เมื่อต่างคนต่างดิ้นทำให้เสียหลักล้มบนโซฟาทันที แต่เป็นพิงค์ที่อยู่ด้านบนตัวเค เคยังคงรวบเอวหญิงสาวไว้
“ปล่อยฉันนะ” ..พิงค์บอกเค
เคชูทั้งสองมือขึ้น...และยิ้มให้กับพิงค์ก่อนจะตอบออกมาอย่างคนที่มีชัยเหนือกว่าเป็นอย่างมาก
“ผมปล่อยคุณแล้ว คุณควรลุกออกจากตัวผมได้แล้ว ก่อนที่ผมจะทนไม่ไหว”
พิงค์ได้ยินดังนั้นรีบลุกออกมาทันที..
“ยังไงซะคุณไม่ควรแอบฟังคนอื่นคุยกัน”
เคถอนหายใจออกมาก่อนจะบอกกับพิงค์
“ผมไม่ได้แอบฟัง คุณมาคุยข้างรถผมเอง ครั้นจะออกไปตอนนั้นก็กลัวคุณจะอายไง แต่ดูๆ แล้วคงไม่อายเพราะถึงขนาดถอดรองเท้าวิ่งคงไม่มีอะไรน่าอายไปกว่านั้นแล้ว”
เคพูดจบก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกห้องไปทันที
นภาที่เห็นว่าเคออกมารีบลุกขึ้นมาหาเค...
“หมอว่าไงคะคุณ”
“มันเรื่องของผมไม่ใช่เรื่องของคุณ”
เคพูดแค่นั้นก็พยักหน้าให้ลูกชาย แล้วจูงมือลูกออกไป
นภา พาลูกสาวเข้ามาพบพิงค์ พูดคุยกันสักพักก็พาลูกออกไป
ในรถ...
แฮร์รี่ยื่นเบอร์โทรศัพท์ของหมอพิงค์ให้พ่อ เครับไว้แล้วเมมเบอร์พิงค์ลงเครื่อง
“เอาไว้ผมจะยืมโทรศัพท์พ่อวันละครั้ง และขอเบอร์คืนด้วยเผื่อพ่อไม่อยู่จะได้ยืมของคนอื่นโทร”
เคยื่นกระดาษให้ลูก...
”ชอบหมอคนนี้เหรอ?? พ่อดูลูกเชื่อฟังหมอจัง”
“ผมคิดว่าหมอคนนี้พูดรู้เรื่องที่สุดล่ะเท่าที่ผมเจอมา”
เทนที่ขับรถถึงกับหลุดหัวเราะออกมา
“รู้เรื่องเหรอพ่อว่า...ไม่น่าใช่”
“พ่อครับกลับไปโรงพยาบาลก่อน” แฮร์รี่ที่เพิ่งนึกได้รีบบอกกับพ่อของเขาให้วนรถกลับ ทำเอาเทนรีบชลอรถเพื่อรอฟังคำสั่งจากเจ้านาย
“มีอะไร” เคถามลูกด้วยความตกใจเพราะคิดว่าลืมอะไรทิ้งไว้เสียอีก
“ผมอยากกินข้าวกับหมอนี่ก็ใกล้เที่ยงแล้ว นะพ่อนะ” แฮร์รี่ถึงกับจับแขนของคนเป็นพ่อเขย่าอย่างแรง
เทนมองเคผ่านกระจกมองหลัง เคพยักหน้าให้เทน
พิงค์นั่งฟุบหน้าบนโต๊ะทำงานพร้อมกับกุมขมับ ประตูห้องเปิดออกพิงค์รู้เลยว่ามาแบบนี้ไม่มีใครนอกจากเบียร์
พิงค์พูดทั้งที่ก้มหน้า “กูปวดหัวมากเลยนวดต้นคอทีสิว๊ะ หัวจะระเบิดอยู่แล้ววันนี้เดียวร้อยเรื่องมีอยู่จริง”
เคเดินเข้าไปนวดต้นคอให้พิงค์เบาๆ
“วันนี้กูเลิกกับแชมป์แล้วนะ เรื่องมันเศร้าเหล้าเลยหวานคืนนี้ไปกันเหอะ”
"ร้านไหนดีล่ะ" เสียงที่เอ่ยขึ้นมาทำเอาพิงค์ตกใจแทบร่วงเก้าอี้เพราะไม่ใช่เสียงเพื่อน
คิดในใจ (ขายหน้าอีกแล้ว)ก่อนทำเป็นบ่นออกมา
“นายไม่มีมารยาทเข้ามาทำไมไม่เคาะประตู”
“ถ้าเคาะจะรู้เหรอว่าอู้งานรึเปล่า”
“ แล้วคุณกลับมามีอะไร” พิงค์เอ่ยถามเคแบบอารมณ์เสีย
"คุณชอบมาเจอตอนที่ฉันจังหวะนรกมากๆ"
“ช่างเถอะผมไม่ถือ พอดีว่าลูกชายผมอยากจะชวนคุณไปกินข้าวด้วย ไปกันเถอะห้ามปฏิเสธคุณรู้ไหมผมออกจากโรงพยาบาลมาครึ่งทางแล้วต้องวนรถกลับมาอีกเพราะคุณคนเดียว และถ้าคุณปฏิเสธ....”
ไม่ทันทีจะพูดจบพิงค์ก็ชิงตอบมาก่อน
"เออรู้แล้วๆไปก็ไป"
เคส่ายกน้าแล้วเดินนำพิงค์ออกไป เบียร์ที่เพิ่งมาถึงกับงงและเอ่ยถามเพื่อนสาว
“ไปไหนแก?”
“เพราะแกคนเดียวไอ้เบียร์เอาไว้กลับมาฉันจะมาจัดการแก”
พิงค์ตามเคไป ก่อนไปยังทำท่าเชือดคอใส่เบียร์
เมื่อมาถึงร้านอาหารที่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลเท่าไหร่เคสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ
“หมอครับกินเยอะๆนะครับ” เด็กน้อยหันมาบอกพิงค์
ระหว่างที่กำลังนั่งกินกันอยู่นั้น จังหวะนรกของ พิงค์ ก็มาถึง เมื่อแชมป์พ่อแม่และน้องสาวของเขาต่างก็มากินข้าวร้านเดียวกัน
เสียงคนที่นั่งโต๊ะข้างๆคุยกันทำให้ครอบครัวแชมป์นั่งฟัง
“แกๆดูครอบครัวนั้นสิ พ่อก็หล่อ แม่ก็สวยยิ่งลูกชายยิ่งน่ารัก ดูสั่งอาหารสิเต็ม โต๊ะเลยอิจฉาว่ะ แกดูสายตาผู้ชายสิ”
น้องสาวของแชมป์หันไปมอง " แชมป์แกดูนั่นสิ "
แชมป์หันไปมองตามที่น้องสาวบอก เมื่อหันไปมองแชมป์ลุกขึ้นแล้วเดินไปที่โต๊ะนั้นทันที
“มากินข้าวไกลนะพิงค์ ไหนบอกไม่ว่างแล้วมีอะไรแล้วไอ้นี่มันเป็นใครคุณถึงมากินข้าวกับมัน เป็นแฟนกับคนโสดไม่ชอบชอบคนมีพันธะหรือไง” แชมป์รัวคำถามออกมาเป็นชุด ๆ
" หยุดพูดจาไร้สาระได้แล้วแชมป์ นายไม่รู้อะไรอย่าพูดเลยจะดีกว่า"
แชมป์หันมามองที่เคแล้วเอ่ยถาม..
“นายไม่รู้ไงว่าผู้หญิงคนนี้เพิ่งจะบอกเลิกกับผมไปเมื่อเช้านี้เอง” แชมป์พูดด้วยท่าทางที่เยาะเย้ย
"บอกให้หยุดยังไงแชมป์จะมาพูดทำเพื่ออะไร เลิกกันแล้วก็คือเลิกสิ ฉันจะไปไหนกับใครมันก็เรื่องของฉันไม่เกี่ยวกับนาย"
เคที่หันมาที่แชมป์แล้วเอ่ยขึ้นมาว่า.. “ก็ในเมื่อเลิกกับนายไปแล้วแล้วนายจะมาวุ่นวายทำไม”
“อ๋อนายคงเป็นพวกชอบกินของเหลือดีจากชาวบ้านใช่ไหม ก็ดีนะแต่จะบอกให้ว่ายัยนี่ไม่ได้รักเด็กขนาดนั้น”
พิงค์หยิบแก้วที่มีน้ำสาดใส่หน้าแชมป์ แล้วเดินออกไปทันที แฮร์รี่รีบวิ่งตาม เคเรียกพนักงานมาเก็บเงินแล้วรีบตามออกไป
แฮร์รี่วิ่งตามออกมาแล้วร้องไห้จ้า..