EP.5 ลืมงั้นเหรอ

1441 Words
“ยังจะมาทำหน้าระรื่น เมื่อคืนยังครางชื่อเฮียอยู่เลยยัยตัวแสบ!” เพลิงสบถออกมาอย่างหัวเสียขณะที่สายตาคมกริบจ้องมองไปที่ถนนเบื้องหน้าอย่างดุดัน ภาพใบหน้าจิ้มลิ้มที่เขาแอบไปซุ่มดูด้วยตัวเองเมื่อช่วงสาย ก่อนจะรีบกลับไปเข้าประชุมสำคัญยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ยิ่งนึกถึงแววตาซุกซนที่ดูเหมือนไม่ทุกข์ร้อนอะไรของขนมผิง เขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า ทั้งที่เมื่อคืนเธอเพิ่งจะมอดไหม้ไปกับกองเพลิงอย่างเขา จนแทบจะหมดเรี่ยวแรงแท้ ๆ แต่เธอกลับทำเหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝุ่นผงที่สะบัดทิ้งไปอย่างไม่ใยดี! เขาสั่งให้ลูกน้องตามดูเธอห่างๆ อย่าให้พลาดแม้แต่วินาทีเดียว หัวใจของแบดบอยหนุ่มกระตุกด้วยความรู้สึกที่ปนเปกัน ระหว่างความโหยหาที่ยากจะยอมรับกับความโกรธที่พุ่งพล่าน มือหนาบีบพวงมาลัยรถซุปเปอร์คาร์แน่น จนเส้นเลือดปูดโปน พยายามระงับอารมณ์ดิบในกาย ที่อยากจะบุกไปกระชากตัวเธอมาลงโทษให้เข็ดหลาบ กริ๊งๆๆ ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์เครื่องหรูที่วางอยู่ข้างกายก็แผดเสียงดังขึ้น เขาคว้ามันมาแนบหูทันทีโดยไม่เสียเวลาดูชื่อ “ว่ามา!” น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยอำนาจสั่งการ “นายครับ คุณผิงอยู่ที่ร้านSOL ที่นายเป็นหุ้นส่วนครับ” ร้านเหล้ากึ่งผับใจกลางเมืองที่ได้รับความนิยมจากวัยรุ่นที่สุดในตอนนี้ “หึ! คิดว่าจะหนีเฮียพ้นเหรอผิง อย่าฝัน!!” เพลิงกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมาทันทีที่ได้รับรายงาน หลังจากที่รู้ว่ายัยกระต่ายน้อยของเขายังคงวนเวียนอยู่ในเขตพื้นที่ ที่เขาสามารถควบคุมได้ทุกตารางนิ้ว แทนที่เขาจะใจดีปล่อยให้เธอได้ไปคลายเครียดอย่างที่หวัง ทว่ามันกลับไม่เป็นอย่างนั้น เพราะเขาเองนี่แหละที่จะไปเพิ่มความเครียดให้เธอเองถึงที่ ให้มันรู้ไปว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของเธอในตอนนี้! เท้าหนาเหยียบคันเร่งจนเครื่องยนต์ส่งเสียงคำรามกึกก้องไปทั่วบริเวณ รถยนต์หรูทะยานออกไปราวกับมัจจุราชที่กำลังออกตามล่าวิญญาณ -ร้าน SOL- บรรยากาศภายในร้านเริ่มหนาแน่นไปด้วยกลุ่มนักศึกษา แสงสีสลัวในโทนม่วงน้ำเงินและเสียงดนตรีจังหวะตึกตัก ช่วยขับกล่อมให้ความเศร้าในใจของขนมผิงเริ่มเบาบางลงบ้าง แยมยังคงทำหน้าที่เป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ที่ดี พลางคะยั้นคะยอให้เพื่อนจิบเครื่องดื่มดีกรีแรงในมือเข้าไปดับความเศร้า “ดื่มไปเลยแก ลืมๆ เรื่องเครียดไปให้หมด วันนี้ฉันจัดเต็มให้!” แยมพูดขณะชนแก้วกับขนมผิงแรงๆ “ขอบใจนะพวกแก ถ้าไม่มีพวกแกฉันคงบ้าตายแน่ๆ” ผิงเอ่ยเสียงเบา เธอรู้สึกแสบขัดที่ใจกลางสาวทุกครั้งที่ขยับตัว แต่นั่นยังไม่เท่าความเจ็บแปลบที่อกข้างซ้ายเมื่อนึกถึงคำพูดเย็นชาของเพลิงที่กล่าวกับเธอเมื่อคืน “เฮียเตือนแล้วนะผิง และจำใส่หัวไว้ด้วยว่าครั้งนี้มันจะเป็นแค่ครั้งเดียวตามที่เธอขอ! หลังจากนี้อย่ามาเรียกร้องอะไรจากเฮียอย่างที่ปากเก่งเอาไว้ก็แล้วกัน” ประโยคนี้ยังวนอยู่ในหัวของเธอซ้ำๆ ทว่าความเงียบสงบของโต๊ะพวกเธอก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อรุ่นพี่ดีกรีเดือนมหาวิทยาลัยอย่าง ‘เต้’ เดินตรงเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มกระชากใจ ชายหนุ่มตามจีบขนมผิงตั้งแต่เทอมแรก “น้องผิง ดีใจจังที่เจอ พี่ขอนั่งด้วยคนได้ไหม?” เต้ถือวิสาสะขยับเข้าไปใกล้พลางวางมือลงบนพนักพิงโซฟาในลักษณะที่ดูเหมือนกำลังโอบกอดคนตัวเล็กไว้กลายๆ “ค่ะพี่เต้ ตามสบายเลยค่ะ” ผิงฝืนยิ้มตอบตามมารยาท เธอหวังว่าความใจดีของรุ่นพี่คนนี้จะช่วยกลบฝังความป่าเถื่อนของใครบางคนออกไปได้บ้าง แต่เธอหารู้ไม่ว่า ในมุมมืดของชั้นสองที่เป็นโซนส่วนตัวของเจ้าของร้าน สายตาคู่หนึ่งที่ฉายแววเข้มขึ้นด้วยความหึงหวง กำลังจ้องมองภาพนั้นด้วยความเดือดดาล เพลิงแทบจะขว้างแก้วเหล้าราคาแพงในมือทิ้งทันที ที่เห็นไอ้หน้าอ่อนนั่นเข้าใกล้ของของเขา “หึ! อยากลองดีกับกูใช่ไหม” เพลิงสบถออกมาพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาไม่สนใจคำทักทายของลูกน้องที่เดินผ่าน ร่างแกร่งเดินฝ่าฝูงชนลงไปข้างล่าง เป้าหมายคือยัยกระต่ายแสนดื้อที่กำลังทำตัวอ่อยผู้ชายต่อหน้าเขา! จังหวะนั้นขนมผิงขอตัวไปเข้าห้องน้ำ… ร่างบางเดินเซเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ เธอต้องการพื้นที่สงบเพื่อล้างหน้าเรียกสติ แต่ทันทีที่ก้าวพ้นฝูงชนเข้าสู่ทางเดินที่เงียบเชียบ ข้อมือเล็กก็ถูกกระชากอย่างแรง จนร่างทั้งร่างปลิวเข้าไปปะทะกับแผงอกแกร่งที่คุ้นเคย กลิ่นน้ำหอมปนบุหรี่จางๆ ที่โชยมา ทำเอาเธอเบิกตากว้างด้วยความช็อก “เฮียเพลิง!” “เออ! เฮียเอง ทำไม? เห็นหน้าผัวแล้วมันตกใจจนสติหลุดเลยหรือไง!” เพลิงไม่รอให้เธอได้ประท้วง เขาฉุดกระชากเธอเข้าไปในห้องน้ำที่ว่างอยู่ทันที เขาลงกลอนประตูดังคลิกกึกก้องไปในความเงียบ ก่อนจะดันร่างบางไปติดผนังกระเบื้องเย็นเฉียบ ร่างหนาคร่อมตัวกำบังไว้ไม่ให้เธอหนีไปไหน “ปล่อยผิงนะ! เฮียมาได้ยังไง แล้วพูดจาบ้าอะไรของเฮีย เรื่องของเรามันจบไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว!” คนตัวเล็กเถียงกลับทั้งที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก “จบงั้นเหรอ? หึ! ใครสั่งให้จบ! แล้วไอ้หน้าอ่อนนั่นไหนบอกไม่ชอบมันไงวะ! แล้วทำไมให้มันเอามือสกปรกไปแตะตัวเธอ!” เพลิงตะคอกใส่ด้วยอารมณ์หึงหวงที่ขาดสติ เขาใช้มือหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัวด้วยมือเพียงข้างเดียว “พี่เต้ เขาเป็นรุ่นพี่ผิง และเขาก็สุภาพกว่าเฮียเป็นร้อยเท่า!” “สุภาพงั้นเหรอ? สุภาพแต่ตามมาดมกลิ่นเธอถึงที่เนี่ยนะ!” เพลิงเค้นเสียงหัวเราะอย่างสมเพช “เธอมันร้ายกว่าที่ฉันคิดนะผิง ทิ้งผัวไว้บนเตียงเพื่อมาหาเศษหาเลยกับผู้ชายในมหาลัยเนี่ยนะ!” “เฮียเพลิง! หยุดพูดจาดูถูกผิงเดี๋ยวนี้นะ! ในเมื่อเฮียบอกเองว่าอย่างมาเรียกร้องอะไร ผิงก็กำลังทำอยู่นี่ไง ผิงกำลังจะลืมเฮีย! ลืมรสสัมผัสเลวๆ ของเฮียให้หมด!” คนตัวเล็กโพล่งออกไปอย่างเหลืออด “ลืมงั้นเหรอ?” เพลิงขบกรามแน่น เมื่อได้ยินประโยคบาดใจออกจากปากคนตัวเล็ก ที่แต่ก่อนตามเขายิ่งกว่าเงาตามตัว “งั้นมาลองดูหน่อยสิ ว่าเธอลืมมันได้จริงๆ หรือเปล่า หรือว่าความจริงเธอมันร่าน! จนอยากจะให้ไอ้เหี้ยนั้นช่วยรื้อฟื้นความจำให้กันแน่!” คำพูดร้ายกาจที่หลุดออกมาจากปากคนที่เธอรักสุดหัวใจ ทำให้ขนมผิงน้ำตาไหลพราก เธอสะบัดหน้าหนีแต่กลับถูกมือหนาบีบคางไว้มั่น บังคับให้เธอรับจูบที่รุนแรงและเอาแต่ใจ เพลิงบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างโกรธเคือง เขาต้องการปราบความพยศของเธอ ต้องการให้เธอรู้ว่า ไม่ว่าเขาจะด่าทอหรือรังแกเธอแค่ไหน เธอก็คือของเขา จูบที่เริ่มต้นด้วยความโกรธเริ่มเปลี่ยนเป็นความรุ่มร้อน เมื่อรสชาติของแอลกอฮอล์ที่ติดอยู่ที่ปลายลิ้นของทั้งคู่เริ่มออกฤทธิ์ ผิงที่พยายามขัดขืนในคราแรก แต่ร่างกายเจ้ากรรมกลับทรยศ มันสั่นสะท้านและตอบรับสัมผัสจากคนตรงหน้าอย่างเผลอไผล ลิ้นร้อนของเพลิงสอดแทรกเข้ามาควานหาความหวานอย่างหิวโหย “อื้ออ ~” เขาเลื่อนมือลงมาบีบขยำหน้าอกกลมสวย ผ่านเนื้อผ้าเกาะอกตัวสั้นอย่างแรง เสียงหวานครางกระเส่าเล็ดลอดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความเจ็บปนเสียวซ่านทำให้ขาเรียวสวยเริ่มอ่อนแรง จนต้องอาศัยไหล่หนาเป็นที่ยึดเหนี่ยว “จำไว้ผิง ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องเธอ นอกจากเฮียคนเดียว!” เพลิงถอนจูบออกพลางซุกไซ้ซอกคอขาวระหงอย่างบ้าคลั่ง เขาทิ้งรอยรักสีกุหลาบเข้มไว้ประดับคอเธออีกครั้ง เพื่อประกาศศักดาว่ายัยตัวแสบคนนี้มีเจ้าของแล้ว และเจ้าของคนนั้นก็คือปีศาจอย่างเขาเพียงคนเดียว!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD