“พี่หมอครับ ผมขอโทษนะที่ทำให้พี่หมอมาเจอกับคนนิสัยไม่ดี” พิงค์หยุดแล้วหันมามอง..
“ไม่เป็นไรนะไม่ร้องพี่หมอไม่ได้โทษหนูเลย แต่พี่หมอสิต้องขอโทษที่ทำให้หนูไม่ได้กินข้าวเลย วันนี้หนูกลับไปกับพ่อก่อนนะ เอาไว้วันหลังค่อยนัดกันใหม่
สุดท้ายเคต้องพาลูกชายกลับมากินข้าวที่บ้าน เมื่อมาถึงบ้านแฮร์รี่ก็ออกอาการทันที หยิบจับอะไรได้ก็ปาทิ้ง
“หยุดนะแฮร์รี่..!! พ่อบอกให้หยุดไม่งั้นจะโดนไม้เรียว เป็นอะไรอีกเมื่อก่อนหน้านี้ยังดี ๆ อยู่เลยนะ” เคตวาดลูกเสียงดังลั่นบ้านทำเอาคนในบ้านตกใจไปตาม ๆ กัน
“ผมเกลียดพ่อ ทำไมพ่อไม่ปกป้องหมอ พ่อให้คนอื่นมาด่าหมอได้ยังไง ผมไม่ชอบใจเลย”
เด็กน้อยพูดจบก็วิ่งเข้าห้องไปทันที ผู้เป็นปู่ที่ได้ยินเสียงเอะอะจึงออกมาดู และถามไถ่ว่าเกิดอะไรขึ้น เคเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อฟัง
“หืม...หมอพิงค์นะเหรอ?? ที่เอาตาแฮร์รี่อยู่หมัด”
“อยู่ไม่อยู่ไม่รู้ แต่ก็เชื่อทุกคำ เช่น ห้ามส่ายหัว ห้ามพยักหน้า รับของจากผู้ใหญ่ทำยังไง แม้แต่ร้องไห้ พอยัยหมอนั่นอุ้มกลับเงียบกริบ ต่างกับอยู่กับพวกเรามาก”
“เห็น ผ.อ บอกว่าแกขอหมอส่วนตัวให้แฮร์รี่อย่าบอกนะว่าเป็นหมอพิงค์ ?” คราวนี้คนเป็นพ่อถามด้วยความแปลกใจอีกครั้งหนึ่ง
“ครับใช่ พ่อว่าไงล่ะ”
“พ่อจะว่าไง ขอลูกสาวเขามาดูแลลูกตัวเอง แต่แกกลับไปยืนว่าเขาฉอดๆ เนี่ยนะ”
เคมองหน้าคนเป็นพ่อด้วยความสงสัยเป็นอย่างมากกับคำพูดของพ่อ
“หมายความว่าไงครับ.ยัยหมอนั่นเป็นลูกสาว ผ.อ
เหรอครับพ่อ”
“ก็ใช่น่ะสิ กล้าดียังไงไปออกคำสั่งกับ ผ.อ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ใช่บอร์ดบริหาร ไปดูลูกแกเถอะ ตามใจจนเคยตัวแล้ว เอาแต่ใจ นิสัยแม่มันชัดๆ “
“พ่อจะพูดถึงทำไมอีก” เคบ่นให้พ่อก่อนจะเดินขึ้นไปยังชั้นบนของบ้านเพื่อไปดูลูกของเขานั่นเอง
ด้านพิงค์ที่มาถึงโรงพยาบาล ก็มานั่งเป็นซังกะตายในห้อง จนหมอเจนผ่านเห็น ก็อดที่จะเอ่ยถามเพื่อนไม่ได้เมื่อเห็นสภาพของเพื่อนที่เป็นอยู่ตอนนี้
“เห้ยๆ เป็นอะไรแก นั่งซึมเป็นผักเป็นปลาเชียว”
“ฉันเหนื่อย ฉันเลิกกับแชมป์แล้ว”
“โอ๋ๆ มาๆ มากอด..อย่าคิดมากเดี๋ยวมันก็มาง้อแกไม่เกินอาทิตย์เชื่อฉัน”
พิงค์ลุกขึ้นมานั่งดี ๆ ก่อนจะถามหาเพื่อนหมออีกคน
“ไอ้เบียร์ไปไหน บอกมันด้วยคืนนี้ร้านเดิม ถ้ามันไม่มากินด้วยก็ให้มันมารับตอนดึกๆ” พิงค์บอกกับหมอเจน ก่อนที่หมอเจนจะพยักหน้าหงึก ๆ กับคำพูดของเพื่อน
“เออๆ แล้วจะบอกมันให้ ไปก่อนนะแวะมาดูเฉย ๆ ไม่คิดว่าจะเป็นเอามากขนาดนี้”
พูดจบหมอเจนก็เดินออกไปทันที เมื่อเจนออกไปพิงค์ก็ได้แต่นั่งเอาคางท้าวที่โต๊ะ
พิงค์นั่งหาวแล้วหาวอีกเพื่อรอเวลาเลิกงาน เมื่อได้เวลาหญิงสาวรีบเผ่นแนบทันที พิงค์เดินร้องเพลงไปที่รถแต่ต้องตกใจเมื่อเจอ ผ.อ
“ยังไม่กลับบ้านเหรอคะ ผ.อ” พิงค์ถามชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าที่ตอนนี้จ้องเธอท่าทางเอาเรื่องน่าดู
“เออ ผ.อ ที่ย่อมาจากพ่ออีพิงค์ กลับบ้านด้วยกันเดี๋ยวนี้เลย เรามีเรื่องต้องคุยกัน” คำตอบนี้ทำเอาพิงค์ถึงกับหน้าชาไปเลยทีเดียว
“งั้นเดี๋ยวหนูขับรถไปส่งนะคุณ พ่ออีพิงค์ แล้วเราก็คุยกันในรถพอถึงบ้านก็แยกย้ายตามนี้นะคะ”
พิงค์รีบดันพ่อเข้าไปในรถทันที ระหว่างทางก็คุยกันเรื่อยเปื่อย และเรื่องทั่วไปตามประสาพ่อลูก กระทั่งพ่อเอ่ยขึ้นมา
“นี่เราก็โตขนาดนี้แล้ว เพลาๆ หน่อยสิเหล้าอ่ะ แกเป็นหมอรู้ว่ามันไม่ดีก็เบาๆ ลงบ้าง”
“พ่อหนูเลิกกับแชมป์แล้ว !! “ พิงค์โพล่งออกมาทำเอาคนเป็นพ่อถึงกับนิ่งเงียบก่อนจะเอ่ยขึ้นมา
“แล้วแต่เลย งั้นคืนนี้คงนัดเจ้าเบียร์ไว้ล่ะสิ กินให้มันกลับมาทำงานได้อย่าให้ต้องโทรตาม พ่อไม่อยากให้คนอื่นมาว่าให้ลูกสาวพ่อได้ เข้าใจไหมแต่บางครั้งก็พ่อก็ต้องว่ากล่าวตักเตือนตามหน้าที่ ไม่ว่าจะหน้าที่พ่อ หรือว่าหน้าที่ของหัวหน้างาน หนูเข้าใจใช่ไหมลูก”
“เข้าใจค่ะพ่อแต่หนูโตแล้วนะ โทรตามเป็นเด็กไปได้”
“ต่อให้แกมีลูกมีผัวพ่อก็จะตาม เออจริงสิลูกชายท่านประธานเขาขอให้แกไปเป็นหมอประจำตัวของลูกเขา จะว่ายังไงอยากไปไหมล่ะ “
“ถามทำไมคะหนูจะว่าอะไรได้ แล้วแต่พ่อเลย แต่พ่อเห็นฤทธิ์เดชแล้วใช่ไหมคะ ตาแว่น555 “ พิงค์พูดและหัวเราะพร้อมกับนึกถึงเรื่องวันก่อนหน้านั้นที่แฮร์รี่แผลงฤทธิ์ใส่พ่อของเธอ
“นั่นสิ แต่พ่อว่าไม่มีใครร้ายเกินลูกพ่อหรอก”
คุยกันอยู่นานจนในที่สุดก็ถึงบ้าน สองพ่อลูกเข้าบ้านพิงค์แยกตัวไปที่ห้องแล้วล้มตัวนอนบนเตียง จากนั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบล็อกทุกช่องทางการติดต่อของแชมป์
3ทุ่มหน้าผับที่เดิม พิงค์มาถึงก็เข้าไปด้านในปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่เบียร์และเจนมารอเธอก่อนหน้านี้แล้ว พิงค์เดินไปหาเพื่อนทั้งสองและนั่งลงข้างๆ ก่อนเอ่ยขึ้นมา
“มันน่าซึ้งใจจริงๆ ที่เห็นว่าเพื่อนรักของฉันมาก่อนเวลา แม่เจ้าเป็นไปได้ยังไงกันเนี่ย ”
พิงค์พูดพร้อมกับจับมือเพื่อนๆ เอาไว้และยิ้มให้ ก่อนที่ทั้งสองคนจะหัวเราะและยื่นแก้วให้กับพิงค์
"ไม่เมาไม่กลับ" หมอเจนเป็นคนพูดขึ้นมาก่อน ก่อนที่ทั้งสามจะยกแก้วมาชนกันและดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
เบียร์ที่ได้ยินคำพูดของหมอเจนว่าไม่เมาไม่กลับนั้นก็เอ่ยสวนขึ้นมาทันควัน
“กลัวมาทำงานไม่ทันก็ไปนอนโรงพยาบาล เอาว๊ะสู้ตายโว๊ยพวกเรา อ้วกไม่นับหลับเป็นแพ้ ยาวไป ๆ ”
“พวกมึงนี่นะ” พิงค์หัวเราะออกมาเสียงดังลั่นก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้และหันมาถามเพื่อนทั้งสองคน
“เดี๋ยวๆ ที่นี่เขาเรียกว่าซอยโลกีย์เหรอว่ะ”
เบียร์ทำท่าคิ้วขมวดก่อนจะถามพิงค์ด้วยความสงสัยเป็นอย่างมาก “มึงเอามาจากไหน มันแล้วแต่คนมอง”
“แล้วคนยังไงมันถึงพูดว่าซอยโลกีย์มันเป็นคนประเภทไหน”
“มันก็เป็นประเภทที่ว่าผู้ชายมาหาผู้หญิงที่พาไปหลับนอนชั่วคราวอะไรแบบนี้ไงแกไม่รู้จริงเหรอวะ” คราวนี้หมอเจนถึงกับตีไปที่หัวไหล่ของเพื่อนทันที
“อ่อ ไอ้บ้านี่กล้ามองฉันเป็นคนแบบนี้เหรอ” พิงค์ถึงกับขบเขี้ยวเคี้ยวฟันบ่นออกมา
“ใครว่ะ” เบียร์ถามด้วยความสงสัยเป็นอย่างมาก
“ช่างแม่งเหอะ มาเลยเป่ายิ้งฉุบใครแพ้จ่าย” พิงค์ตัดบทและเปลี่ยนเรื่องในทันที
“มาเลยๆ” หมอเจนเองก็ตั้งท่าจะเป่ายิงฉุบกับเพื่อนในทันที เรื่องกินเรื่องเล็กแต่เรื่องพนันขันแข่งกับเพื่อนเรื่องใหญ่ ทุกคนต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาเอาชนะกันอย่างเต็มที่ แล้วทั้ง3คนก็ได้ข้อสรุปคือพิงค์จ่าย
" ทุกทีกูทุกที แม่งพวกมึงโกงแน่ๆ”
“อย่ามาบ่นเลยว่ะ ต่อให้ใช้มุกโทรศัพท์ใครดังก่อนมึงก็แพ้ เพราะพ่อมึงโทรตามตลอด” คราวนี้เจนก็อดไม่ได้ที่จะประชดเพื่อนทำเอาหมอเบียร์หัวเราะดังลั่น
เครื่องดื่มถูกสั่งมาเต็มโต๊ะ ทั้งสามคนซดเหล้ากันกระจาย
ต่างกันกับทางบ้านเคที่แฮร์รี่ไม่ยอมกินข้าวกินปลาไม่อาบน้ำไม่ทำอะไรเลย
“พ่อให้ยืมโทรศัพท์อ่ะ” เคพูดพร้อมกับยื่นโทรศัพท์ให้ลูกแฮร์รี่รับแล้วกดโทรออกหาพิงค์ แต่หญิงสาวไม่รับสาย กี่ครั้งๆ ก็ไม่รับ แฮร์รี่ทำท่าจะปาโทรศัพท์
.“อย่านะนั่นของพ่อถ้าพังขึ้นมาได้เห็นดีกันแน่ ไม่อาบน้ำไม่กินข้าวงั้นก็นอนทั้งอย่างนี้แหละ พ่อชักจะหมดความอดทนแล้วนะ” เคพูดจบก็เดินออกมา
ชายหนุ่มกดโทรศัพท์หาพิงค์ติดแต่ไม่รับ แม่เคจึงหันไปหาพ่อ
"คุณโทรหา ผ.อ ได้ไหม"
“คุณก็เป็นแบบนี้แหละ” พูดแต่ก็หยิบโทรศัพท์