ขนมผิงพาเพื่อนสนิททั้งสองคนพุ่งตัวเข้าไปในห้องน้ำหญิงชั้น 3 ทันทีที่มาถึงอาคารเรียน เธอรีบคว้าล็อคประตูห้องน้ำแล้วยืนพิงบานไม้หอบหายใจถี่ หัวใจยังคงเต้นรัวเหมือนกลองรบ
“ผิง! แกโอเคไหม?” เสียงแยมดังมาจากหน้าห้องน้ำด้วยความเป็นห่วง
ผิงไม่ได้ตอบเธอรีบเปิดประตูออกมาแล้วพุ่งไปที่กระจกบานใหญ่ มือเล็กสั่นเทาปลดกระดุมคอเสื้อออก ทันทีที่ปกเสื้อเลื่อนลง รอยสีกุหลาบเข้มหลายจุดที่ซอกคอขาวระหงก็ปรากฏชัดในกระจกเงา มันแดงก่ำและดูดุดันกว่ารอยเดิมที่เจือจางไปจากเมื่อวานเสียอีก
“ฮือออ พวกแก! ทำไงดี รอยมันเข้มขนาดนี้ คอนซีลเลอร์ปกติจะเอาอยู่ไหมเนี่ย เฮียเพลิงนะเฮียเพลิง ทำไมต้องร้ายกับผิงขนาดนี้ด้วย!” ผิงบ่นอุบให้กับความร้อนแรงที่เขาฝากไว้เมื่อคืนยังคงตราตรึง
“เอาหน่า! แกเลิกบ่นแล้วมานี่เลย” น้ำเดินเข้ามาใกล้พลางควักกระเป๋าเครื่องสำอางออกมา “มัวแต่โวยวายเดี๋ยวเข้าเซกไม่ทันพอดี ดีนะที่ฉันพกคอนซีลเลอร์แบบfull coverageมาด้วย ไม่งั้นแกได้กลายเป็นประเด็นร้อนของมหาลัยแน่”
น้ำลงมือแต้มครีมเนื้อหนาลงบนรอยรักเหล่านั้นอย่างเบามือ ท่ามกลางสายตาจับผิดของแยมที่ยังไม่ยอมเลิกรา
“ถามจริงๆ แกจะให้เฮียเพลิงทำแบบนี้ โดยที่ไม่ชัดเจนกับแกต่อไปเหรอยัยผิง” แยมถามเสียงกระซิบพลางหรี่ตามองเพื่อนอย่างเป็นห่วง “ถ้าวันหนึ่งเฮียตุลย์รู้ขึ้นมา หรือถ้าเฮียเพลิงเขาเบื่อแกขึ้นมาแกจะทำยังไง”
ผิงเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ใบหน้าหวานที่เคยแดงซ่านด้วยความเขินอาย ทว่าตอนนี้กลับซีดลงเล็กน้อย คำพูดของเพื่อนสนิทเหมือนเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงลงบนกลางใจ และความจริงที่เธอพยายามหลบเลี่ยงมาตลอด
“ฉันไม่รู้ว่ะแก ฉันรู้แค่ว่าตอนนี้ฉันขัดใจเขาไม่ได้ พวกแกก็เห็นว่าเฮียเพลิงเอาแต่ใจแค่ไหน”
ผิงตอบเสียงแผ่วพลางมองตัวเองในกระจก ความไม่ชัดเจนที่แยมทักมันเริ่มกัดกินหัวใจของเธอทีละน้อย เพลิงในวันนี้คือผู้ชายเอาแต่ใจที่เห็นเธอเป็นเพียง 'ของตาย' ที่จะทำรอยตีตราไว้ตรงไหนก็ได้ตามใจชอบ ผิงลูบคอตัวเองเบาๆ ตรงจุดที่น้ำเพิ่งกลบรอยไป ในใจได้แต่ภาวนาขอให้ความสัมพันธ์ที่ไร้ชื่อเรียกนี้ ไม่เผาไหม้เธอจนเหลือเพียงเถ้าถ่านก่อนที่ความจริงจะปรากฏ
“เสร็จแล้ว! ดูดีขึ้นเยอะ ถ้าไม่สังเกตใกล้ๆ ก็มองไม่เห็นหรอก แต่แกต้องระวังอย่าให้เหงื่อออกนะผิง ไม่งั้นความลับแตกแน่” น้ำพูดพลางใช้แป้งตบทับเป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนจะสำรวจผลงานด้วยเองอย่างชื่นชม
“ขอบใจนะพวกแก ฉันจะพยายามหาทางคุยกับเฮียเพลิงดู” ผิงฝืนยิ้มให้เพื่อนทั้งสองคน แม้ในใจจะรู้ดีว่าการต่อรองกับคนอย่าง 'เพลิง อัคคีรินทร์' นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
-หน้าตึกคณะบริหาร-
หลังเลิกเรียน รถซุปเปอร์คาร์คันคุ้นตาจอดนิ่งสนิทรออยู่ที่เดิมเหมือนเมื่อเช้า ขนมผิงรีบก้าวขึ้นรถทันที เพราะไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งคณะไปมากกว่านี้ โดยเฉพาะพี่เต้ที่ยังคงยืนมองส่งเธออยู่ไกลๆ เพลิงไม่ได้พูดอะไรมากนักนอกจากปรายตามองชุดนักศึกษาที่ดูเรียบร้อยของของคนตัวเล็กอย่างพอใจ ก่อนจะทะยานรถออกไปมุ่งหน้าสู่คอนโดของหญิงสาว
ทว่าเมื่อถึงหน้าตึกคอนโดหรูของผิง แทนที่เพลิงจะวนรถออกไป เขากลับดับเครื่องยนต์แล้วก้าวลงจากรถตามร่างบางมาติด ๆ
“เฮียส่งแค่นี้ก็พอค่ะ เดี๋ยวผิงขึ้นไปเอง” ขนมผิงหันไปปรามคนตัวโตที่เดินตามหลังมาไม่ห่าง
“เฮียปวดฉี่ ขอขึ้นไปเข้าห้องน้ำหน่อยไม่ได้หรือไง?” เพลิงอ้างเสียงเรียบ ใบหน้าหล่อเหลาดูนิ่งเฉยทว่าแววตากลับวาวโรจน์ด้วยแผนการบางอย่าง
คนตัวเล็กไม่ได้ขัดอะไร เพราะเห็นว่าเขาก็เป็นพี่ชายที่รู้จักกันมานาน แม้ตอนนี้ความสัมพันธ์จะเลยเถิดไปไกลแล้วก็ตาม เธอแตะคีย์การ์ดพาเขาขึ้นมาบนห้องพักหรูที่ตกแต่งได้อย่างลงตัว
“เฮียรอที่โซฟานะคะ ผิงขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อน เหนียวตัวจะแย่แล้ว”
ผิงเดินหายเข้าไปในห้องนอนครู่ใหญ่ ก่อนจะก้าวออกมาในชุดที่ทำเอาเพลิงที่กำลังนั่งรออยู่ถึงกับชะงักลมหายใจ ร่างบางอยู่ในชุดเสื้อสายเดี่ยวเอวลอยสีหวาน อวดหน้าท้องเนียนกิ่ว คู่กับกางเกงขาสั้นกุดที่เผยให้เห็นเรียวขาขาวอมชมพู ผิวพรรณที่ดูนุ่มละมุนภายใต้แสงไฟในห้อง มันดึงดูดสายตาคนพี่ให้ต้องลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออย่างยากลำบาก
“เฮียเข้าห้องน้ำเสร็จยังคะ? ผิงว่าจะลงไปซื้อของที่ซุปเปอร์ข้างล่างหน่อย ของสดในตู้เย็นหมดแล้ว” ผิงพูดพลางหยิบกระเป๋าสตางค์และคีย์การ์ดเตรียมตัวจะออกจากห้อง
“ไม่ได้!”
เสียงเข้มตวาดกร้าวขึ้นทันที เพลิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาคมกริบกวาดมองร่างเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง
“จะไปสภาพนี้เนี่ยนะ?”
“ทำไมคะ? ก็แค่ซุปเปอร์ใต้คอนโดเอง”
“ไปเปลี่ยนชุด! ใส่กางเกงขายาว เสื้อแขนยาว แล้วห้ามโหว่ตรงไหนทั้งนั้น!”
เพลิงสั่งเสียงดุ พลางก้าวเข้ามาประชิดตัวจนผิงต้องถอยหลังไปชนกับเคาน์เตอร์ครัว
“เฮียเป็นอะไรเนี่ย! จะห้ามอะไรนักหนา! แต่ก่อนผิงก็แต่งแบบนี้ เฮียไม่เห็นจะเคยว่าอะไรเลย” ผิงเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ความดื้อรั้นพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
“มันร้อนนะเฮีย แล้วนี่ก็คอนโดผิง ผิงจะแต่งยังไงก็ได้!” คนตัวเล็กยังไม่ยอมลดลา ถึงแม้เขาจะเป็นคนที่เธอชอบ แต่ใช่ว่าเธอจะยอมเขาเสียทุกเรื่อง
“แต่ก่อนมันเรื่องของเธอ! แต่ตอนนี้เธอเป็นเมียเฮีย!”
เพลิงคำรามเสียงต่ำพลางใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างกักขังเธอไว้ในวงแขน
“เฮียไม่ยอมให้ไอ้หน้าไหนมาจ้องนม จ้องขาอ่อนเธอทั้งนั้น ถ้าอยากจะออกไปข้างนอกด้วยสภาพนี้ก็ผ่านศพเฮียไปก่อน หรือไม่...” เพลิงโน้มหน้าลงมาจนจมูกโด่งคมคลอเคลียอยู่ที่ซอกคอหอมกรุ่น ที่เขาทิ้งรอยรักเอาไว้ประปราย ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงพร่ามัวที่ชวนให้คนฟังใจสั่นสะท้าน
“...ก็ไม่ต้องออกไปไหนเลยทั้งคืน แล้วอยู่กินเฮียแทนของสดในตู้เย็นเธอดีไหม!” สายตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายและสื่อความหมายอย่างตรงไปตรงมา ทำเอาผิงใจสั่นสะท้านจนแทบยืนไม่อยู่ เธอเริ่มรู้ตัวแล้วว่าการดื้อรั้นกับเพลิงในนาทีนี้ มีแต่จะทำให้เธอเสียท่าให้กับคนเจ้าเล่ห์และเอาแต่ใจอย่างเขา และดูเหมือนว่าของสดที่เขาเสนอให้กินนั้น น่ากลัวและเร่าร้อนกว่าของในซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายเท่าตัว!