(เด็กดื้อของเตชินท์)
ณ เรือนไม้สักยกพื้น
ในที่สุดทั้งสามก็เดินทางมาถึงที่หมายอย่างสวัสดิภาพในเวลาที่ตะวันใกล้จะตกดินพอดี โดยมีเจ้าของบ้านหรือตาบุญกับยายลียืนรอต้อนรับทั้งสามคนอยู่หน้าบ้านแล้ว เพราะหลานสาวคนโตหรือซีเซียได้โทรบอกทั้งสองล่วงหน้าแล้วว่าจะมาหา
ด้านซีเซียเมื่อลงจากรถก็รีบวิ่งไปหาตากับยายของเธอที่ยืนรออยู่หน้าบันไดบ้าน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงใสแจ๋ว
"ตาจ๋ายายจ๋า สวัสดีค่ะ หนูคิดถึงตากับยายที่สุดเลย" พนมสองมือน้อยๆไว้ตากับยายเสร็จ ซีเซียก็เข้าไปกอดทั้งสองทันทีด้วยความคิดถึง แม้เธอจะกลับกรุงเทพไปได้ไม่ถึงสองอาทิตย์ แต่ก็รู้สึกคิดถึงท่านทั้งสองเหมือนว่ากลับไปนานเป็นเดือน
"ยายกับตาก็คิดถึงเราเหมือนกันยัยหนูเซีย เดินทางมาเหนื่อยๆขึ้นไปพักบนบ้านก่อนเถอะ" ยายลีเอ่ยพูดพลางลูบศรีษะเล็กของหลานสาวคนโตอย่างรักใคร่เอ็นดู ไม่ต่างกับตาบุญที่แม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่ก็ลูบศรีษะเล็กของหลานสาวคนโตอย่างรักใคร่เอ็นดูเช่นเดียวกัน
...ตาบุญกับยายลี ถิ่นกำเนิดไม่ใช่คนใต้ แต่เป็นคนภาคกลางที่ย้ายมาตั้งถิ่นฐานสร้างครอบครัวอยู่ที่ใต้ตั้งแต่หนุ่มสาว ทั้งคู่จึงพูดภาษากลางกันตามปกติรวมถึงน้ำพั้นซ์ด้วย ทุกคนในครอบครัวพูดภาษากลางกันหมด ไม่ได้ติดพูดภาษาใต้หรือภาษาถิ่นแต่อย่างใด แต่ก็รู้ภาษาถิ่นดีและฟังภาษาถิ่นออกทุกคำ และในหมู่บ้านนี้ตาบุญกับยายลีนับว่าเป็นคนมีฐานะ เพราะมีที่ดินทำมาหากินหรือสวนยางมากกว่าร้อยไร้ บ้านเรือนก็หลังใหญ่กว่าคนในหมู่บ้าน และด้วยความที่ตาบุญเป็นคนเงียบๆดูน่าเกรงขามและยังเป็นคนเด็ดขาด ชาวบ้านจึงต่างพากันเคารพนับถือ ไม่เว้นแม้แต่ผู้ใหญ่บ้านหรือคนใหญ่คนโตอีกหลายคน ที่ต่างพากันเคารพนับถือตาบุญกันหมด...
"สวัสดีครับ / สวัสดีครับ" เสียงทุ้มของเตชินท์และศิลาที่เดินตามหลังซีเซียมาติดๆ เอ่ยสวัสดีผู้ใหญ่ทั้งสองพร้อมยกมือไหว้ตามมารยาท
ด้านตาบุญกับยายลีก็ยกมือรับไหว้และยิ้มตอนรับอย่างดี ก่อนจะเป็นตาบุญที่เอ่ยพูดขึ้น
"มากันเหนื่อยๆ ขึ้นไปพักดื่มน้ำดื่มท่ากันบนบ้านก่อนเถอะ"
"ครับ/ครับ"
สิ้นเสียงตอบรับพร้อมกันของเตชินท์กับศิลา ทั้งหมดก็พากันเดินขึ้นไปบนบ้าน โดยที่สายตาคู่คมของเตชินท์เอาแต่กวาดมองหาร่างเล็กของเด็กสาวคนที่เขาเฝ้ารอเจอเธอมาตลอด แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่ามองหาไปก็ไม่เจอเพราะเธอโดนขังไว้ในห้อง แต่ก็ยังอยากที่จะมองหาเธอ จนกระทั่งเดินขึ้นมาบนบ้าน ทุกคนก็ต่างนั่งลงยังเก้าอี้ไม้สักชุดใหญ่ที่มีโต๊ะเตี้ยทรงสี่เหลี่ยมวางอยู่ตรงกลาง พอต่างคนต่างหาที่นั่งกันเรียบร้อย เสียงเล็กๆของซีเซียก็เอ่ยพูดขึ้นทันที
"ตาจ๋า แล้ว.. เอ่อ พั้นซ์ล่ะคะ" ซีเซียรู้สึกกล้าๆกลัวๆที่จะถามตาของเธอ เพราะหวั่นเกรงในความสุขุมของคนเป็นตา แม้ตาจะเอ็นดูเธอมาก แต่เพราะเธอไม่ได้โตมากับตายาย จึงไม่แปลกถ้าเธอจะมีความหวั่นเกรงอยู่ โดยมีศิลานั่งอยู่ข้างๆไม่ห่าง ส่วนเตชินท์ก็นั่งมองอยู่ฝั่งตรงข้าม รอฟังอยู่เงียบๆ
"อยู่ในห้องโน่น ไอเจ้าพั้นซ์คงโทรไปเล่าให้ฟังแล้วสินะ เราถึงได้รีบมาหาตากับยายแบบนี้ คงไม่ใช่เรื่องงานแต่งอย่างเดียวหรอกใช่ไหม" ตาบุญเอ่ยตอบทันทีอย่างรู้ทัน เพราะดูจากท่าทีเกร็งๆของหลานสาวคนโต ตาบุญก็รู้แล้วว่าจุดประสงค์ของหลานสาวไม่ได้มาเพราะจะมาบอกเรื่องงานแต่งอย่างเดียว
ด้านเตชินท์ที่ได้ยินตาบุญเรียกน้ำพั้นซ์ว่าไอเจ้าพั้นซ์ ก็รู้สึกเอ็นดูในสรรพนามเรียกนี้ไม่น้อย เพราะแค่ฟังก็รู้ได้ว่าเจ้าตัวคงดื้อรั้นมาก แม้ว่าเขาจะพอรู้อยู่แล้วว่าน้ำพั้นซ์เป็นเด็กที่ซนเอาเรื่องเพราะตามดูเธอมาตั้งสี่ปี แต่ก็ไม่เคยเห็นความดื้อของเธอกับตาตัวเองสักที
ด้านซีเซียก็เงียบ ไม่ยอมตอบคำถามของคนเป็นตา เธอหันไปมองคนเป็นอาที่มองมาทางเธอนิ่งๆประหนึ่งขอความช่วยเหลือว่าจะตอบคนเป็นตาไปยังไงดี ทว่าเสียงของคนเป็นตาก็ดังขึ้นดึงความสนใจของเธอให้หันกลับมามอง
"ถ้าอยากไปหาเจ้าพั้นซ์ก็ไป แล้วบอกเจ้าพั้นซ์มันด้วยว่าครั้งนี้ตายอมปล่อยไปก่อน เห็นแก่ว่ามีแขกเต็มบ้านหรอกนะ ไม่อยากให้ทุกคนต้องมาอึดอัดกับเรื่องภายในครอบครัว"
ได้ยินเช่นนั้นซีเซียก็ยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะเอ่ยพูดกับตาด้วยน้ำเสียงใส่แจ๋ว
"ขอบคุณแทนพั้นซ์นะคะ หนูจะรีบไปบอกพั้นซ์เดี๋ยวนี้เลยค่ะว่าตายอมให้อภัยแล้ว"
พูดจบซีเซียก็เตรียมจะลุกขึ้นไปหาน้ำพั้นซ์ ทว่าคนเป็นตาก็เอ่ยรั้งเอาไว้เสียก่อน
"เดี๋ยวก่อน ตาไม่ยกโทษให้ทั้งหมดหรอกนะ เรื่องที่คาดโทษเอาไว้ยังเหมือนเดิม"
"ค่ะตา"
ซีเซียตอบรับทันที ก่อนที่คนเป็นยายที่นั่งเงียบอยู่นานจะเอ่ยพูดขึ้นมาบ้าง
"เดี๋ยวตากับยายจะไปฟังพระสวดศพญาติผู้ใหญ่บ้านที่วัด เซียพาคุณๆเค้าไปกินข้าวในครัวข้างล่างด้วยนะลูก ยายทำกับข้าวเตรียมไว้ให้เยอะแยะเลย ไม่ต้องรอตากับยายนะ ตากับยายจะกินข้าวที่งาน กว่าจะกลับก็อาจจะดึกหน่อย ส่วนที่หลับที่นอนก็ให้คุณๆเค้านอนห้องเซีย ส่วนเซียก็ไปนอนกับพั้นซ์เอานะลูก"
"ได้ค่ะยาย งั้นหนูไปหาพั้นซ์ก่อนนะคะ" พูดจบซีเซียก็รีบดีดตัวลุกขึ้นแล้วเดินจ้ำอ้าวไปหาน้ำพั้นซ์ที่ห้องฝั่งขวาอย่างไว้
...ซึ่งห้องนอนจะแยกเป็นสองฝั่ง ฝั่งซ้ายจะเป็นห้องใหญ่แค่ห้องเดียว คือห้องของตาบุญกับยายลี ส่วนฝั่งขวาจะเป็นห้องเล็กสองห้อง ห้องแรกเป็นห้องของน้ำพั้นซ์ ห้องถัดไปคือห้องเก่าของพ่อแม่น้ำพั้นซ์ แต่ตอนนี้พ่อของน้ำพั้นซ์ได้เสียชีวิตไปนานแล้วด้วยโรคประจำตัว ส่วนแม่ก็มีครอบครัวใหม่และย้ายไปอยู่กับทางพ่อเลี้่ยงที่ตัวอำเภอนานแล้วเช่นกัน พอตอนที่ซีเซียย้ายมาอยู่ที่นี่ ห้องเก่าของพ่อแม่น้ำพั้นซ์จึงกลายมาเป็นห้องของซีเซียจนถึงปัจจุบัน และด้วยความที่บ้านนี้มีแค่สามห้องเท่านั้น จึงเป็นเหตุให้แขกของบ้านหรือเตชินท์กับศิลาต้องนอนด้วยกันในห้องของซีเซีย ส่วนตัวซีเซียก็ไปนอนกับน้ำพั้นซ์ ทางด้านศิลาแม้จะไม่อยากนอนแยกห้องกับเมียเด็ก แต่ในเมื่อบ้านมีห้องจำกัด เขาจึงต้องจำยอมนอนกับเพื่อนตามที่เจ้าบ้านจัดให้...
"พวกคุณตามสบายเลยนะ ตากับยายขอตัวไปวัดก่อน" ตาบุญพูดอย่างเป็นกันเองกับเตชินท์และศิลา แม้สองหนุ่มตรงหน้าจะมีอายุน้อยกว่ารุ่นลูกไม่กี่ปี แต่ตาบุญก็เลือกที่จะแทนตัวเองว่าตา ด้านสองหนุ่มใหญ่จึงยิ้มรับ จากนั้นหญิงชายชราทั้งสองคนก็พากันเดินลงไปข้างล่าง เดินไปขึ้นรถกระบะคันใหญ่สีขาวแล้วขับออกไปยังวัดใกล้บ้านที่จัดงานศพของญาติผู้ใหญ่บ้านอยู่