ครูสอนพิเศษรอบดึก

2613 Words
เวลา 18:30 น. ตรงเผง ท้องฟ้าด้านนอกเปลี่ยนเป็นสีครามเข้ม อากาศบนดอยเริ่มเย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว เสียงแมลงกลางคืนเริ่มส่งเสียงระงม เอ๋ยยืนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อยู่หน้าประตูไม้สักบานใหญ่ของบ้านพักส่วนตัวพ่อเลี้ยงไม้ มือเล็กที่กำแฟ้มเอกสารระบบจองห้องพักแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอบอกตัวเองให้เตรียมพร้อมรับแรงกระแทก คืนนี้เขาเรียกเธอมาพบกะทันหัน คงไม่แคล้วจะสวดชยันโตเรื่องความผิดพลาดในที่ประชุมซ้ำสองแน่ๆ ถึงแม้เขาจะส่งชาขิงกับยามาให้ (ซึ่งเธอแอบกินไปแล้วและรู้สึกดีขึ้นมาก) แต่คนอย่างกฤษณะ เตชะกล้าณรงค์ ไม่มีทางปล่อยให้ความผิดพลาดระดับนี้ผ่านไปโดยไม่เชือดไก่ให้ลิงดูหรอก! "เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ด่ามาก็ด่ากลับ... เอ้ย! อธิบายกลับสิยะรวินท์นิภา ท่องไว้ว่าเขาเป็นเจ้านายๆๆ" เอ๋ยพึมพำเรียกกำลังใจให้ตัวเอง ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะประตู ก๊อก... ก๊อก... "เข้ามา" เสียงทุ้มต่ำดังลอดทะลุบานประตูออกมา เอ๋ยบิดลูกบิดแล้วผลักประตูเข้าไป บรรยากาศภายในห้องทำงานยังคงเหมือนเมื่อสองวันก่อน ไฟสีวอร์มไวท์สลัวๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่น ทว่าสิ่งที่ทำให้หญิงสาวชะงักไปชั่วขณะคือร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน วันนี้เขาไม่ได้ใส่เสื้อเชิ้ตลายสก๊อตหรือเสื้อยืดคอวี แต่เขาสวมเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีดำสนิทที่ปลดกระดุมบนออกถึงสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและผิวสีคร้ามแดดรำไร แขนเสื้อถูกพับลวกๆ ขึ้นมาถึงข้อศอก แว่นตากรอบใสที่เคยใส่เมื่อคราวก่อนถูกวางทิ้งไว้ข้างแล็ปท็อป ท่าทีที่ดูผ่อนคลายแต่แฝงไปด้วยความอันตรายนี้ทำเอาเอ๋ยลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ตรงเวลาดีนี่" ไม้เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอแล็ปท็อป ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้จัดการสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า "สีหน้าดูดีขึ้นแล้วนี่ ยาที่... เอ่อ... ยาที่ห้องพยาบาลจัดให้คงจะออกฤทธิ์แล้วสินะ" เขาแกล้งเฉไฉเรื่องยาแก้หวัด ทำเอาเอ๋ยแอบเบ้ปากในใจ แหม... สั่งลุงยอดให้เอาไปวางแท้ๆ ยังจะมาฟอร์มจัดอีก! "ค่ะ ดีขึ้นมากแล้ว ขอบคุณนะคะที่กรุณา... 'ให้คน' เอายาไปวางไว้ให้" เอ๋ยจงใจเน้นคำ รอยยิ้มหวานเคลือบยาพิษถูกส่งไปให้เจ้านายหนุ่ม ก่อนที่เธอจะเดินเอาแฟ้มไปวางแหมะลงบนโต๊ะ "นี่ค่ะ แฟ้มประวัติการจองห้องพักทั้งหมดของเดือนนี้ เอ๋ยปริ้นต์ Logbook ของ Front Office มาแนบให้ด้วย คุณไม้จะด่า... เอ้ย จะตำหนิอะไรเชิญได้เลยค่ะ เอ๋ยเตรียมสมุดมาจดแล้ว" ไม้เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองท่าทีตั้งป้อมเตรียมรบของแม่แมวพยศตรงหน้าแล้วก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ้มมุมปาก เขาปิดแฟ้มเอกสารที่เธอเพิ่งวางลง แล้วดันมันไปไว้ริมโต๊ะ "ผมไม่ได้เรียกคุณมาเพื่อจะด่า" เขาตอบเสียงเรียบ "อ้าว... แล้วเรียกมาทำไมคะ หรือจะให้เอ๋ยเขียนใบลาออกล่วงหน้า?" เอ๋ยถามกลับอย่างประชดประชัน คำพูดที่เขาบอกว่าตำแหน่งนี้มันใหญ่เกินตัวเธอยังคงฝังใจ "รวินท์นิภา..." ไม้กดเสียงต่ำ เรียกชื่อจริงของเธอด้วยน้ำเสียงที่จริงจังจนเอ๋ยชะงัก "ที่ผมพูดในห้องประชุม... ผมทำในฐานะผู้นำที่ต้องรักษากฎและมาตรฐานขององค์กร ถ้าผมเข้าข้างคุณ ปล่อยผ่านความผิดพลาดของคุณ พนักงานคนอื่นจะคิดยังไง? ความน่าเชื่อถือของรีสอร์ทเราจะไปอยู่ที่ไหน?" เอ๋ยเงียบไป นัยน์ตากลมโตหลุบต่ำลง เธอรู้เหตุผลข้อนี้ดี แต่ความรู้สึกน้อยใจมันก็ห้ามกันไม่ได้นี่นา "แต่ในฐานะ..." ไม้เว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ราวกับกำลังชั่งใจว่าจะใช้คำไหนดี "...ในฐานะพี่สอนน้อง ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิด และคุณก็พยายามทำงานอย่างหนักมาตลอดทั้งสัปดาห์" เอ๋ยเงยหน้าขึ้นขวับ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ นี่เขาหลงกลืนยาลืมเขย่าขวดหรือเปล่า? ทำไมจู่ๆ ถึงมาโหมดไมโครเวฟบอยได้ล่ะ! "เอาล่ะ เลิกทำหน้าเหมือนเห็นผีได้แล้ว เดินมานี่" ไม้กวักมือเรียก พยักพเยิดหน้าไปที่เก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่วางอยู่ข้างๆ เก้าอี้ทำงานของเขา "ลากเก้าอี้ตัวนั้นมานั่งข้างๆ ผม" "คะ? นั่ง... นั่งข้างๆ?" เอ๋ยทวนคำตะกุกตะกัก มองระยะห่างระหว่างเก้าอี้สองตัวที่ถ้าขยับเข้ามาใกล้กัน มันแทบจะไหล่ชนไหล่เลยทีเดียว "ใช่ มานั่งนี่ เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันยาว" เขาย้ำคำสั่ง มือหนาเคาะลงบนพื้นที่ว่างข้างตัว เอ๋ยจำใจลากเก้าอี้เข้าไปใกล้โต๊ะทำงานฝั่งเดียวกับเขา ทันทีที่ทิ้งตัวลงนั่ง เธอก็รับรู้ได้ถึงรัศมีความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแนววู้ดดี้ผสมกับกลิ่นสะอาดๆ เฉพาะตัวของเขาลอยมาเตะจมูกชัดเจนกว่าทุกครั้ง มันทำให้อัตราการเต้นของหัวใจผู้จัดการสาวเริ่มทำงานผิดปกติ "มองจอ" ไม้สั่งเสียงดุ เมื่อเห็นเธอมัวแต่นั่งตัวแข็งทื่อ เขาหมุนหน้าจอแล็ปท็อปให้หันมาอยู่กึ่งกลางระหว่างเขาและเธอ "คุณรู้ไหมว่าทำไมระบบมันถึงแจ้งว่าห้อง Grand Pool Villa ว่าง ทั้งๆ ที่ Front Office จดลง Logbook ไปแล้ว?" "ก็... พนักงานน่าจะลืมคีย์ข้อมูลกลับเข้าระบบตอนที่เซิร์ฟเวอร์กลับมาใช้งานได้ปกติค่ะ" เอ๋ยตอบตามความเข้าใจ "ผิด" ไม้ตอบสั้นๆ ก่อนจะเลื่อนเมาส์คลิกเปิดโปรแกรม PMS (Property Management System) ของรีสอร์ท "พนักงานไม่ได้ลืมคีย์ แต่คีย์ผิดช่องต่างหาก" เขาชี้ให้ดูหน้าต่างระบบที่เต็มไปด้วยตารางและโค้ดสีมากมาย "ตอนที่ระบบล่ม มันมีการรีเซ็ตสถานะห้องพักชั่วคราวเป็น 'Out of Order' (ห้องชำรุด) อัตโนมัติเพื่อป้องกันคนจองซ้อน พอพนักงานคีย์ข้อมูลคุณหญิงดาริกากลับเข้าไป ดันไปใส่ในช่อง 'Waiting List' แทนที่จะเปลี่ยนสเตตัสห้องให้เป็น 'Occupied' ระบบส่วนกลางที่เชื่อมกับกระทรวงเลยมองเห็นว่าห้องนี้ยังไม่มีคนจ่ายเงินจอง มันเลยรับบุ๊กกิ้งของท่านทูตเข้ามา" เอ๋ยชะโงกหน้าเข้าไปดูหน้าจอใกล้ๆ คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความสนใจ "จริงด้วย... ถ้าดูเผินๆ หน้าแดชบอร์ดมันจะโชว์แค่ชื่อ ไม่ได้โชว์สเตตัสย่อยข้างใน เอ๋ยเลยมองพลาดไป" "ใช่ และนี่คือจุดบอดที่คุณในฐานะผู้จัดการต้องรู้ลึกกว่าพนักงานระดับปฏิบัติการ" ไม้พูดพลางขยับตัวเข้ามาใกล้ เพื่อเอื้อมมือไปกดคีย์บอร์ด จังหวะที่เขาขยับ ท่อนแขนแกร่งที่พับแขนเสื้อไว้ก็เสียดสีกับต้นแขนของเอ๋ยเบาๆ สัมผัสสากนิดๆ จากเนื้อผ้าลินินและความร้อนจากผิวของเขาทำเอาเอ๋ยสะดุ้งเล็กน้อย แต่เธอก็พยายามเก็บอาการ ทำเป็นจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ "คุณต้องเข้าไปเช็กที่แท็บ 'Backend Report' ทุกเช้า" ไม้ยังคงอธิบายต่อไป น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขากลายเป็นเสียงกระซิบอยู่ข้างหู เพราะเขาต้องโน้มตัวข้ามมาเพื่อชี้จุดต่างๆ บนหน้าจอ "ลองทำดูสิ" เขาเลื่อนเมาส์มาวางไว้ตรงหน้าเธอ เอ๋ยยื่นมือไปจับเมาส์ มือเล็กสั่นนิดๆ เพราะความประหม่า เธอพยายามคลิกไปที่แท็บที่เขาบอก แต่เพราะความลนลาน เลื่อนเมาส์ไปโดนปุ่มผิด หน้าต่างโปรแกรมเลยเด้งปิดไปเสียอย่างนั้น "โอ๊ะ! ขอโทษค่ะ เอ๋ยมือลั่น" เธอรีบร้องอุทาน หน้าเสียกลัวโดนดุ แต่แทนที่ไม้จะตวาด เขากลับถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือขวาของเขา... มาทาบทับลงบนมือเล็กของเธอที่กำลังจับเมาส์อยู่ เฮือก! เอ๋ยเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกราวกับถูกสับสวิตช์ มือของเขาใหญ่และอุ่นมาก อุ่นจนรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นปราดจากหลังมือขึ้นมาถึงหัวใจ นิ้วเรียวยาวของเขารวบจับมือเธอไว้หลวมๆ ก่อนจะออกแรงบังคับให้มือของเธอเลื่อนเมาส์ไปบนแผ่นรอง "ใจเย็นๆ ไม่ต้องรีบ" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบอยู่ห่างจากใบหูเธอไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ที่พวงแก้มใสจนเอ๋ยรู้สึกว่าหน้าตัวเองกำลังร้อนฉ่าแข่งกับกาต้มน้ำ "ดูนะ... กดตรงนี้... แล้วลากเมาส์ลงมาที่เมนูนี้" สติของเอ๋ยแตกกระเจิงไปเรียบร้อยแล้ว หน้าจอคอมพิวเตอร์มีตัวอักษรวิ่งผ่านไปมาก็จริง แต่สมองเธอไม่รับรู้อะไรแล้วนอกจากสัมผัสจากฝ่ามือหนาที่ซ้อนทับอยู่ และแผงอกกว้างที่แนบชิดอยู่ด้านหลังแขนของเธอ กลิ่นหอมของเขาตีรวนอยู่ในจมูกจนทำให้ความคิดอ่านมึนเบลอไปหมด "เห็นไหม ตรงนี้มันจะโชว์ Error Code ถ้ามีการจองซ้ำซ้อน" ไม้ยังคงทำหน้าที่ครูสอนพิเศษต่อไปโดยไม่รู้ (หรืออาจจะแกล้งไม่รู้) ว่านักเรียนของเขากำลังจะหัวใจวายตายอยู่แล้ว "ทีนี้ลองแก้สถานะห้องให้ผมดูหน่อย" เขาปล่อยมือออกจากมือเธอ เอ๋ยลอบพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก รีบคลิกเมาส์ตามที่เขาเพิ่งสอนเมื่อครู่ แต่ด้วยความที่สติยังกลับมาไม่ครบ 100% เธอจึงเผลอขมวดคิ้วยุ่งเหยิง ปากเล็กๆ เม้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิด ไม้ลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาว แสงไฟที่ตกกระทบทำให้เห็นแพขนตางอนยาวและจมูกรั้นๆ ที่เชิดขึ้นอย่างคนดื้อดึง แก้มใสที่เคยซีดเซียวเมื่อตอนกลางวัน ตอนนี้ซับสีเลือดฝาดแดงระเรื่ออย่างน่ามอง... น่ามองจนเขาเผลอจ้องนานเกินความจำเป็น "เอ๋ยแก้ตรงนี้ถูกไหมคะคุณไม้... เอ๊ะ?" เอ๋ยหันหน้ากลับมาเพื่อจะถามคำถาม แต่เพราะใบหน้าของเขาอยู่ใกล้กว่าที่คิด ทำให้ปลายจมูกรั้นของเธอเฉียดเข้ากับปลายจมูกโด่งเป็นสันของเขาอย่างจัง! เวลาในห้องทำงานเหมือนหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตสบเข้ากับนัยน์ตาคมกริบสีนิลในระยะประชิด เอ๋ยเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่ดุนั้นชัดเจน ความเงียบโรยตัวลงมาปกคลุม มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงหัวใจสองดวงที่กำลังเต้นแข่งกันอย่างบ้าคลั่ง "เอ่อ..." เอ๋ยอ้าปากจะพูดอะไรสักอย่างเพื่อทำลายความอึดอัด แต่คอเจ้ากรรมดันแห้งผากไปเสียดื้อๆ สายตาของไม้เลื่อนต่ำลงมาจากดวงตาคู่สวย ไปหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอวบอิ่มสีพีชที่กำลังเผยอขึ้นเล็กน้อย ราวกับมีแม่เหล็กดึงดูด ชายหนุ่มค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมาหาเธอทีละนิด... ทีละนิด... จนลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน เอ๋ยหลับตาปี๋ มือเล็กกำขอบโต๊ะทำงานแน่น ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกมนตร์สะกด เธอไม่ได้เบือนหน้าหนี และในใจลึกๆ ... เธอกำลังรอคอยสัมผัสจากผู้ชายใจร้ายคนนี้ แต่แล้ว... โครก... คราก~ เสียงท้องร้องดังลั่นออกมาจากหน้าท้องแบนราบของผู้จัดการสาว ทำลายบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติก (และอันตราย) จนพังทลายลงไม่เป็นท่า! เอ๋ยเบิกตากว้าง รีบยกมือขึ้นกุมท้องตัวเองด้วยความอับอายขั้นสุด ใบหน้าแดงแปร๊ดลามไปถึงใบหู "เอ่อ... คือ... เอ๋ยยังไม่ได้ทานข้าวเย็นน่ะค่ะ แหะๆ" ไม้ชะงักใบหน้าห่างจากเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร เขากะพริบตาปริบๆ ก่อนที่มุมปากหยักจะค่อยๆ ยกขึ้น และแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอ ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่งกว่าผีพุ่งไต้ในไร่ส้มเสียอีก "หึ... ยัยตัวทำลายบรรยากาศเอ๊ย" เขาส่ายหน้าเบาๆ ยกมือขึ้นดีดหน้าผากมนของเธอไปหนึ่งที "เจ็บไหม?" "โอ๊ย! เจ็บสิคะ ดีดมาได้" เอ๋ยลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆ ค้อนขวับให้เจ้านายหนุ่ม ความเขินเมื่อครู่ปลิวหายไปเกินครึ่ง "เจ็บก็ดี จะได้จำไว้ว่าเวลาเรียนต้องมีสมาธิ" ไม้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เพื่อซ่อนความรู้สึกปั่นป่วนในใจ "ระบบวันนี้สอนแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ไปลองทำดู ถ้ามีปัญหาอะไรก็... มาถามผมได้ตลอด" "ค่ะ รับทราบค่ะบอส" เอ๋ยรับคำ รีบกวาดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะมากอดไว้แนบอก เตรียมชิ่งหนีจากสถานการณ์ชวนหัวใจวายนี้ให้เร็วที่สุด "ถ้าอย่างนั้นเอ๋ยขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อนนะคะ ดึกแล้ว" "เดี๋ยว" อีกแล้ว... คำว่า 'เดี๋ยว' ของเขามันมีอาถรรพ์จริงๆ เอ๋ยหันกลับมามองอย่างหวาดระแวง "มีอะไรให้เอ๋ยแก้อีกคะ? สไลด์สีเพี้ยน? ฟอนต์ผิดไซส์? หรือว่าขอบกระดาษยับ?" ไม้เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่อนโยนลงกว่าเดิมมาก... อ่อนโยนจนเอ๋ยรู้สึกว่าคนตรงหน้าไม่ใช่บอสสายโหด แต่เป็น ‘พี่ไม้’ ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง "ป้าศรีตุ๋นกระดูกหมูอ่อนรากบัวไว้หม้อใหญ่ ผมกินคนเดียวไม่หมด..." เขาพูดเรียบๆ แต่หลบสายตาไปทางอื่น "จะไปกินด้วยกันก่อนไหม? ท้องร้องดังขนาดนั้น ขับรถกอล์ฟกลับไปเดี๋ยวก็เป็นลมตกคันนาตายพอดี" ประโยคชวนกินข้าวที่แสนจะทื่อกระด้างและกวนอวัยวะเบื้องล่างนี้ กลับทำให้หัวใจของเอ๋ยพองโตอย่างประหลาด ความน้อยใจและความโกรธเคืองที่สะสมมาตลอดทั้งวันมลายหายไปราวกับหิมะต้องแสงอาทิตย์ เธอเม้มริมฝีปากเพื่อกลั้นรอยยิ้ม ก่อนจะแกล้งทำเป็นเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย "อาหารบ้านเจ้านาย... พนักงานตัวเล็กๆ อย่างเอ๋ยจะกล้าทานเหรอคะ เดี๋ยวโดนด่าว่าตีตัวเสมอเจ้านายอีก" ไม้หรี่ตามองยัยตัวแสบที่เริ่มกลับมาพยศอีกครั้ง เขาก้าวเข้าประชิดตัวเธอจนปลายเท้าแทบจะชนกัน ก้มหน้าลงมากระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำเอาขนอ่อนลุกซันไปทั้งร่าง "ถ้าดื้อนัก... คืนนี้ผมจะไม่ให้กินแค่ซุปกระดูกหมูนะ รวินท์นิภา" เอ๋ยตาโตเท่าไข่ห่าน หน้าแดงซ่านเป็นลูกตำลึงสุก รีบถอยกรูดไปข้างหลังสองก้าว "กะ... กินค่ะ! กินซุปกระดูกหมู! เอ๋ยหิวจะแย่แล้ว ไปกันเถอะค่ะป้าศรีคงรอแย่แล้ว!" พูดจบผู้จัดการสาวก็ติดสปีดวิ่งปรู๊ดออกจากห้องทำงานไปทางโซนห้องอาหารทันที ทิ้งให้พ่อเลี้ยงไม้ท้าวแขนกับขอบโต๊ะ มองตามแผ่นหลังเล็กนั้นด้วยรอยยิ้มกว้างที่ปิดไม่มิดอีกต่อไป "เก่งแต่ปากจริงๆ ยัยคู่กัด" เขาพึมพำกับตัวเองอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเดินตามรอยยัยตัวแสบออกไปรับประทานอาหารมื้อค่ำ... มื้อค่ำที่เขาตั้งตารอคอยมาตลอดทั้งวัน กำแพงความเป็น ‘เจ้านาย’ และ ‘ลูกน้อง’ เริ่มถูกกะเทาะออกทีละนิด ภายใต้ความดุ ความเจ้าระเบียบ และคำพูดกวนประสาท มีบางสิ่งบางอย่างที่หวานละมุนกำลังก่อตัวขึ้นในหัวใจของคนทั้งสอง... อย่างช้าๆ แต่มั่นคง.
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD