ตอนที่1 หนูพั้นซ์ของอา

1707 Words
(เด็กดื้อของเตชินท์) "ป้าแก้วคะ อาเตกลับมาจากบริษัทยังคะ" เสียงหวานของคนเป็นหลานหรือซีเซีย เอ่ยถามหาคนเป็นอากับป้าแม้บ้านด้วยความร้อนใจ เพราะเธอรอคุยเรื่องสำคัญกับอาของเธอตั้งแต่บ่ายจนตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว จึงทำให้เธอร้อนใจเป็นอย่างมาก โดยมีคนรักหรือศิลายืนอยู่ข้างๆไม่ห่าง "กลับมาแล้วค่ะ อยู่บนห้องทำงาน เมื่อกี้ป้าเพิ่งเอาของว่างกับน้ำไปให้คุณเตมาค่ะ" สิ้นเสียงป้าแม่บ้าน ซีเซียก็ไม่รอช้าสองขาเรียวเล็กก้าววิ่งขึ้นไปบนชั้นสองยังห้องทำงานของคนเป็นอาอย่างไว "น้องเซียอย่าวิ่งครับเดี๋ยวล้ม" ศิลาพูดตามหลังไวๆของคนรัก พลางส่ายหน้าให้อย่างนึกเอ็นดู ก่อนจะรีบเดินตามเธอไปติดๆ เมื่อมาถึงห้องทำงานของคนเป็นอา ซีเซียก็เปิดประตูเข้าไปทันที แกรก! ด้านเตชินท์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหรูหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง เขาจึงละสายตาจากแฟ้มงานตรงหน้าแล้วเงยหน้าขึ้นมองไปยังประตูห้องทันที พอเห็นว่าเป็นใครเปิดประตูเข้ามาโดยไม่เคาะประตูก่อน เตชินท์จึงเอ่ยดุออกไป "เอาอีกแล้วนะครับน้องเซีย อาบอกกี่ครั้งแล้วว่าก่อนเข้ามาให้เคาะประตูห้องก่อน" เตชินท์เอ่ยดุ พลางเบนสายตาไปมองเพื่อนตัวเองที่เดินตามหลังหลานสาวเข้ามาในห้องอีกคน ก่อนที่เสียงหลานสาวจะดังขึ้นดึงความสนใจของเขาให้หันกลับไปมองเธอ "หนูรู้ค่ะแต่หนูรีบ หนูมีเรื่องสำคัญจะคุยกับอาเตค่ะ" "เรื่องสำคัญอะไร" "เรื่องพั้นซ์ค่ะ พั้นซ์โดนตาจับขังไว้ในห้องค่ะ" ได้ยินหลานสาวบอกมาเช่นนั้น คิ้วหนาขมวดเข้าหากันทันทีก่อนจะเอ่ยถามหลานสาวไป "แล้วทำไมหนูพั้นซ์ถึงโดนจับขังไว้ในห้องล่ะ" "ตาหนูจับได้ว่าพั้นซ์แอบไปเล่นปลากัดค่ะ แถมตายังคาดโทษพั้นซ์ไว้ว่าถ้าแอบไปเล่นปลากัดอีกจะส่งพั้นซ์ไปอยู่กับแม่พั้นซ์ หรือไม่ก็จับพั้นซ์แต่งงานค่ะ" "ว่าไงนะ! จับแต่งงานเหรอ" "ใช่ค่ะ อาเตต้องช่วยพั้นซ์นะคะ" "หนูพั้นซ์ของอา อาต้องช่วยอยู่แล้วครับ" เตชินท์แทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ ในหัวกำลังคิดว่าทำไมนักสืบที่เขาว่าจ้างให้คอยตามสืบตามดูความเคลื่อนไหวของน้ำพั้นซ์มาตลอดสี่ปีถึงไม่รายงานเขาในเรื่องที่สำคัญขนาดนี้ ~~~ ทว่าอยู่ๆเสียงโทรศัพท์ของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น ดึงความสนใจของเขาให้หันไปมอง พอเห็นว่าเป็นเบอร์ของนักสืบคนดังกล่าวที่เขาว่าจ้างโทรเข้ามา เขาก็รีบกดรับสายทันที "ว่าไง" (คุณเตครับคุณน้ำพั้นซ์โดนตาของเธอจับขังไว้ในห้องครับ) "อืม รู้แล้ว" ในขณะที่เตชินท์คุยโทรศัพท์กับนักสืบ ซีเซียที่มองอยู่อย่างนึกขัดใจว่าใครโทรมาหาอาของเธอตอนนี้ เพราะเธอยังคุยเรื่องสำคัญกับอาเธอไม่เสร็จ ทว่าสายตาของเธอก็ดันไปสะดุดเข้ากับซองสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหน้าเธอพอดี ซึ่งข้างในซองเหมือนจะมีรูปอะไรโผล่ออกมาจากในซองแค่เล็กน้อย และด้วยความอยากรู้อยากเห็น ซีเซียจึงถือวิสาสะหยิบซองสีน้ำตาลขึ้นมาแล้วล้วงรูปข้างในออกมาดู โดยมีศิลายืนกอดอกมองเธอนิ่งๆ ไม่คิดจะเอ่ยห้ามอะไร ด้านเตชินท์มัวแต่คุยโทรศัพท์ ไม่ได้สนใจความซุกซนของหลานสาวตัวเองเลย จนกระทั่งเสียงของหลานสาวดังขึ้น จึงดึงความสนใจของเขาให้หันไปมอง "นี่มันอะไรกันคะอาเต ทำไมมีแต่รูปพั้นซ์เต็มไปหมดเลย" ซีเซียเอ่ยถาม พลางชูรูปน้ำพั้นซ์ในมือด้วยสีหน้าสงสัยเต็มประดา แม้เธอจะรู้อยู่แล้วว่าคนเป็นอาชอบพอน้ำพั้นซ์อยู่ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าอาเธอไปเอารูปน้ำพั้นซ์เยอะแยะขนาดนี้มาจากไหน "เฮ้ย!" เตชินท์เห็นเช่นนั้นถึงกับอุทานตกใจออกมาทันที ก่อนจะรีบกดวางสายนักสืบไป แล้วดันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ไปคว้ารูปของน้ำพั้นซ์ในมือของหลานสาวมาเก็บใส่ซองไว้อย่างเดิมด้วยความรวดเร็ว แม้มันจะไม่ทันแล้วก็ตาม เพราะหลานสาวของเขาเห็นหมดแล้ว "นี่มันอะไรกันคะอาเต เล่ามาเลยค่ะว่าอาเตไปได้รูปพั้นซ์มาจากไหนเยอะแยะขนาดนี้" ซีเซียพูดพลางหรี่ตามองอาตัวเอง ประหนึ่งกำลังจับผิดคนเป็นอา เตชินท์มองหลานสาวนิ่งๆเสมือนคนกำลังใช้ความคิด ก่อนจะเบนสายตาไปมองเพื่อนที่มองเขาอยู่ก่อนแล้ว พอเห็นว่าเพื่อนพยักหน้าให้ เขาจึงเบนสายตากลับมามองหลานสาวอีกครั้ง และเลือกที่จะพูดความจริงกับหลานสาวไป "อา.. จ้างนักสืบคอยตามดูหนูพั้นซ์" "ฮะ! ลงทุนจ้างนักสืบเลยเหรอคะ" "ดูทำเป็นตกใจเข้า อาก็แค่จ้างนักสืบเอง ไม่ได้ลงทุนอะไรเยอะซะหน่อย" พูดจบเตชินท์ก็ส่ายหน้าเบาๆให้กับหลานสาวที่ทำหน้าตกใจอย่างกับว่าเขาทำผิดร้ายแรงหรือไปฆ่าใครตายยังไงยังงั้น "คิกๆ~ อาเตนี่คลั่งรักไม่เบาเหมือนกันนะคะเนี่ย" ซีเซียที่เหมือนจะตกใจในคราแรก แต่พอรู้ความจริงแบบนี้เธอก็อดแซวคนเป็นอาไม่ได้ ก่อนจะเอ่ยถามคนเป็นอาออกไปในสิ่งที่อยากรู้ "แล้วอาเตให้นักสืบตามดูพั้นซ์ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ" "ก็ตั้งแต่ที่อาโทรไปหาน้องเซียตอนที่น้องเซียอยู่ใต้นั่นแหละครับ วันที่หนูพั้นซ์รับสายอาแทนน้องเซียไง" แม้จะรู้สึกเขินอายกับการที่ต้องบอกความจริงหลานสาว แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว เขาก็ไม่รู้จะปิดเอาไว้ทำไม "โห! ถ้าตั้งแต่วันนั้นมันก็หลายปีแล้วนะคะ นี่อาเตตามดูพั้นซ์มาตลอดเลยเหรอ ทำแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับพวกโรคจิตเลยนะคะ" พอนึกย้อนกลับไปตามที่คนเป็นอาบอก ซีเซียก็ถึงกับอุทานออกมาพร้อมกับดวงตาปรือโต สีหน้าตื่นตกใจอย่างเห็นได้ชัด จนศิลาที่มองอยู่ถึงกับหัวเราะออกมาอย่างนึกเอ็นดูคนรักปนขำเพื่อนไปในทีที่โดนเธอเปลียบเทียบว่าเหมือนโรคจิต "หึๆ~" ด้านเตชินท์มองเพื่อนที่กำลังยืนหัวเราะเขาอยู่ด้วยสายตาคาดโทษ ก่อนจะเบนสายตามามองหลานสาวแล้วเอ่ยพูดกับเธอไป "นี่ไงที่อาไม่อยากให้น้องเซียรู้ก็เพราะแบบนี้ไง พอรู้แล้วก็มาว่าอาเป็นพวกโรคจิตอีก" "โธ่! อาเตคะ ก็ใครจะไปคิดล่ะคะว่าอาเตจะคลั่งรักพั้นซ์ถึงขนาดจ้างนักสืบตามดูพั้นซ์มาตั้งสี่ปีเลยนะคะ" "ถ้าบอกว่าอาคลั่งรักอาไม่เถียงครับ แต่อาไม่ใช่พวกโรคจิตซะหน่อย ว่าแต่ตอนนี้หนูพั้นซ์ของอาเป็นยังไงบ้างครับ" เตชินท์เปลี่ยนเรื่องคุยแทน ทว่ามันก็ไม่พ้นเรื่องของน้ำพั้นซ์อยู่ดี เพราะใจเขาตอนนี้พะวงห่วงแต่เธอ "หนูพั้นซ์ของอา หนูพั้นซ์ของอา พูดได้เต็มปากเลยนะคะ ถ้าเกิดพั้นซ์ไม่ได้ชอบอาเตขึ้นมาจะทำยังไง คุณอาเตของหนูไม่คิดจะเผื่อใจไว้หน่อยเหรอคะคุณอาขา~" ซีเซียพูดติดเล่น แต่ทำเอาเตชินท์หน้าถอดสี พูดอะไรไม่ออกเลย เพราะถ้าน้ำพั้นซ์ไม่ได้ชอบเขาอย่างที่เขาชอบเธอ แค่คิดเขาก็รู้สึกเจ็บแปลบไปทั้งใจแล้ว จนศิลาที่มองอยู่เห็นเพื่อนดูเศร้าไป จึงเอ่ยพูดขึ้นประหนึ่งปลอบเพื่อนไปในที "มึงอย่าคิดมากเลย น้องเซียแค่พูดเล่นไปเรื่อย อีกอย่างมึงยังไม่ได้สาระภาพรักกับน้ำพั้นซ์เลย บ้างทีกูว่าน้ำพั้นซ์อาจจะชอบมึงอย่างที่มึงชอบเธอก็ได้" "ใช่ค่ะๆ อาเตของหนูออกจะหล่อซะขนาดนี้ แถมยังรวยมากอีกต่างหาก มีแต่ผู้หญิงอยากเข้าหา น้ำพั้นซ์ก็คงเหมือนกันค่ะ" ซีเซียรีบพูดสมทบคนรักทันที เพราะเธอไม่อยากให้คนเป็นอาคิดมากกับคำพูดพล่อยๆของเธอเมื่อครู่ ด้านเตชินท์ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าให้หลานสาวกับเพื่อนเบาๆ แม้จะรู้สึกดีขึ้นมาหน่อยกับคำพูดของทั้งสองคนที่พยายามพูดปลอบเขา แต่ความคิดมากมันก็ยังคงอยู่ ทว่าเขาก็พยายามที่จะไม่ใส่ใจกับเรื่องที่มันยังไม่เกิดขึ้น ก่อนจะเอ่ยถามหลานสาวออกไปอีกครั้ง "แล้วตอนนี้หนูพั้นซ์เป็นยังไงบ้างครับ" "ก็โดนตาจับขังไว้ในห้องตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ ป่านนี้หนูก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง แต่หนูบอกพั้นซ์ไปแล้วนะคะว่าจะรีบลงใต้ไปช่วยพูดกับตาให้ เพราะยังไงหนูก็ต้องลงใต้ไปบอกพวกท่านเรื่องงานแต่งของหนูกับอาศิอยู่แล้ว อาเตต้องไปกับหนูด้วยนะคะ" "อาต้องไปด้วยอยู่แล้วครับ งั้นคืนนี้อาจะรีบเคลียร์งานและฝากงานกับเลขาให้เรียบร้อย พรุ่งนี้พวกเราจะได้ออกเดินทางกันแต่เช้าเลย" "ดีค่ะ เพราะทางหนูอาศิเคลียร์งานไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ" พูดจบซีเซียก็หันไปยิ้มให้คนรักที่มองเธอและยิ้มให้เธออยู่ก่อนแล้ว หลังจากที่ทั้งสามตกลงกันได้เรียบร้อยแล้ว ซีเซียกับศิลาก็พากันออกจากห้องทำงาน ปล่อยให้เตชินท์ได้เคลียร์งานของตัวเองไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD