Chapter 3. ขอโทษ

1570 Words
@กรุงเทพมหานคร “พ่อคะ” “ไม่ต้องห่วง น้าอรเขาใจดี เขาสัญญากับพ่อแล้ว จะไม่เป็นเหมือนเดิมอีก” “เข้าบ้านเถอะ ดูสิผักกาดคงร้อน” พ่อระบายยิ้มอ่อนมองเจ้าผักกาดที่นอนนิ่งในอ้อมแขน ตัวเล็กอ่อนปวกเปียก นี่เป็นการเดินทางไกลครั้งแรกของผักกาด คงจะเพลียถึงได้หมดสภาพแบบนี้ มี้ขอโทษนะลูก ส่วนเรื่องที่ว่าจะขอพ่อไปเช่าห้องอยู่ พ่อยืนกรานเสียงแข็ง ‘ไม่ได้เด็ดขาด จะอยู่คนเดียวได้ยังไง มันอันตราย’ เฮ้อ...หวังว่าทุกอย่างจะดีเหมือนที่พ่อพูดนะ หวังว่าน้าอรจะใจดี ไม่ใช่ต่อหน้าทำเป็นรักห่วงใย ลับหลังร้ายเหมือนที่เคยผ่านมา “ค่ะ” พยักหน้าอย่างสิ้นหวัง ก่อนพ่อจะโอบไหล่พาเดินเข้าบ้าน พ่อแต่งงานกับน้าอร ก่อนที่แม่จะเจอกับพ่อเลี้ยงทิศเหนือเสียอีก...ฉันเองไม่เคยถามถึงเหตุผลว่าทำไมพ่อแม่ถึงเลิกกัน ทุกคนล้วนมีเหตุผลเป็นของตัวเอง เพียงแต่บางครั้งมีแอบน้อยใจ ‘ทำไมถึงไม่มีครอบครัวที่พร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนคนอื่น’ ทว่า...ทันทีที่เท้าก้าวเข้าไปในบ้าน ความรู้สึกในวันนั้นเหตุการณ์นั้น เมื่อสองปี ลอยเข้ามาในหัว ทั้งที่ฉันอยู่ของฉันดี ๆ มิกิ ลูกสาวน้าอรเธอกลับเข้ามาหาเรื่อง ทำลายข้าวของ ด้วยเหตุผลไม่เป็นเรื่อง เธอไม่พอใจที่รุ่นพี่ที่แอบชอบมาคุย มาทำท่าทีว่าสนิทกับฉัน เรามีปากเสียงกันนิดหน่อย ด้วยความโมโห ฉันเผลอผลักเธอ มิกิล้มหัวฟาดเข้ากับขอบโต๊ะหัวแตก เลือดสีแดงสดไหลอาบเสื้อนักเรียนสีขาว ตอนนั้นฉันตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ไม่ได้พูดหรืออธิบายอะไร ฉันผิดเองที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ ทำให้พ่อกับน้าอรทะเลาะกันใหญ่โต ฉันถึงได้ย้ายกลับไปอยู่กับแม่ที่เชียงใหม่ แม่เกิดและโตที่นั่น ส่วนพ่อเป็นคนกรุงเทพฯ ตั้งแต่กำเนิด พอมาวันนี้ แอบกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย...ดูจากสายตาเขาไม่ยินดีต้อนรับฉันเลยสักนิด! 2 เดือนผ่านไป “เมษา!” เฮ้อ...ต่างคนต่างอยู่ไม่มีอยู่จริง ๆ สินะ ในขณะที่กำลังเร่งเคลียร์งานให้พี่ ๆ จะได้มีเวลาอ่านหนังสือสอบ เพราะนี่ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว ส่วนเรื่องเรียน สอบได้ทุนเรียนที่มหาวิทยาลัยที่ตั้งใจไว้ อันนี้ต้องยกความดีความชอบให้พี่รี่คนสวย หวังว่าเราจะมีโอกาสได้เจอกัน ‘เมอยากเลี้ยงข้าวพี่สักครั้ง’ “นางเมษา” เสียงแหลมหูที่คุ้นเคย แหกปากลั่น เมื่อไม่มีสัญญาณตอบรับ เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ‘มิกิ’ “มีอะไร” เดินไปเปิดประตู ถามเสียงเรียบมองออกไปอย่างเบื่อหน่าย แต่แล้วถึงกับต้องขมวดคิ้วเข้าหากันเป็นปม “เอาไปซักให้หน่อย” เอ่ยเสียงห้วน มองหน้าหาเรื่อง ส่งเสื้อในมือให้ “......” “เอาไปซักให้ฉัน หูแตกหรือไง!” “ทำไมฉันต้องซักให้เธอ” เหอะ...อะไรของยัยบ้านี่ “เพราะฉันเป็นเจ้าของบ้านไง แกเป็นแค่คนอาศัย” สายตาดูถูกเหยียดหยาม ท่าทางหยิ่งยโส เป็นสิ่งที่เกลียดที่สุด! “.....” ฉันเลือกที่จะไม่ใส่ใจ ส่ายหน้าหมุนตัวกลับเข้าห้องทำงานของตัวเองให้เสร็จ หมับ!! “โอ๊ย!!” อุทานเสียงหลงเมื่อจู่ ๆ มิกิ เอื้อมมือมากระชากผมอย่างแรง “ฉันบอกให้แกเอาเสื้อไปซักให้ฉัน!” แผดเสียงใส่ “ปล่อย!” ฉันหันไปจ้องเธอด้วยสายตาที่แข็งกร้าว ไม่เกรงกลัว “ไม่ปล่อย...จะทำไม น้ำหน้าอย่างแกจะทำอะไรฉันได้!” ใบหน้าสวยเผยรอยยิ้มที่แฝงความร้ายกาจ “บอกให้ปล่อย” พยายามใจเย็นที่สุดแล้ว แต่! คนเราความอดทนมีขีดจำกัด! ได้! ในเมื่อบอกดี ๆ ไม่ฟัง เมษาจะไม่ทนอีกต่อไป ทั้ง ๆ ที่พยายามเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหา รู้สึกปัญหาชอบเดินเข้าหาอดทนมาได้ 2 เดือนเต็ม ถือว่าอดทนที่สุดแล้ว อดทนเพราะไม่อยากทำให้พ่อลำบากใจ แต่พอยอม ยิ่งดูเหมือนว่าน้าอรกับมิกิจะได้ใจ ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานกี่ปี น้าอร ยังคงเป็นน้าอรคนเดิม ต่อหน้าพ่อเขาพูดจาดีทำเป็นรัก ลับหลัง เขาไม่ต่างอะไรกับแม่เลี้ยงใจร้ายในละครหลังข่าว คอยจิกกัดหาเรื่องได้ไม่เว้นวัน “อย่ามามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นนะ” เธอแผดเสียงใส่ เมื่อฉันจ้องด้วยสายตาที่แข็งกร้าวขึ้นเรื่อย ๆ “แกมันก็แค่ลูกที่พ่อแม่ไม่ต้องการ หึ...นางกาฝาก นางลูกพ่อแม่ไม่รัก! นางเด็กเหลือขอ!” ใช่! เธอพูดถูกทุกอย่าง ทุกอย่างมันเป็นแบบนั้นจริง พ่อแม่ไม่ต้องการแล้วไง? ผิดเหรอที่เลือกเกิดไม่ได้ ถ้าเลือกได้ใครอยากเกิดมาเจอชีวิตเฮงซวยแบบนี้! ทำไมต้องพูดตอกย้ำกับปมชีวิตของคนอื่น ตัวเองดีเด่นมาจากไหน ขอบตาร้อนผ่าว กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล เธอต้องเข้มแข็งนะเมษา... ผลัวะ! ความอดทนขาดสะบั้น “พ่อแม่ไม่รักแล้วมันหนักหัวใคร!” “แล้วเธอเป็นใคร ถึงได้มาเที่ยวว่าคนอื่นแบบนี้ เรียกร้องความสนใจเหรอ ขาดความรักเหรอ ไหนว่ามีพร้อมทุกอย่าง รู้ตัวไหมว่าเธอมันสันดานเสียมากแค่ไหน นางมิกิ!” เมษาไม่ใช่คนหยาบคาย แต่กับคนที่ไม่ให้เกียรติเรา เราไม่จำเป็นต้องพูดดีด้วย “กรี๊ด!!! นางเมษา แก! แก! กล้าต่อยฉันเหรอ” “เออ...ต่อยแล้วจะทำไม! ที่ฉันยอมให้เธอกับแม่ข่มเหงรังแก ไม่ใช่ว่าฉันกลัว ฉันแค่ไม่อยากมีปัญหา แต่วันนี้...ฉันจะไม่ยอมเธออีกต่อไป!” ยอมรับว่าโกรธ โกรธจนตัวสั่น ทำไม ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย… ตอนเย็น “อรไม่ยอมนะคะ ดูลูกคุณสิทำแบบนี้ได้ยังไง!” ทันทีที่พ่อมาถึงบ้านน้าอรรายงานพ่อชุดใหญ่ ชุดใหญ่ชนิดที่ว่าพิเศษใส่ไข่ ฉันเองไม่พูดอธิบายอะไรนั่งฟัง เงียบ ๆ “......” พ่อเงียบมองมาที่ฉันแล้วถอนหายใจ “ปกติเมไม่ใช่คนแบบนี้...นอกจาก” ประโยคหลังมองไปที่ฉัน “อะไรคะ คุณจะหาว่าอรใส่ร้ายลูกคุณเหรอ? ทั้ง ๆ ที่เมษาทำมิกิเจ็บตัวขนาดนี้” น้าอรพูดลนลาน ดูร้อนตัวนะ เฮอะ “.....” ฉันเงียบรู้ว่าตัวเองผิด ผิดที่ใช้อารมณ์ ผิดที่ขาดสติยั้งคิด “คุณลุงคะ ดูสิ เมษาต่อยหน้ามิกิเจ็บมากเลยค่ะ” ตีหน้าเศร้าร้องไห้สะอื้นกอดออเซาะพ่อ และพ่อก็กอดปลอบเธอ ทำเอาคนเป็นลูกอย่างฉันได้แต่นั่งนิ่งผ่อนลมหายใจเข้าออกลึก ๆ สะกดความเจ็บปวดเอาไว้ อ้อมกอดนั้น อ้อมกอดที่ฉันไม่เคยได้รับ กลั้นน้ำตา น้อยใจกับภาพที่ประจักษ์อยู่ตรงหน้า “อรไม่ยอมนะคะ ยังไงเรื่องนี้ลูกคุณก็ผิด!” พอเห็นแบบนั้น น้าอร หันมายิ้มเยาะก่อนจะตีหน้าเศร้า เหอะ...ตอแหลเก่งจริง ๆ ทั้งแม่ทั้งลูก “เรื่องนี้ผมขอเคลียร์กับลูกเอง คุณกับมิกิ ขึ้นห้องไปก่อน” พ่อเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่ค่ะ อรจะฟังด้วย!” “คุณอร ถือว่าผมขอ ยังไงซะเมษาก็ลูกผม” พูดย้ำด้วยน้ำเสียงนิ่งแฝงการยืนกรานห้ามโต้แย้งใด ๆ สีหน้าคาดเดาอารมณ์ไม่ออก “...ก็ได้ หวังว่าคุณจะให้ความเป็นธรรมกับมิกินะคะ” น้าอรแสดงสีหน้าไม่พอใจ แต่ก็ยอมทำตามที่พ่อขอ มิกิมองมาที่ฉันไม่พอใจสักเท่าไร ก่อนจะเดินกระแทกเท้าตามน้าอรไปติด ๆ “......” เหลือเพียงเราสองคนพ่อลูกกับความเงียบที่น่าอึดอัด “เมจะออกไปอยู่ข้างนอกเองค่ะ เมไม่อยากเป็นตัวปัญหาของใคร ไม่ต้องบอกให้แม่มารับ เมอยู่ของเมเองได้” พูดออกไปตามความรู้สึก อยู่คนเดียวได้จริง ๆ ถามว่าโกรธไหม ไม่หรอก แค่...แอบน้อยใจบ้าง แต่ฉันชินแล้ว “....” พ่อเงียบถอนหายใจพรืดใหญ่ ลุกขึ้นเดินมานั่งข้าง ๆ ยกมือลูบหัว เบา ๆ “พ่อขอโทษ พ่อผิดเอง ทั้งที่รู้ว่าลูกเจอกับอะไร แต่พ่อก็ทำอะไรไม่ได้” นัยน์ตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด “ไม่หรอกค่ะ เมผิดเองที่ทำร้ายมิกิ” ฝืนยิ้มออกไป “เมไม่ผิด หนูแค่ทำในสิ่งที่พ่อทำไม่ได้ พ่อไม่เคยปกป้องเมได้สักครั้ง พ่อเป็นพ่อที่ดีให้ลูกไม่ได้ พ่อขอโทษจริง ๆ” เอ่ยเสียงสั่นดวงตาแดงก่ำ ทำเอาฉันอึ้งทำตัวไม่ถูก “พะ...พ่อ” “พ่อขอโทษ พ่อผิดเองทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอรเป็นยังไง แทนที่พ่อจะทำตามที่หนูขอ พ่อก็ยังพาหนูมาอยู่ที่นี่ พ่อขอโทษ” ตั้งแต่เด็กจนโต ถึงไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน แต่ฉันไม่เคยเห็นพ่อเป็นแบบนี้มาก่อน “เรื่องที่หนูอยากออกไปอยู่คนเดียว ถึงพ่อจะไม่เห็นด้วยแต่...” สองมือจับไหล่ พลางถอนหายใจเหนื่อยหนัก “พ่อตกลง แต่พ่อจะเป็นคนหาที่อยู่ให้ลูกเอง ตกลงไหม”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD