ตอนที่ 9 : เปิดประวัติของผู้หญิงที่เขาเคยมองข้าม

932 Words
เสียงล้อรถหรูเคลื่อนเข้าจอดในอาคารจอดรถส่วนตัว อคิณเดินเข้าห้องทำงานของตัวเองโดยไม่พูดกับใคร เขาโยนสูทลงบนเก้าอี้อย่างแรง แล้วเปิดโน้ตบุ๊กตรงหน้า มือที่เคยมั่นคงสั่นเพียงเล็กน้อย เขากดเปิดฐานข้อมูลนักลงทุน ที่เชื่อมต่อกับระบบบริษัทเอกชนหลายแห่ง “พิมพ์ลดา อัครเวทย์…” “ไร่ชา…รีสอร์ท…อสังหาริมทรัพย์…ส่งออกใบชาทั่วเอเชีย…” รายชื่อบริษัทในเครือผุดขึ้นมากกว่า 8 แห่ง ทั้งหมดอยู่ภายใต้ “กลุ่มทุนของตระกูลเดียวกัน” และชื่อของเธอ แพรลดา อัครเวทย์ ปรากฏเป็นกรรมการบริหารรุ่นถัดไปในบริษัทหนึ่งอย่างเป็นทางการ เขาพิงเก้าอี้ สมองตื้อ ไม่ใช่เพราะความตกใจ แต่เพราะความ “เสียศูนย์” ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าไม่มีค่า กำลังเป็นเจ้าของบางสิ่ง…ที่เขาเองก็ต้องใช้เวลา “ทั้งชีวิต” เพื่อสร้าง เขากดเปิดภาพถ่ายเก่าในกล้องวงจรปิดบริษัท ภาพแพรในวันแรกที่มาฝึกงาน ผูกผมหางม้า เสื้อเชิ้ตธรรมดา กระโปรงนักศึกษาเรียบ ๆ ไม่มีอะไรบอกว่าเธอคือทายาทมหาเศรษฐี ไม่มีอะไรบอกว่าเธอคือคนที่ เขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะ “ดูถูก” เขาคิดถึงคืนแรกที่เขาดึงเธอเข้ามาจูบในห้อง ความเย็นชาในแววตาเขา กับแววตาที่เธอพยายามจะไม่สั่นไหว “ฉันไม่ใช่คนดี แพร” “ถ้าเธอยังยืนยันจะฝึกงานที่นี่…อย่าคิดจะเล่นบริสุทธิ์กับฉัน” แต่ตอนนี้… เขาต่างหากที่ไม่บริสุทธิ์พอจะ อยู่ข้างเธอได้ วันรุ่งขึ้น อคิณยืนมองอาคารของ Everon Tech จากระเบียงกระจก เขาเห็นแพรกำลังเดินออกมาพร้อมพี่ธาม สองคนหัวเราะกันเงียบ ๆ ไม่มีอะไรเกินเลยแต่พอแล้ว ที่จะทำให้หัวใจของเขารู้สึกเหมือนกำลังหลุดมือ และนี่เป็นครั้งแรก ที่เขาไม่ได้รู้สึกเหมือนบอส แต่รู้สึกเหมือน “ผู้ชายคนหนึ่ง” ที่อยากจะวิ่งไปคว้ามือผู้หญิงคนนั้นไว้ ไม่ใช่เพราะหวง ไม่ใช่เพราะเอาชนะ แต่เพราะ เขารักเธอเข้าแล้วจริง ๆ บ่ายวันนั้น ขณะที่ออฟฟิศทั้งชั้นยังวุ่นอยู่กับงานปลายไตรมาส เสียงส้นสูงหรูคู่ละแสนก็ดังขึ้นจากหน้าลิฟต์กระจก เมริญา ลิขิตรัตน์ เดินเข้ามาในบริษัท “อคิณ กรุ๊ป” ด้วยรอยยิ้มมั่นใจ สวมเดรสขาวเรียบหรู และผ้าคลุมไหล่แคชเมียร์เบา ๆ ที่ดูเหมือนหลุดมาจากรันเวย์ ทุกสายตาหันมามองเธอ — เพราะความสวย แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคน “อ้าปากค้าง” คือคำพูดของเธอ “ขอโทษนะคะ…คุณอคิณอยู่มั้ย” “เมริญา — คู่หมั้นของเขาค่ะ” ประโยคนั้น…ดังพอจะทำให้พนักงานทั้งชั้นหยุดหายใจ รวมถึงคนที่ “ยืนนิ่งอยู่มุมห้อง” อย่าง แพร “เอ่อ…คุณเมริญานัดไว้หรือเปล่าคะ?” เลขาหน้าห้องรีบลุกขึ้นถามเสียงสั่น “ไม่ค่ะ แต่ถ้าคุณอคิณไม่ว่าง ฉันขอแวะมาทักทายทีมงานก่อนก็ได้” “ในฐานะ…คนที่อาจจะเป็นเจ้าของนามสกุล ‘ศิวเวทย์’ คนต่อไป” ประโยคนั้นเจาะจง และเจ็บ แพรยืนนิ่งหลังมุมฉากบังสายตา เธอไม่ได้ร้องไห้ แต่ก็ไม่ได้เดินออกไป เมริญายิ้มให้พนักงานบางคน ทักทายคนในแผนก HR และจงใจเดินผ่านโต๊ะของฝ่ายมาร์เก็ตติ้ง อย่างช้า ๆ เธอหยุดก้าว เมื่อเห็น แพร ก้มหน้าทำงาน แม้ไม่ได้ทัก แต่รอยยิ้มบนมุมปาก พูดมากกว่าคำใด ๆ ก่อนที่เธอจะหันกลับไปพูดกับเลขาเบา ๆ “ไม่ต้องโทรบอกเขาหรอกค่ะ” “ฝากบอกคุณอคิณว่าฉันแวะมานะคะ ว่าที่คู่หมั้นเขาเอง 😊” แล้วเธอก็เดินจากไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คลื่นใต้น้ำได้กระเพื่อมไปทั่วออฟฟิศแล้วเรียบร้อย และในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา อคิณกลับมาถึงออฟฟิศ พร้อมเสียงรายงานจากเลขา “คุณเมริญามาค่ะ เธอแนะนำตัวกับทุกคนว่าเป็นคู่หมั้นคุณแล้วนะคะ” เขานิ่ง ก่อนจะสบถออกมาเบา ๆ “ใครให้สิทธิ์เธอ…” กลิ่นกาแฟในห้องพักพนักงานยังอุ่น แต่บรรยากาศกลับไม่ผ่อนคลายอย่างที่ควรจะเป็น หญิงสาวสามคนในฝ่ายบัญชียืนคุยกันข้างเครื่องชงกาแฟ อีกสองคนจากแผนกออกแบบนั่งอยู่ตรงโต๊ะกลาง และทั้งหมด…กำลังพูดถึงคนเดียวกัน “โอ๊ย ฉันเจอคุณเมริญาตัวจริงแล้วนะ สวยกว่ารูปเยอะเลยอะ” “ใช่มั้ยล่ะ แถมแต่งตัวดีมากกก ดูเป็นผู้หญิงที่เกิดมาเพื่อเป็น ‘ภรรยานักธุรกิจ’ เลยอะ” “แล้วดูโปรไฟล์สิ — ลูกสาวเจ้าของธนาคาร…เรียนอังกฤษ…ยืนคู่คุณอคิณคือโคตรลงตัวอะ” มีคนพูดเบา ๆ ตาม “อืม…ถ้าเทียบกับ ‘เด็กฝึกงาน’ คนที่เป็นข่าวน่ะนะ ก็ไม่เห็นต้องคิดเลยว่าใครเหมาะกว่า” เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้น เหมือนจะไม่เจาะจง แต่ชื่อหนึ่งที่ไม่ได้ถูกพูดถึง…กลับชัดเจนในความหมาย … แพรยืนอยู่อีกมุมของห้องกาแฟ เธอไม่ได้ขยับ ไม่ได้มองหน้าใคร เพียงก้มมือล้างแก้วน้ำของตัวเองช้า ๆ ไม่มีใครสังเกตว่าเธออยู่ตรงนั้น และเธอ…ก็ไม่ได้พยายามให้ใครรู้ แต่ทุกคำที่ได้ยิน คือย้ำเตือนว่า “ในสายตาคนอื่น…เธออาจไม่มีวัน ‘เหมาะสม’ เท่าผู้หญิงคนนั้น” เธอวางแก้วเบา ๆ เดินออกจากห้องโดยไม่พูดอะไร …แต่บางอย่างในใจเธอเปลี่ยนไปแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD