ปาตุ๊กตาไปโดนหัวแฮร์รี่ เมื่อโดนขนาดนี้คิดเหรอเด็กชายตัวน้อยจะยอมอยู่นิ่งได้ เพราะคนอย่างเขาก็ใช่ย่อยซะที่ไหน
แฮร์รี่กระโดดดึงผมเด็กหญิงตัวน้อยทันที สองคนตีกันอย่างเมามันส์
เทนบอดี้การ์ดรีบไปห้ามแฮร์รี่ นภาก็รีบแยกลูกสาว
นภาหันมาตำหนิพิงค์..
“หมอคะทำอะไรสักอย่างสิคะ”
“หยุด!! ใครไม่หยุดจะหักคอทิ้งให้หมด” ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ถึงกับหยุดชะงัก รวมถึงเคที่กำลังเข้ามา สภาพที่เห็นคือ
แฮร์รี่ดึงผมเด็กผู้หญิง และเด็กผู้หญิงกำลังดึงผมแฮร์รี่ เด็กทั้งสองถึงกับยืนค้างแทบจะไม่หายใจทั้งคู่เพราะตกใจกับคำพูดของพิงค์
เคมองมาที่ทุกคนก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน”
แฮร์รี่ที่เห็นว่าพ่อเข้ามาก็เลยรีบบอกกับพ่อของเขา
“ยัยนี่มันเอาตุ๊กตาปาหัวผมก่อน”
ข้าวฟ่างเด็กหญิงที่เป็นคู่กรณีของแฮรี่ก็ตอบออกมาอย่างรวดเร็วไม่ต่างกัน “ก็นายอยากเหลือกก็ตามองฉันทำไมล่ะในตอนที่หมอบอกให้ไปรอข้างนอกนายทำหน้าทำตาใส่”
พิงค์สูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง “เอาล่ะๆ แยกย้าย คุณนภาคะออกไปรอข้างนอกก่อนได้ไหมคะ ขอหมอตรวจคนไข้รายนี้ก่อนนะคะ”
นภาไม่ได้สนใจพิงค์เลยสักนิดเพราะมัวแต่ชื่นชมเคอยู่นั่นเอง
“คุณนภาคะ..!! ได้ยินไหมคะ “ นภาตกใจ
“ ค่ะ ๆ ๆ “
นภาเห็นสีหน้าของทุกคนถึงกับหน้าเจือนก่อนจะเอ่ยขอโทษทุกคนออกมา
“ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ลูกดิฉันก่อเรื่องให้ลูกชาย คุณ...” นภาเว้นจังหวะเอาไว้เพราะคิดว่ายังไงซะชายหนุ่มก็ต้องแนะนำตัวเองอย่างแน่นอน แต่ว่าผิดคาด
“ไม่เป็นไรครับ” เคตอบสั้นๆ แล้วพยักหน้าให้เทน
“เชิญครับ” ...เทนฝายมือให้นภาออกจากห้อง
พิงค์หันมามองหน้าสองคนพ่อลูก
“เอาล่ะเรามาเริ่มกันเลยดีไหมครับแฮร์รี่”
เด็กน้อยพยักหน้า แทนการตอบรับทำเอาพิงค์ถึงกับส่ายหน้าเบา ๆ และยิ้มให้
“ก่อนอื่นต่อไปถ้าหมอถามต้องตอบนะครับห้ามพยักหน้าหรือส่ายหน้า โอเคไหมครับ”
"ได้ครับ" เคหันไปมองลูกทำไมถึงว่านอนสอนง่ายแบบนี้ ต่างจากความจริงชายหนุ่มนึกไปถึงตอนอยู่บ้าน
ทั้งกรีดร้อง ทั้งแหกปาก ปาข้าวของไม่มีชิ้นดี ไม่ได้ดั่งใจล้มไปนอนร้องกลิ้งที่พื้นบ้าง ขังตัวเองอยู่ในห้องบ้าง
พิงค์ตรวจสุขภาพทั่วไปจากนั้นจึงซักถาม
“ที่ีโรงเรียนเป็นไงบ้างครับ”
“ไม่ชอบ ไม่อยากไป รำคาญ”
“ที่บ้านล่ะครับ”
“น่าเบื่อ หงุดหงิด”
เคนั่งไขว่ห้างที่โซฟามือก็เคาะที่เข่าตัวเองเพื่อฟังลูก สนทนากับหมอสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้า
“แล้วแฮร์รี่ชอบแบบไหนล่ะครับ” พิงค์ยังคงถามต่อเพราะต้องการรู้ว่าแฮร์รี่จะอดทนกับการซักถามได้นานแค่ไหนกัน
“ไม่ชอบอะไรเลย” แฮร์รี่ตอบออกมาหน้าตาเฉยไม่มีท่าทางที่ผิดแปลกไปเลยสักนิด
“อืม ไม่ชอบอะไรเลย เพราะอะไรล่ะมันต้องมีเหตุผลสิ”
“ก็เพราะทุกคนตามใจผม ผมเลยไม่ชอบ”
“แต่หมอก็ได้ยินมาว่าแฮร์รี่ไม่ชอบให้ใครขัดใจนี่งั้นตกลงใครให้ข้อมูลผิดล่ะ”
“ไม่รู้สิครับ”
“เอางี้ไหม หมอมีกิจกรรมสำหรับเด็กที่หมอดูแลทุกวันเสาร์เราจะมีกิจกรรมวาดรูประบายสีที่นี่อยากมาไหมครับ” พิงค์ลองเสนอให้เด็กน้อยมาร่วมทำกิจกรรมกับทางโรงพยาบาลเพื่อต้องการให้เด็กได้เข้าสังคมกับทุกคน
“ผมไม่ชอบวาดรูป”
“อืมม อันนั้นก็ไม่ชอบ อันนี้ก็ไม่ชอบ งั้นก็กลับบ้านได้ค่ะ ต่อไปไม่ต้องมาหาหมอนะคะ หมอก็ไม่ชอบค่ะ”
“นี่คุณ”..!! เคชี้หน้า
“ฉันรู้เลยว่าลูกคุณได้นิสัยใครมา”