ลุลาเดินออกมาจากบ้านก่อนจะหันไปล็อกประตูรั้ว และเตรียมจะไปโบกรถแท็กซี่หน้าปากซอยเพื่อไปทำงาน
ปี๊ดด!
เสียงแตรรถดังจนหญิงสาวสะดุ้งตัวโยน เธอหันไปมองยังที่มาของเสียง เห็นรถคันหรูที่คุ้นตาขับมาจอดเทียบด้านหน้าของตน ก่อนกระจกรถจะถูกลดลงปรากฏให้เห็นเจ้าของรถที่นั่งอยู่ด้านใน
“คุณหมอ”
หญิงสาวเอ่ยเรียกชื่อของคนที่นั่งอยู่ในรถด้วยความงุนงง คิดไม่ออกว่าเขามาที่นี่ทำไม
“ไง ฟื้นแล้วเหรอคะ” เขาทักทายเธออย่างเป็นกันเอง
“คุณหมอมาที่นี่ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“อะไรกัน ลืมหมดแล้วเหรอ” อีกฝ่ายตอบกลับอย่างงอน ๆ
“ลืม? อะไรคะ” ลุลาเอ่ยถาม ยิ่งเห็นท่าทีของเขา เธอก็ยิ่งสับสนไปใหญ่
“ก็เมื่อคืนพี่เพิ่งขับรถมาส่งลุลาที่นี่ไงคะ”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำหน้างงงวย ธนวัฒน์จึงเฉลยความหมายในสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อ
“มาส่ง?...”
คิ้วบางขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย พยายามนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
“เมื่อคืนลุลากินเหล้าจนเมาไม่ใช่เหรอคะ แล้วก็ไปนั่งหลับอยู่ที่ฟุตบาท พี่บังเอิญไปเจอเข้า เลยพากลับมาส่งบ้านไงคะ”
ชายหนุ่มขยายความเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อคืน เพราะพอจะคาดเดาได้ว่าหญิงสาวอาจจะจำสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ได้
“ส่งบ้าน?”
ลุลาทวนคำพูดของอีกฝ่าย ก่อนที่เหตุการณ์เมื่อคืนจะค่อย ๆ ย้อนกลับเข้ามาในความคิด
เธอจำได้ว่าเมื่อคืนตนไปงานเลี้ยงรุ่นกับกลุ่มเพื่อน กินเหล้าจนเมา แล้วก็มายืนโบกแท็กซี่เพื่อกลับบ้าน แต่กลับไม่มีแท็กซี่คันไหนยอมจอดรับเธอเลย จนกระทั่งคุณหมอวัฒน์มาเห็นจึงอาสาไปส่งเธอ พอขึ้นไปบนรถเธอก็หลับเป็นตาย
**********
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้
“ลุลา ลุลา ถึงบ้านแล้วค่ะ”
เสียงทุ้มเอ่ยเรียกหญิงสาวที่นั่งหลับอยู่ด้านข้างตน
“อื้ม~ ลุลาจะนอน”
ร่างบางโวยวายอย่างรำคาญก่อนจะหันตัวไปอีกทางเพื่อหลบหนีการถูกรบกวนจากอีกฝ่าย
“โอเค ๆ งั้นลุลาบอกพี่มาว่ากุญแจบ้านอยู่ตรงไหน”
ชายหนุ่มตามใจหญิงสาว และถามหากุญแจบ้านแทน สภาพนี้ เขามั่นใจว่าเธอคงจะเดินเข้าบ้านไม่ได้แน่ ๆ
“อื้ม~ อยู่ในกระเป๋า”
ลุลาตอบพึมพำในลำคออย่างงัวเงีย ก่อนจะหลับต่ออย่างไม่สนใจ
ธนวัฒน์มองดูกระเป๋าสะพายที่วางอยู่บนตักของคนตัวเล็ก สายกระเป๋าที่พาดขึ้นไปบนบ่า แสดงว่าเขาจะไม่สามารถหยิบกระเป๋ามารื้อค้นหากุญแจเอาเองได้ หัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้
มือหนาขยับมาค่อย ๆ เปิดกระเป๋าสะพายที่วางอยู่บนตักของหญิงสาวอย่างเบามือที่สุดด้วยหัวใจที่สั่นรัว เพราะกลัวว่าตนจะไปรบกวนจนเธอตื่น
“อื้ม~”
ร่างบางขยับหันใบหน้ากลับมาเพื่อปรับท่านอนให้รู้สึกสบายขึ้น แต่เธอกลับไม่รู้สึกตัวเลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจ้องมองเธออยู่
สายตาคมจากคนตัวสูงมองผ่านทะลุกรอบแว่นดูหญิงสาวที่กำลังนอนหลับตาพริ้มประจันหน้ากับเขา เปลือกตาเนียนสวยที่ปิดสนิท เรียวคิ้วสีน้ำตาลเข้มค่อนไปทางดำรับกับจมูกที่โด่งเป็นสัน ริมฝีปากสีแดงอวบอิ่มราวกับลูกเชอร์รีชวนให้น่าก้มลงไปลิ้มลอง
ชายหนุ่มสะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่านของตนออกไป ก่อนที่จะรีบรื้อหาลูกกุญแจในกระเป๋าสะพายของหญิงสาวด้วยความตั้งใจ เพราะถ้าขืนเขายังเอาแต่จ้องเธออยู่แบบนี้ อีกสักพักตนคงได้ตบะแตก เผลอทำในสิ่งที่ไม่ควรกับหญิงสาวตรงหน้าอย่างแน่นอน
เมื่อหากุญแจบ้านเจอแล้ว ธนวัฒน์ก็อุ้มลุลาเดินเข้าไปในบ้าน และพาเธอไปนอนในห้องนอน ห่มผ้าให้ ก่อนจะล็อกประตูและรีบกลับออกมา โดยไม่ได้ทำอะไรล่วงเกินเธอเลยแม้แต่นิดเดียว
สำหรับธนวัฒน์แล้วลุลาเป็นผู้หญิงคนแรกและเป็นผู้หญิงคนเดียวที่สถิตอยู่ในใจของเขา เป็นคนที่เขาอยากจะดูแล ปกป้องไปตลอดชีวิต ถึงแม้เธอจะไม่เคยชายตามองและไม่เคยหันมาสนใจเขาเลยก็ตาม
ตอนเด็กบ้านของเขาและเธออยู่ติดกัน ทั้งสองครอบครัวจึงสนิทกัน เธอกับเขาจึงพลอยสนิทกันไปด้วย ก่อนที่เขาจะย้ายไปเรียนต่อต่างประเทศตอนอายุ 13 ปี
ผ่านมานานนับสิบกว่าปี กว่าเขาจะได้กลับมาประเทศไทยอีกครั้ง ทุกอย่างมันก็ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว แม้แต่ลุลาอดีตน้องสาวข้างบ้านคนที่เขาเคยสนิทที่สุด แต่ตอนนี้ระหว่างเขาและเธอมันกลับมีระยะห่างเส้นบาง ๆ กั้นอยู่
สถานะที่เธอให้เขาก็คือเป็นได้แค่คุณหมอเจ้าของไข้ที่ดูแลคุณแม่ของเธอที่เป็นโรคซึมเศร้าอยู่ก็เท่านั้น
**********
เหตุการณ์ปัจจุบัน
“นี่คุณหมอไม่ได้ทำอะไรลุลาใช่ไหมคะ”
ร่างบางยกมือขึ้นกอดอกตัวเองเอาไว้อย่างไม่ไว้ใจ
“พี่ขอโทษนะคะ”
ประโยคที่ได้ยินจากอีกฝ่ายทำเอาหญิงสาวหน้าเสีย ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ที่โดนผู้ชายคนนั้นทำร้ายใจในครั้งนั้น เธอก็ไม่เคยสนใจเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ อีก ไม่เคยเปิดใจให้ผู้ชายคนไหน พยายามตีตัวออกห่างจากผู้ชายทุกคนที่มีทีท่าว่าจะมาจีบเธอ ไม่สนใจ ไม่คาดหวัง และไม่อยากเสียใจเพราะผู้ชายคนไหนอีกแล้ว
แต่ที่ลุลายังยอมให้หมอธนวัฒน์มาวนเวียนอยู่รอบ ๆ ตัว เพราะเขาเป็นหมอเจ้าของไข้ที่ดูแลแม่ของเธอ หญิงสาวไม่สามารถไล่ให้อีกฝ่ายออกไปจากชีวิตได้ อีกอย่างหมอธนวัฒน์ก็ไม่เคยทำไม่ดีกับเธอ และเขายังเคยเป็นพี่ชายที่วิ่งเล่นกับเธอตอนเด็ก ๆ ถึงแม้ตอนนี้จะไม่ได้สนิทกันแบบเมื่อก่อนแล้ว แต่เขาก็คือผู้ชายคนเดียวที่ลุลาไว้ใจและยอมให้มาวนเวียนอยู่ในชีวิต เธอไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะทำแบบนั้นกับเธอจริง ๆ
“ฮ่า ๆ พี่ล้อเล่นค่ะ” ชายหนุ่มพูดอย่างขำขันชอบใจเมื่อเห็นสีหน้าตกใจของหญิงสาว
“คุณหมอ” หญิงสาวเอ่ยเชิงตำหนิอีกฝ่ายที่มาล้อเธอเล่นแบบนี้
“ขึ้นมาค่ะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง” ธนวัฒน์เอ่ยเสนอไปส่งลุลาที่ทำงาน
“ไม่รบกวนคุณหมอดีกว่าค่ะ เดี๋ยวลุลานั่งแท็กซี่ไปเอง” เธอตอบปฏิเสธอย่างถือตัว
“รบกวนอะไรคะ พี่ตั้งใจมารับลุลาอยู่แล้วค่ะ” เขาเอ่ยอย่างไม่เดือดร้อน
“แล้วคุณหมอไม่ต้องไปเข้าเวรเหรอคะ” ลุลาหาข้ออ้างเพื่อเบี่ยงเบนความตั้งใจของชายหนุ่ม
“อีกสองชั่วโมงค่ะ” ธนวัฒน์กล่าวอย่างสบายอารมณ์
“ก็พี่บอกแล้วไงว่าพี่ตั้งใจมารับลุลาไปทำงานโดยเฉพาะ”
พูดจบเขาก็เปิดประตูแล้วก้าวลงมาจากรถ เพราะพอจะเดาออกว่าหากตนไม่ลงมา ดูท่าจะกล่อมให้หญิงสาวยอมขึ้นรถไปกับตนนั้นคงจะสำเร็จได้ยาก
ชายหนุ่มเดินมาเปิดประตูด้านข้างคนขับ เพื่อเป็นสัญญาณให้หญิงสาวรับรู้ว่าเธอต้องขึ้นไปนั่งที่ตรงนั้น และเป็นการทำให้เธอไม่กล้าที่จะปฏิเสธเขา
“ขึ้นมาค่ะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง เก็บเงินค่าแท็กซี่ไว้ทำอย่างอื่นดีกว่านะคะ” เขาเอ่ยเสนอ
หญิงสาวยืนชั่งใจคิด ตอนนี้มันก็สายมากแล้ว ถ้ามัวรอแท็กซี่ต่อไปก็ไม่รู้ว่าจะมีแท็กซี่ไหม และอีกอย่างสิ่งที่เขาพูดมันก็ถูก เธอควรจะเก็บเงินค่าแท็กซี่ไว้ทำอย่างอื่นดีกว่า และคุณหมอธนวัฒน์ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร อย่างน้อยเขาก็เป็นคนที่ไว้ใจได้ ดูเหมือนว่าการติดรถเขาไปมันก็มีประโยชน์กับเธออยู่ไม่น้อย
“หรือว่าลุลาไม่ไว้ใจพี่?” เขาถามอย่างตัดพ้อ
“ไม่ใช่ค่ะ” เธอรีบปฏิเสธไปตามมารยาทอย่างลืมตัว
“แล้วทำไมถึงไม่ให้พี่ไปส่งคะ” อีกฝ่ายเค้นถามเอาคำตอบจนหญิงสาวเลิ่กลั่ก
“ก็ได้ค่ะ”
เธอรับปากอย่างจำนน เพราะไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว จึงจำต้องเดินขึ้นรถของชายหนุ่มไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้