“พรุ่งนี้ตอนเย็น...กูจะให้คนมารับ” เสียงเรียบเย็นเอ่ยบอกทันทีที่เขาให้คนขับรถมาส่งแผ่นดินที่หน้าบ้าน หรือร้านสะดวกซื้อนั่นแหละ
“คุณ...จะให้ผมทำอะไรครับ...” แผ่นดินเอ่ยถาม แววตาดุดันนั่นทำเขารู้สึกหวั่นกับงานที่เขาจะให้ทำ
“ส่งยา” คำตอบนิ่งๆ ทว่ากลับทำแผ่นดินหน้าซีดเผือด
ก็เพราะเขาเพิ่งจะหนีตำรวจมา เพราะไม่อยากทำงานที่ผิดกฎหมาย แต่ผู้ชายตรงหน้าเขาตอนนี้ กลับบอกให้เขาไปทำ
“ผมไม่ทำ!!”
“แต่กู...ช่วยมึงไปแล้ว...งั้นกูจะพามึงไปส่งตำรวจ” เมื่อเห็นท่าทีของแผ่นดินที่ไม่ยอมทำ ก็ขู่
“ขอร้องล่ะครับ...จะให้ผมทำอะไรก็ได้...ขอแค่อย่าให้ผมทำงานแบบนี้เลย...ผมไม่อยากเสี่ยงกับตำรวจ...ผมต้องเลี้ยงน้องที่ยังเด็ก...หากผม...โชคร้ายโดนตำรวจจับ...น้องสาวผมจะอยู่กับใคร”
“ถ้ามึงบอกว่าให้มึงทำอะไรก็ได้...นั่นก็แปลว่ามึงต้องทำในสิ่งที่กูให้ทำ”
“แต่ผม...”
“เลือกเอา...ถ้าไม่ตกลงกูจะเอามึงไปส่งตำรวจตอนนี้”
“...” ใบหน้าหล่อก้มลง สองมือกุมกันแน่น เล็บก็จิกไปที่มือจนมันเป็นรอย พร้อมกับตัดพ้อตัวเองในใจว่าทำไมชีวิตของเขาถึงได้มีแต่อุปสรรคเช่นนี้
“อยู่กับกู...ไม่ต้องกลัวตำรวจ...กูให้มึงเดือนละหมื่น...ไปเดินยาให้กู”
“...” แผ่นดินทำท่าทีลำบากใจ แม้ว่าเขาจะพูดเช่นนั้น แต่รับประกันได้แค่ไหนว่าเขาจะไม่โดนจับอย่างวันนี้อีก
“กูไม่ได้มีเวลาให้มึงมานั่งคิดทั้งวัน...เอาไง...” นาวาเร่งให้เขารีบตอบตกลง
เอาไงเอากันวะ อย่างน้อยๆ ก็คงดีกว่าโดนจับไปวันนี้ ยอมจำนนต่อโชคชะตาแล้วกันถ้าจะโชคร้ายก็มาเลยให้สุด เพราะเขาเองก็อยากจะมีชีวิตดีๆ แล้วเหมือนกัน และเชื่อว่าฟ้าหลังฝนต้องสวยงามอย่างแน่นอน
และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้มารู้จักกับนาวา หลังจากที่เขาเป็นเด็กเดินยาได้ไม่นาน ก็ได้เลื่อนมาเป็นหัวหน้าเด็กส่งยา ไม่ต้องส่งเอง เพียงแค่ใช้ลูกน้องไปส่งเอง ส่วนเขาก็รอเก็บเงินจากลูกน้องไปส่งให้เจ้านายของเขา
และเพียงหนึ่งปี หลังจากนั้นชีวิตของแผ่นดินก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เขามีเงินเดือนที่เยอะขึ้น ไม่ได้ส่งยาแบบแต่ก่อน พอมีเงินมากพอที่จะซื้อบ้าน แต่ด้วยเพราะเขายังอายุไม่ถึง20 เลยไม่สามารถที่จะทำสัญญาซื้อบ้านได้ จึงทำได้แค่เช่าคอนโดอยู่กับน้องไปก่อน
พอครบยี่สิบ ก็รีบซื้อบ้านทันที และเป็นจังหวะที่น้องสาวก็เริ่มโต และเรียนประถม จึงขยับขยายไปหาที่เรียนให้น้องสาวใหม่ ซึ่งเขาก็เลือกโรงเรียนหญิงล้วนให้กับเธอ และเป็นโรงเรียนประจำ จะกลับบ้านก็ต่อเมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น
ที่ให้เรียนโรงเรียนประจำเป็นเพราะหน้าที่การงานของเขาขยับขยายขึ้น ตำแหน่งการทำงานถูกขยับอย่างรวดเร็ว เขาได้ใกล้ชิดกับนาวามากขึ้น และไม่ต้องทำงานเสี่ยงอันตรายขนาดนั้นแล้ว เพียงแค่บางครั้งต้องไปตรวจงานแทนนาวา และเพื่อให้เขาทำงานสะดวก ก็เลยเลือกโรงเรียนประจำให้น้องสาว
“นั่งหน้าเป็นตูดเลย...” แผ่นดินเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าธารานั่งกอดอกสะพานกระเป๋ารออยู่หน้าโรงเรียน เพื่อรอการกลับบ้านกับพี่ชายในวันศุกร์
“เฮีย...ธารา...ไม่อยากอยู่โรงเรียนประจำ...ให้ธาราไปอยู่โรงเรียนอื่นได้ไหม” เด็กน้อยวัย10ขวบเอ่ยบอกจุดประสงค์กับพี่ชาย
“อีกสักสองปีได้ไหม จบประถมแล้ว...เฮียจะให้ธาราเรียนโรงเรียนธรรมดา” เขากล่าว และอีกอย่างคือเขาจะเร่งหาเงิน แล้วออกจากงานเทาๆ นี้มาเปิดธุรกิจเล็กๆ เลี้ยงน้องอยู่บ้าน
แต่แน่นอนว่าขึ้นหลังเสือ ย่อมลงยากเสมอ และใช่ นาวาไม่ยอมให้แผ่นดินออกจากงานนี้อย่างแน่นอน
ปัจจุบัน...
“รีบกินเร็วๆ ...จะได้ไปโรงเรียน...” เมื่อเห็นว่าน้องสาวเล่นโทรศัพท์ทั้งที่ไม่ยอมตั้งใจทานมื้อเช้าดีๆ ก็อดไม่ได้ที่จะดุ แต่พอดุเธอก็เอาแต่ทำหน้างอคอหักเป็นปลาทู จนเขาไม่กล้าที่จะดุต่อ
“เฮียคะ...ให้ธาราไปโรงเรียนเองได้ไหม” คนตัวเล็กเอ่ยขอ
ตอนนี้เธอก็อายุ16แล้ว ก็อยากที่จะแบ่งเบาภาระพี่ชาย ไม่อยากให้ไปรับไปส่งเหมือนเด็กๆ และยิ่งพี่ชายช่วงนี้ค่อนข้างยุ่ง ก็เลยอยากให้ทำงานเต็มที่ ไม่ต้องมาคอยเป็นห่วงเธอ กับข้าวเธอก็หัดทำเป็นแล้ว เธออยู่เองได้สบาย แต่ความห่วงใยของแผ่นดินเป็นห่วงเธอยังไงก็ยังคงห่วงอยู่แบบนั้น
แม้ว่าตอนนี้เธอจะโตเป็นสาวแล้ว แต่สำหรับเขา เธอก็ยังคงเป็นเด็กน้อยผมเปียอายุห้าขวบในสายตาเขาอยู่ดี
“ไม่เอา...ถ้าธารากลับเองไปเอง...เฮียจะมั่นใจได้ยังไงว่าธาราไปถึงโรงเรียน และกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย...ธารา...เฮียมีน้องสาวคนเดียว...แล้วเฮียก็รักธารามาก...ธาราเข้าใจเฮียใช่ไหม” ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินอ้อมมาหาน้องสาว ยกมือลูบศีรษะเธอเบาๆ มองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน ซึ่งเธอรับรู้ได้ว่าสิ่งที่พี่ชายทำอยู่ทั้งหมดก็เพราะเธอ
“แต่ธาราโตแล้ว...ธาราไม่อยากทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตให้เฮียเป็นห่วงนี่นา” สองแขนกอดเอวพี่ชาย เงยหน้าขึ้นมองแผ่นดินตาปริบๆ
“ถ้าไม่อยากให้เฮียต้องห่วง...ก็ทำตามที่เฮียบอก...โอเคไหม...อย่าดื้อให้มาก...ไปเรียนได้แล้ว...สายแล้ว” ผละกอดออกแล้วเดินนำน้องสาวไปที่รถ
ช่วงพักกลางวัน...
จึ่กๆ
“ธารา...ไปกินข้าวเที่ยงกัน...” ทรายสะกิดไปที่ไหล่ของธารา แล้วชักชวนให้ไปทานมื้อกลางวันด้วยกันทันทีที่ถึงเวลาพักเที่ยงเเล้ว
“ปวดท้องอ่ะ...หน่วงๆ ...เธอสองคนไปกันเลย” เอ่ยตอบทรายและปิ่นก่อนที่จะฟุ่บหน้าลงที่โต๊ะ มือก็กุมหน้าท้องไว้หวังให้ความเจ็บทุเลาลงบ้างไม่มากก็น้อย
“ไปห้องพยาบาลไหมธารา...”ครั้งนี้เป็นปิ่นที่เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไร...ฉันน่าจะเป็นประจำเดือน...” เมื่อคิดได้เช่นนั้นเธอก็หันไปด้านหลัง จับกระเป๋ามาเปิดดูผ้าอนามัย ทว่าเธอดันลืมหยิบมา “แย่แล้ว...ทำไงดีฉันน่าจะลืมหยิบมาแน่ๆ”
“เอ้า...งั้นเดี๋ยวฉันดูให้นะ...เผื่อของฉันมี” ว่าแล้วทรายและปิ่นก็เดินไปที่โต๊ะของตนแล้วค้นกระเป๋านักเรียนดู
“ไม่มีอ่ะธารา...” ปิ่นว่า
“ของฉันก็ไม่มี...”
“ตอนนี้...ยังไม่มา...แต่คิดว่าถ้ามาคงเลอะแน่ๆ” คิดได้เช่นนั้นก็รีบทักไปหาแผ่นดินทันที
ด้านแผ่นดิน...
“ไอ้ดิน...มึงจะไปไหน...รถขนจะออกแล้ว...มึงเช็คของเรียบร้อยหรือยัง...” นาวาเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าแผ่นดินกำลังจะเดินไปที่รถของตนทั้งที่งานตรงหน้าก็ยังไม่เรียบร้อยดี
“นายครับ...ผมขอเวลานอกสิบนาทีได้ไหมครับ...ธาราไม่สบาย...”
“ไม่ได้...รถต้องออกอีกสิบนาที...มึงก็รู้ของที่ส่ง...มันเลื่อนเวลาไม่ได้”
“แต่ธารา...” แผ่นดินก้มหน้าหงอยๆ
10นาทีต่อมา...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!
มือเล็กเคาะไปที่กระจกรถฝั่งคนขับ ทันทีที่รถของพี่ชายเธอแล่นเข้ามาจอดที่หน้าโรงเรียน ธาราขอรปภ.ออกมาเพื่อที่จะเอาผ้าอนามัยกับพี่ชาย แต่ทว่าเมื่อกระจกรถเลื่อนลง กลับไม่ใช่แผ่นดิน
ครืดดดดด!!
“เฮือก!! นาน่า!!” ตกใจพร้อมกับอุทานชื่อที่ใช้เรียกเขาออกมาแทบจะทันที
แต่ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือเธอยื่นหน้ามาชิดกระจกรถจนเกินไป พอเขาเลื่อนกระจกลง จึงทำให้ใบหน้าเธอและเขานั้น อยู่ใกล้กันแค่คืบเดียว ไม่ใช่แค่เธอที่ตกใจเขาเองก็ด้วย ความประหม่าวิ่งเข้ามาเล่นงานทั้งคู่ จึงรีบเบนหน้าออกจากกันทันทีที่ได้สติ
“อะ...เอ่อ...” ถึงกับเสียอาการไปเล็กน้อย ก่อนที่จะเอ่ยบอกให้เธอขึ้นมานั่งข้างคนขับ “ดิน...ให้เอาของมาให้...”
“อ๋อ...ธาราก็นึกว่าเฮียเป็นคนเอามาให้ซะอีก” กล่าวเสียงใสๆ แล้ววิ่งอ้อมไปนั่งข้างคนขับ
“ของอยู่ในกระเป๋านี้...แล้วก็...นี่อาหารกลางวัน...ดินฝากมา” ส่งกระเป๋าให้เธอทั้งที่ไม่รู้ว่าด้านในมีอะไร รู้เเค่ว่าเป็นของที่ดินฝากมาจากนั้นก็ส่งกล่องอาหารกลางวันให้เธอด้วย
“ขอบคุณนะคะนาน่า...ฝากบอกเฮียด้วยว่าธารารักเฮียที่สุดในโลกเลย...”
หมับ!!
จุ๊ฟ!!
“เฮือก!!” ถึงกับช็อกไปเลยสิ เมื่อถูกธาราคว้ามือไปจุ๊ฟ “ทะ...ทำอะไรของเธอ”
“ก็...ปกติ...ธาราทำแบบนี้กับเฮีย...ธาราฝากนาน่าไปขอบคุณเฮียไงคะ” ด้วยความใสซื่อ จึงเอ่ยบอก จากนั้นก็เปิดประตูลงจากรถไป แต่การกระทำของเธอที่ไม่ได้คิดอะไรนั้น กลับทำนาวาค้างกลางอากาศ ริมฝีปากนุ่มๆนั่นจูบลงมา จนร่างสูงนั้นเหม่อมองหลังมืออยู่อย่างนั้นไม่ไหวติงไปไหน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!
ครืดดดดดดดด
สติที่หลุดลอยไปเมื่อครู่นั้น ถูกดึงกลับมาด้วยเสียงเคาะกระจกอีกครั้ง เขารีบสะบัดความคิดนั้นออกแล้วรีบเปิดกระจกรถลง แล้วมองหน้าธารานิ่ง
“ไม่ไปเหรอคะนาน่า...” เด็กสาวมัธยมปลายเอ่ยถามด้วยความสงสัย ก็เพราะเธอเดินเข้าโรงเรียนไปแล้วแต่เมื่อหันกลับมามอง รถของพี่ชายเธอก็ยังคงอยู่ที่เดิม เลยอดสงสัยไม่ได้ จึงเดินกลับมาถาม
“อะ...อ๋อ...ปะ...ไปแล้วๆ” ตอบกลับแล้วรีบขับรถออกไปในทันที
"ของส่งถึงมือธาราแล้วใช่ไหมครับนาย ธาราเป็นยังไงบ้าง ปวดท้องหนักไหม" แผ่นดินที่เคลียร์งานเสร็จรีบเดินเข้ามาถามเจ้านาย ที่อาสาไปส่งของแทนเขา ด้วยความอยากรู้อยากเห็นทันที
“ไม่รู้...ไม่ได้ถาม...”
“แล้วธารา...พูดอะไรบ้าง”
“ก็ฝากมาขอบคุณ...แล้วก็บอกว่า...รักเฮียที่สุด...ในโลก” พูดไปก็กระดากปากแปลกๆ แต่ก็ไล่เรียงคำพูดทั้งหมดที่เด็กผมเปียนั้นพูด
“อ๋อ...” พยักหน้าแล้วเตรียมหมุนตัวกลับไปทำงานต่อ
หมับ!!
“คะ...ครับ?” แล้วทว่านาวากลับคว้าข้อมือแผ่นดินไว้เสียก่อน ทำให้แผ่นดินชะงักแล้วหันมามองหน้าแล้วเลิกคิ้วเชิงถาม
ร่างสูงนิ่งไป ราวกับชั่งใจว่าจะทำดีไหม แต่แล้วในเมื่อธาราฝากมา ก็คงต้องทำ สุดท้ายเลยจับมือแผ่นดินขึ้นมาจุ๊ฟที่หลังมือ ซึ่งเป็นการกระทำที่ทำให้แผ่นดินแทบช็อก
“นะ...นาย!!...ทำอะไรครับเนี่ย!!”
พรึ่บ!!
รีบปล่อยมือแผ่นดินลงทันที แล้วรีบแก้ตัวก่อนที่แผ่นดินจะเข้าใจผิด
“กะ...กูไม่ได้อยากทำ...น้องมึงอะ...ฝากมา” พูดจบก็รีบหมุนตัวเดินกลับไปที่ห้องทำงานตัวเอง ปล่อยให้แผ่นดินกลั้วหัวเราะออกมาเมื่อนึกได้ว่าเป็นสิ่งที่น้องสาวชอบทำเวลาที่ประทับใจในตัวเขามากๆ