“ก็ได้ค่ะ งั้นเฮียไปหยิบเสื้อคลุมที่วางอยู่บนโซฟามาให้ผิงหน่อยสิคะ ผิงจะใส่ทับไว้”
ขนมผิงลอบยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นว่าคนพี่เริ่มจะคุมอารมณ์ไม่อยู่ เธอแสร้งทำเป็นถอนหายใจยาวก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อน
เพลิงขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ยอมคลายวงแขนออกอย่างว่าง่าย เพราะคิดว่ายัยเด็กดื้อยอมเชื่อฟังแล้ว เขาหมุนตัวเดินตรงไปยังโซฟาตัวยาวกลางห้อง ทว่าทันทีที่แผ่นหลังกว้างหันไป ขนมผิงไม่รอช้า เธออาศัยจังหวะเพียงเสี้ยววินาทีวิ่งจู๊ดออกจากห้องไปทันทีพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความสะใจ!
“ขนมผิง! กลับมานี่นะ!”
เพลิงคำรามลั่นเมื่อรู้ตัวว่าโดนเด็กหลอก เขาโยนเสื้อคลุมทิ้งอย่างไม่ใยดีก่อนจะสับเท้าวิ่งตามออกไปติด ๆ
-ซุปเปอร์มาร์เก็ตใต้คอนโด-
ขนมผิงเดินลอยหน้าลอยตาหยิบตะกร้ามาถือไว้พลางทำเป็นฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ทั้งที่ข้างกายมียักษ์วัดแจ้งในคราบมาเฟียหนุ่ม เดินประชิดติดหนึบจนแทบจะกลืนเป็นร่างเดียวกัน เพลิงไม่ได้สนใจของสดบนชั้นวางเลยสักนิด สายตาคมกริบของเขาจ้องเขม็งไปที่แผ่นหลังนวลเนียน และเรียวขาขาวผ่องของคนตัวเล็กที่ตอนนี้กลายเป็นเป้าสายตาของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ไปครึ่งซุปเปอร์ฯ
“บอกให้กลับไปเปลี่ยนชุดไงผิง อย่าให้เฮียต้องอุ้มเธอกลับขึ้นไปนะ”
เพลิงกระซิบขู่เสียงลอดไรฟัน พลางขยับตัวมาบังด้านหลังของผิงไว้มิดชิดเพื่อไม่ให้ใครเห็นขาอ่อนของเธอ
“เฮียจะป่นอะไรนักหนาคะ ผิงจะรีบซื้อจะได้รีบไป” คนตัวเล็กแกล้งทำหูทวนลม เธอจงใจเดินไปยังชั้นวางของชั้นล่างสุด ก่อนจะก้มลงหยิบนั่นหยิบนี่ด้วยท่าทางที่จงใจให้เสื้อสายเดี่ยวรั้งขึ้นจนเห็นเอวคอดกิ่วชัดเจน
“อึก!”
เพลิงลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พลางหันไปตาเขียวปั้ดใส่พนักงานชายที่ยืนเช็กสต็อกของอยู่ใกล้ ๆ จนหมอนั่นถึงกับหน้าซีดแล้วรีบเข็นรถหนีไปอีกทาง
“ชิ! ไหนบอกคิดแค่น้องไง ปากแข็ง!” ผิงพึมพำเบา ๆ กับตัวเองพลางเบะปากใส่ขวดซอสในมือ เธอจำได้แม่นว่าเมื่อก่อนเฮียเพลิงชอบย้ำนักย้ำหนาว่าเห็นเธอเป็นแค่เด็กข้างบ้าน เป็นแค่น้องสาวเพื่อน แต่ดูตอนนี้สิ หวงก้างยิ่งกว่าอะไรดี!
“เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ?” เพลิงโน้มหน้าลงมาจนชิด แขนแกร่งข้างหนึ่งท้าวไว้กับชั้นวางของ กักขังเธอไว้ในวงล้อมอีกครั้งท่ามกลางสายตาผู้คน “ถ้ายังไม่เลิกแกล้งก้ม ๆ เงย ๆ แบบนี้ เฮียจะทำให้เธอก้าวขาไม่ออก จนต้องอ้อนวอนขอให้เฮียอุ้มกลับห้องเลยเอาไหม!”
แววตาจริงจังที่ไม่ได้ล้อเล่นทำเอาผิงต้องรีบยืดตัวตรงทันที ยัยเด็กดื้อแอบค้อนขวับให้คนปากแข็งไปหนึ่งที แต่ในใจกลับแอบรู้สึกชนะ เพราะต่อให้ปากเขาจะแข็งแค่ไหน แต่การกระทำของเขามันฟ้องว่าน้องสาวคนนี้มีอิทธิพลต่อใจเขามากแค่ไหน!
ในขณะที่เพลิงกำลังยืนตาเขียวปั้ด บังร่างเล็กของผิงไม่ให้หนุ่มหน้าไหนได้มองเห็นขาอ่อนของเธอ จู่ๆ โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของเขาก็แผดเสียงดังลั่น เพลิงสบถเบาๆ อย่างขัดใจก่อนจะหยิบขึ้นมาดู ทันทีที่เห็นชื่อบนหน้าจอ คิ้วหนาก็ขมวดเข้าหากันแน่น
“ไอ้ตุลย์”
เพลิงกดรับสายด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้นิ่งที่สุด ทั้งที่ความจริงเขากำลังยืนเบียดร่างนุ่มนิ่มของน้องสาวเพื่อนรักจนแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว
“ว่าไง!”
“ไอ้เหี้ยเพลิง! มึงหายหัวไปไหนวะ กูไม่เห็นมึงเข้าร้านไอ้ติณณ์หลายวันแล้วนะ มัวแต่ไปติดเด็กที่ไหนอีกวะ” เสียงของตุลย์โพล่งลอดมาตามสายดังพอที่ผิงซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ ได้ยินชัดเจน ผิงลอบยิ้มสะใจพลางหยิบขวดน้ำสลัดขึ้นมาอ่านฉลากทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แต่หูแว่วฟังปฏิกิริยาของคนข้างตัวอย่างตั้งใจ
“กูทำงาน ยุ่งๆ” เพลิงตอบสั้นๆ พลางกัดฟันแน่นจนเห็นกรามปูดโปน มือข้างหนึ่งที่วางทาบอยู่บนชั้นวางของกำเข้าหากันแน่น เมื่อเห็นยัยตัวแสบแกล้งก้มลงหยิบของต่ำลงไปอีก จนเสื้อสายเดี่ยวรั้งขึ้นมาอีกครั้ง
“ทำงานเหี้ยไรทั้งวันทั้งคืน กูว่า…มึงไปกกเด็กมากกว่า บอกมานะเว้ย ไม่งั้นกูจะไปถล่มคอนโดมึง!” เพลิงได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความอึดอัดใจ ทันทีที่ได้ยินเพื่อนรักด่าว่าไปติดเด็กที่ไหน ในใจของเขามันอยากจะตะโกนใส่สายไปใจจะขาดว่า “กูตามเฝ้าน้องมึงอยู่นี่ไง! ไอ้สัส!’ แต่ความจริงเขากลับทำได้แค่เงียบ เพราะขืนพูดไปตอนนี้ มีหวังตุลย์ได้บุกมาฆ่าเขาตายคาคอนโดน้องสาวแน่ๆ
“เออๆ แค่นี้นะ กูทำธุระอยู่”
เพลิงรีบตัดสายทิ้งทันที ก่อนจะหันมาคว้าเอวบางของผิงแล้วกระชากเข้าหาตัวด้วยความโมโหที่เก็บกดมาจากสายเมื่อครู่
“สนุกมากไหมผิง?” เพลิงถามเสียงต่ำลึกจนดูน่าขนลุก แววตาคมกริบจ้องมองร่างเล็กที่ยังคงลอยหน้าลอยตาเหมือนคนไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทั้งที่เขาแทบจะอกแตกตาย
“สนุกอะไรคะ?” ผิงแกล้งทำหน้าซื่อตาใส พลางเบะปากใส่คนปากแข็งที่ยังไม่ยอมความรู้สึกตัวเอง
“กลับห้อง!! ไม่ต้องซงต้องซื้อแล้ว เดี๋ยวเฮียให้ลูกน้องจัดการให้!” เพลิงกัดฟันกรอด ขีดความอดทนขาดผึงลงทันที คนพี่ไม่พูดเปล่า เขากระชากเอวบางให้เข้ามาประชิดตัวจนอกนุ่มนิ่มเบียดเสียดกับแผงอกแกร่งอย่างจงใจ ก่อนจะกึ่งบังคับกึ่งลากเธอเดินออกจากซุปเปอร์มาร์เก็ตด้วยความรวดเร็วโดยไม่สนสายตาใครทั้งนั้น
“เฮียเพลิง! ผิงอายคนอื่นเขานะคะ ปล่อย!”
“เงียบ! ถ้ายังไม่หยุดโวยวาย เฮียจะจูบโชว์ตรงนี้แหละ เลือกเอา!”
คำขู่ที่แสนป่าเถื่อนทว่าจริงจังนั้นทำเอาผิงต้องหุบปากฉับลงทันที เพราะรู้ดีว่าคนอย่างเฮียเพลิง พูดจริงทำจริงเสมอ ยิ่งเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้เคร่งขรึมและฉายแววดุดันจนน่ากลัว เธอก็ยิ่งไม่กล้าเอาตัวเข้าแลก
“เห็นว่าหล่อหรอกนะถึงยอม ชิ! ถ้าหน้าไม่ดี ผิงกระโดดถีบขาคู่ไปแล้ว!” คนตัวเล็กทำหน้าย่นใส่ แต่ก็ยอมเดินตามแรงจูงไปอย่างขัด