(เด็กดื้อของเตชินท์)
เมื่อน้ำพั้นซ์ขับรถพ้นประตูรั้วบ้านเข้ามาก็ขับมุ่งตรงต่อไปยังโรงจอดรถข้างรั้วทันที พอเห็นว่าตากับยายยังไม่กลับจากวัดเพราะไม่เห็นรถกระบะของตาจอดอยู่ที่โรงจอดรถ ปากบางก็ระบายยิ้มออกมาด้วยความโล่งอก โดยไม่ทันสังเกตเห็นคนตัวโตที่นั่งอยู่ใต้ถุนบ้านตรงโต๊ะไม้สักที่มองมาทางเธอ พอจอดรถเรียบร้อยน้ำพั้นซ์ก็เตรียมจะเดินไปยังใต้ถุนบ้านเพื่อกินข้าวเย็น ทว่าเมื่อหันไปเห็นคนตัวโตนั่งอยู่ใต้ถุนบ้านโดยมองมาที่เธอ สองเท้าเล็กก็หยุดชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะเดินตรงไปหาเขาด้วยอาการประหม่าเล็กน้อย แล้วเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงติดขัด
"เอ่อ อาเตมานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียวคะ แล้วเซียล่ะคะ"
"น้องเซียอยู่บนบ้านครับ" เอ่ยตอบคนตัวเล็กจบ ปากหนาก็ยกยิ้มบางๆให้เธอ ทำเอาใจดวงน้อยสั่นระรัวกับรอยยิ้มของเขา ก่อนเสียงหวานจะเอ่ยถามเขาไปอีกครั้งเพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าของตัวเอง
"แล้วกินข้าวกันหรือยังคะ"
"น้องเซียกับไอศิกินแล้วครับ เหลือแค่อาที่ยังไม่ได้กิน"
"อ่าว ทำไมล่ะคะ หรือว่าอาเตยังไม่หิว"
"หิวครับ แต่อารอกินเป็นเพื่อนหนูพั้นซ์"
ได้ยินเช่นนั้นน้ำพั้นซ์ก็ถึงกับชะงักไปอีกครั้งกับคำพูดของคนตัวโต แม้จะรู้สึกดีที่เขารอกินข้าวพร้อมเธอ แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะรอเธอทำไม ในเมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ เธอจึงเลือกไม่สนใจ ก่อนจะเอ่ยกับเขาไป
"งั้นเดี๋ยวหนูไปยกกับข้าวมาเลยนะคะ"
"เดี๋ยวอาช่วยครับ"
"ไม่เป็นไรค่ะ อาเตเป็นแขก เดี๋ยวหนูยกเองค่ะ"
"พูดจาห่างเหินจังเลยนะครับ แขกของบ้านก็คือคนอื่นสินะ งั้นคนอื่นอย่างอานั่งรอตรงนี้ก็ได้ครับ" เตชินท์แสร้งทำเป็นเรียกร้องความสนใจจากคนตัวเล็ก ทั้งที่ภายในใจกระโดดโลดเต้นเมื่อกำลังจะได้กินข้าวกับเธอสองคน
ด้านน้ำพั้นซ์ได้ยินเช่นนั้นจึงรีบเอ่ยอธิบายออกไปทันทีเพื่อไม่ให้เขาเข้าใจความหมายของเธอผิดไป
"หนูไม่ได้คิดแบบนั้นนะคะ หนูแค่คิดว่าหนูเป็นเด็กก็ควรจะยกกับข้าวมาให้ผู้ใหญ่ตามมารยาทค่ะ"
ได้ยินเช่นนั้นเตชินท์ก็ยังคงแสร้งทำเป็นเงียบ นั่งก้มหน้าเล็กน้อย กุมมือกันไว้บนโต๊ะ ประหนึ่งไม่สนใจคนตัวเล็ก ทั้งที่ในใจอยากกระโดนเข้าไปจับคนตัวเล็กฟัดแก้มให้สมกับความน่ารักของเธอ
เมื่อเห็นว่าคนตัวโตเอาแต่เงียบ น้ำพั้นซ์เลยไม่รู้จะพูดอะไรต่อ จึงเลือกที่จะเดินไปในครัว แล้วจัดการตักกับข้าวสองสามอย่างที่คนเป็นยายทำไว้ ตักใส่จานใส่ถ้วยและตักข้าวเปล่ามาสองจาน จากนั้นก็เอากับข้าวและข้าวเปล่าที่ตักไว้ใส่ถาดกลมลายดอกไม้ขนาดกลาง ก่อนจะยกไปให้คนตัวโตที่โต๊ะ จากนั้นก็เดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับเขา แล้วหยิบจานข้าวเปล่าในถาดไปวางไว้ตรงหน้าเขา ก่อนจะหยิบจานข้าวเปล่าในถาดอีกจานมาวางไว้ตรงหน้าตัวเอง
จากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มทานข้าวกันท่ามกลางบรรยากาศที่น่าอึดอัดสำหรับน้ำพั้นซ์ ด้านเตชินท์ที่ลอบมองสีหน้าและท่าทีของคนตัวเล็กอยู่ตลอดเวลาก็รับรู้ได้ทันที เขาจึงเลือกที่จะชวนคุณพลางตักกับข้าวใส่จานของเธอ
"ทานเยอะๆนะครับ จะได้โตไวๆ"
ทว่าคำพูดของเขา ทำเอาเสียงหวานหลุดหัวเราะออกมาได้ทันที
"หึๆ ขอบคุณนะคะ แต่หนูอายุยี่สิบสองแล้วค่ะ ต่อให้กินข้าวเยอะๆก็คงไม่โตไปกว่านี้แล้ว มีแต่จะอ้วนขึ้นมากกว่าค่ะ"
"ตัวเล็กแค่นี้ไม่อ้วนหรอกครับกินไปเถอะ ต่อให้อ้วนขึ้นอาก็รัก"
"คะ?"
น้ำพั้นซ์ถามย้ำทันทีเพราะเมื่อกี้เธอไม่ทันได้ฟังชัดๆว่าเขาพูดอะไร ด้านเตชินท์ถึงกับชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอหลุดพูดออกมา ก่อนจะรีบดึงสติกลับมาแล้วเอ่ยตอบคนตัวเล็กออกไป
"ไม่มีอะไรหรอกครับ กินข้าวเถอะ"
ได้ยินเช่นนั้นน้ำพั้นซ์ก็พยักหน้าให้เบาๆเพราะไม่รู้จะถามอะไรต่อ เลยเลือกที่จะกินข้าวไปเงียบๆ แต่เธอก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อยเมื่อได้พูดคุยกับเขา ทำให้ความอึดอัดจากตอนแรกเริ่มคลายลง