ตอนที่7 หึงหวง

1163 Words
(เด็กดื้อของเตชินท์) ~~~~~ ทว่าอยู่ๆเสียงรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่ขับเข้ามาทางประตูรั้วหน้าบ้าน ทำให้ทั้งสองที่นั่งกินข้าวกันอยู่หันไปมองยังรถมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าวทันที เมื่อเห็นว่าเป็นใครน้ำพั้นซ์ก็ยิ้มออกมาตามปกติ ผิดกับอีกคนที่รู้สึกไม่ชอบใจเอาเสียเลยเมื่อเห็นดิว เด็กหนุ่มในหมู่บ้านที่มาติดพันคนตัวเล็กของเขา แต่ภายนอกก็ยังคงนิ่ง ไม่ได้แสดงท่าทีความไม่พอใจใดๆออกมา ...ดิวเป็นเด็กหนุ่มในหมู่บ้านและยังเป็นลูกกุหลีหรือลูกจ้างตัดยางในสวนของตาบุญ ดิวอายุมากกว่าน้ำพั้นซ์สองปี และชอบน้ำพั้นซ์ข้างเดียวมานานแล้ว โดยที่น้ำพั้นซ์เองก็รู้ว่าดิวคิดยังไงกับเธอ แต่เพราะเธอรู้จักดิวมาตั้งแต่เล็กๆและโตมาด้วยกันเล่นมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เธอจึงคิดกับดิวได้แค่พี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งข้อนี้ดิวก็รู้ดี แต่เพราะเขารักน้ำพั้นซ์ด้วยใจจริง ไม่ได้หวังอะไรตอบแทน เขาจึงไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย อยู่ในฐานะไหนก็ได้ที่น้ำพั้นซ์อยากให้อยู่ ขอแค่ได้เป็นฝ่ายดูแลน้ำพั้นซ์เขาก็มีความสุขแล้ว... "มีอะไรพี่ดิว ทำไมมาซะค่ำเลย" เป็นน้ำพั้นซ์ที่เอ่ยพูดขึ้นมาก่อน ในขณะที่ดิวกำลังเอาขาตั้งรถลงแล้วเดินมาหาน้ำพั้นซ์ ก่อนจะนั่งลงข้างๆเธอ ทำเอาเตชินท์กัดฟันกรอดจนสันกรามขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมกับคนตัวเล็กของเขา ซึ่งแน่นอนว่าเตชินท์รู้จักดิวดี เพราะไม่มีเรื่องไหนที่เกี่ยวกับน้ำพั้นซ์แล้วเขาไม่รู้ แม้กระทั่งคนรอบตัวหรือคนที่เธอสนิทด้วยทุกคน เขารู้จักหมด "พี่ได้ไหลมา กะเลยทำผัดเผ็ดไหลมาให้" (พี่ได้ปลาไหลมา ก็เลยทำผัดเผ็ดปลาไหลมาให้) ดิวพูดพร้อมกับชูกล่องผัดเผ็ดปลาไหลที่ถือติดมือมาด้วยให้น้ำพั้นซ์ดู ก่อนจะเปิดฝากล่องออกแล้ววางกล่องผัดเผ็ดปลาไหลไว้ตรงหน้าน้ำพั้นซ์ "หืม! หอมจัง น่ากินมากเลยพี่ดิว มาถูกจังหวะเลยนะ พั้นซ์กำลังกินข้าวอยู่พอดี" น้ำพั้นซ์หันไปพูดกับดิวทันทีที่จมูกได้กลิ่นหอมๆของแกงผัดเผ็ดปลาไหลตรงหน้า ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตรงนี้ไม่ได้มีแค่เธอกับดิว เธอจึงหันไปมองคนตัวโตที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนจะเอ่ยแนะนำให้สองหนุ่มต่างวัยได้รู้จักกัน "อาเตคะ นี่พี่ดิวเป็นลูกจ้างสวนยางของตาค่ะ พี่ดิวนี่อาเต เป็นอาของเซีย" ดิวได้ยินเช่นนั้นจึงยกมือไหว้เตชินท์ทันทีอย่างเป็นมารยาท "หวัดดีครับ" (สวัสดีครับ) ด้านเตชินท์ไม่ได้พูดอะไร เขาแค่ยกมือรับไหว้อีกฝ่ายนิ่งๆ ถ้าไม่ติดว่าคนตัวเล็กนั่งอยู่ตรงนี้ด้วย เขาไม่คิดจะรับไหว้ด้วยซ้ำ "พี่ดิวกินข้าวมายัง ถ้ายังอยู่กินข้าวด้วยกันก่อนสิ" คำพูดของคนตัวเล็กทำเอาเตชินท์ถึงกับมองดิวด้วยใบหน้าเข็มดุ จนดิวรู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจ้องมองเขาอยู่จึงหันไปมอง พอเห็นเตชินท์จ้องมองมาด้วยสายตาเขม้นคล้ายจะไม่พอใจ ดิวก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง แต่ก็เลือกที่จะไม่สนใจ ก่อนจะหันกลับมาแล้วเอ่ยตอบน้ำพั้นซ์ด้วยใบหน้ายิ้มๆ "พั้นซ์กินตะ พี่กินมาแล้ว" (พั้นซ์กินเลย พี่กินมาแล้ว) ได้ยินเช่นนั้นน้ำพั้นซ์ก็ไม่ได้เล้าหลืออะไรต่อ เธอแค่พยักหน้าให้ดิวด้วยใบหน้ายิ้มๆก่อนจะหันไปกินข้าวของตัวเองต่อ แต่ก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยถามอีกคน "อาเตกินผัดเผ็ดปลาไหลไหมคะ อร่อยนะ แต่อาจจะเผ็ดหน่อยค่ะ" น้ำพั้นซ์ถามพลางถือวิสาสะตักผัดเผ็ดปลาไหลใส่จานให้คนตัวโต ทว่าเขากลับยกจานหนี เธอจึงชะงักเล็กน้อยก่อนจะดึงมือกลับมา แล้วเอ่ยขอโทษเขาไปด้วยสีหน้าเจื่อนๆ "หนูขอโทษค่ะ หนูลืมไปว่าคนกรุงคงไม่กินอะไรพวกนี้" "ไม่ใช่นะครับ อากินได้ ตักมาให้อาสิครับอาจะกิน" เตชินท์รีบพูดออกไปพร้อมกับยื่นจานข้าวของตัวเองไปตรงหน้าคนตัวเล็กทันทีเพื่อไม่ให้เธอเข้าใจเขาผิด ที่เขายกจานหนีไม่ใช่ว่าเขารังเกียจหรือไม่กินผัดเผ็ดปลาไหล แต่เพราะผัดเผ็ดปลาไหลเป็นของดิว เขาจึงไม่อยากแตะต้อง แต่เพื่อคนตัวเล็กเขาจึงยอมกินให้ แม้ว่านี่จะเป็นการกินผัดเผ็ดปลาไหลครั้งแรกของเขาก็ตาม "ได้ค่ะ" น้ำพั้นซ์รีบตักผัดเผ็ดปลาไหลในกล่องใส่จานข้าวให้คนตัวโตทันที ขณะที่ปากบางยิ้มไม่หุบจนลักยิ้มขึ้นบนแก้มทั้งสองข้าง ทำเอาสองหนุ่มต่างวัยที่มองเธออยู่ ยิ้มตามเธออย่างเอ็นดู ทว่าเมื่อเตชินท์เห็นดิวเอาแต่นั่งยิ้มโดยมองคนตัวเล็กของเขาอยู่ตลอด เขาก็เอ่ยพูดออกไปทันทีอย่างสุดจะทน "ไม่คิดจะกลับบ้านไปนอนหรือไง มานั่งอยู่บ้านผู้หญิงนานๆในเวลานี้ผู้หญิงเค้าจะเสียหายเอาได้ หรืออยากให้หนูพั้นซ์เป็นขี้ปากชาวบ้าน" ขณะที่พูด ดวงตาคู่คมก็จ้องมองดิวไม่วางตาด้วยท่าทีนิ่งๆ ดูน่าเกรงขาม จนทำให้ดิวรู้สึกแปลกๆเข้าไปใหญ่ ดิวไม่ได้กลัว แต่แค่รู้สึกว่าสายตาที่อีกฝ่ายมองมามันไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ก่อนจะเอ่ยพูดออกไปด้วยท่าทีนอบน้อมเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ใหญ่ "ผมขอโทษครับ หนหลังผมจะวังให้มากหวานี้ครับ" (ผมขอโทษครับ คราวหลังผมจะระวังให้มากกว่านี้ครับ) "อืม" เตชินท์เอ่ยแค่นั้นเพียงคำเดียวสั้นๆ ซึ่งเขาก็พอจะฟังภาษาถิ่นออกอยู่บ้าง แม้จะไม่เข้าใจในบางคำไปบ้างก็เถอะ จากนั้นเขาก็กินข้าวต่อ ทำเหมือนไม่สนใจอะไร ทว่าในใจกลับรู้สึกสะใจไม่น้อยที่ได้ตอกหน้าอีกฝ่ายไป "พั้นซ์พี่หลบก่อนนะ" (พั้นซ์พี่กลับก่อนนะ) ดิวหันมาเอ่ยลา น้ำพั้นซ์จึงพยักหน้าให้ แม้เธอจะรู้สึกสงสารและเห็นใจดิวที่โดนคนตัวโตดุ แต่เธอก็ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะเธอพอจะเข้าใจว่าที่คนตัวโตพูดแบบนั้นเป็นเพราะเขาหวังดี
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD