ตอนที่ 10 : เมื่อคนที่ ‘เหมาะสม’ ขอเล่นในสนามเดียวกัน

1090 Words
บ้านหลังใหญ่กลางเมือง แม่ของอคิณ — คุณหญิงวารุณี ศิวเวทย์ — กำลังจิบชาเย็นอยู่ที่เรือนรับรอง เมริญานั่งฝั่งตรงข้าม เรียบร้อย รอยยิ้มเต็มไปด้วยเจตนา “คุณป้า…เมขออนุญาตพูดตรง ๆ เลยนะคะ” “จ้ะ พูดได้เลย” “เมคิดว่า…ถ้าเมได้เข้าไปทำงานในบริษัทของคุณอคิณบ้าง ถึงจะตำแหน่งเล็ก ๆ ก็ตาม มันน่าจะดีนะคะ” “เมอยากเข้าใจธุรกิจของเขาให้มากกว่านี้ — ไม่ใช่แค่คู่หมั้นที่ยืนสวย ๆ ข้าง ๆ เวลาออกงานค่ะ” เมอยากให้อคิณภูมิใจ ที่เขาคิดไม่ผิดที่เชื่อฟังคุณป้า คุณหญิงยิ้มพึงพอใจ เธอต่อสายตรงเข้าฝ่ายบุคคลในทันที ว่าสัปดาห์หน้า เมริญาจะเข้าไปทำงานในบริษัท ให้จัดหาตำแหน่งที่เหมาะสมไว้ให้เธอ “เมคิดถูกแล้วจ้ะ ป้าก็อยากให้ลูกสะใภ้ในอนาคตเข้าใจวิธีบริหารงานของครอบครัวเรา” เมริญายิ้ม แต่ในใจเธอ… ไม่ได้อยากแค่เข้าใจงานของอคิณ แต่เพียงแค่เธออยากเข้าไป “จัดการกับใครบางคน” ที่ยังไม่ยอมถอยจากพื้นที่ที่เธอตั้งใจยึดครอง หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เมริญาปรากฏตัวที่ “อคิณ กรุ๊ป” อีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่ฐานะแขก หรือว่าที่คู่หมั้น แต่ในฐานะ “ที่ปรึกษาโครงการ CSR ฝ่ายบริหาร” ชื่อเธอถูกใส่ไว้ในบอร์ดประกาศ โต๊ะทำงานถูกจัดไว้เรียบร้อย ไม่ไกลจากห้อง CEO มากนัก และเธอ…ใส่ชุดสากลธุรกิจเต็มยศ ยิ้มพร้อมเข้าสังคม พนักงานต่างพากันซุบซิบ “นี่เธอจะทำงานจริงเหรอ หรือแค่เดินเล่นดูว่าที่สามีในอนาคต?” “หน้าสวยนะ แต่สายตา…โห คมจนแทงหลังได้” แพร มองเธอจากมุมไกลในห้องประชุม ไม่ได้พูดอะไร ไม่ได้แสดงออก แต่รู้ดี… “เกมนี้ไม่เงียบอีกต่อไป” อคิณรู้ข่าวตอนสายวันนั้น เขาเดินเข้าไปในห้องทำงาน พร้อมเอกสาร เจอเมริญานั่งรออยู่ พร้อมชาหอม ๆ และรอยยิ้มเช่นเคย “ทำไมไม่บอกฉัน?” เขาถามเสียงนิ่ง “ก็คุณป้าอนุญาตแล้ว คุณจะขัดอะไรล่ะคะ?” “เมก็แค่อยากเข้าใจคุณให้มากขึ้น หรือว่าคุณกลัวเมจะเห็นอะไรในบริษัท ที่ไม่ควรเห็น?” คำพูดนั้นแทงลึก และเขารู้ดีว่าเธอ “ไม่ได้หมายถึงงาน” และในขณะที่เมริญา “บุกสนาม” อย่างมั่นใจ อคิณ เริ่มรู้ว่า เขาอาจจะต้องเลือกระหว่าง ‘สิ่งที่ทุกคนเห็นว่าควรมี’ กับ ‘คนที่เขาอยากรักษาไว้ที่สุด’ หลังจากที่เมริญาเดินเข้าสำนักงานใหญ่อย่างภาคภูมิ ทุกก้าวที่เธอเดินเข้าไปในบริษัท “อคิณ กรุ๊ป” ไม่ใช่เพื่อสร้างความเข้าใจ แต่เพื่อสร้าง “อำนาจ” ในพื้นที่ที่เธอตั้งใจครอบครอง ในรถยนต์ส่วนตัวคันหรูเมื่อคืนก่อนหน้า เมริญานั่งอยู่กับเพื่อนสนิทของเธอ สองคนจิบไวน์เบา ๆ ขณะพูดคุยเรื่องแผนงานที่กำลังจะเกิดขึ้น “แกแน่ใจเหรอว่าอยากเข้าไปทำงานจริง ๆ” “แกไม่ใช่คนชอบตอกบัตรเช้าเย็นนะยะ” เมริญาหัวเราะเบา ๆ ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ แววตาเธอเฉียบและมั่นใจ “ฉันไม่ได้เข้าไปทำงาน” “ฉันเข้าไป ‘ลบชื่อผู้หญิงคนนั้น’ ออกจากชีวิตอคิณ” “แพรเหรอ?” “อืม เด็กฝึกงานที่น่ารำคาญนั่น” “เธออาจจะเงียบเกินไปสำหรับฉัน แต่นั่นแหละที่อันตราย” เพื่อนเงียบลงชั่วครู่ ก่อนจะพูดเบา ๆ “แกคิดจะทำอะไร?” เมริญาหันมามองด้วยรอยยิ้มเรียบหรู แต่สายตาเย็นเฉียบ “ให้เธอออกจากบริษัทนี้ไปไง ด้วยมือของเธอเอง” “ไม่ต้องไล่ แค่ ‘บีบ’ ให้เธอรู้ว่าไม่มีที่ยืนเหลืออยู่แล้ว” และนั่นคือเหตุผล ที่เมริญาเลือกโต๊ะทำงานที่อยู่ใกล้แผนกมาร์เก็ตติ้ง ที่เธอเดินผ่านโต๊ะของแพรทุกเช้า ด้วยรอยยิ้มคล้ายทักทาย แต่เต็มไปด้วยความหมายว่า “เธอควรรีบไปก่อนที่ฉันจะทำให้มันแย่กว่านี้” และแพร ที่ไม่ได้โง่ รู้ได้ทันทีว่า เกมที่เงียบที่สุด คือเกมที่อันตรายที่สุด เมริญาไม่ได้มาทำงาน เธอมาทำสงคราม และตั้งเป้าไว้แล้วว่า ชัยชนะจะมีแค่คนเดียว เช้าวันจันทร์ บรรยากาศในแผนกมาร์เก็ตติ้งยังเหมือนเดิม แต่สายตาหลายคู่เริ่ม “ซุบซิบเงียบ ๆ” ตั้งแต่เช้า เพราะวันนี้ เมริญามาพร้อมเอกสารเซ็นอนุมัติโครงการ พร้อมคำแนะนำแนบท้ายที่ ตรงเกินไป ขอให้ปรับบทบาทของเด็กฝึกงานคนนี้ให้เหมาะสมกับหน้าที่ และงดการมอบหมายงานเชิงกลยุทธ์ที่เกี่ยวกับผู้บริหารระดับสูง เธอไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่ทุกคนรู้ว่า “เด็กฝึกงานคนนั้น” คือใคร แพร นั่งอยู่ที่โต๊ะตามปกติ เปิดเอกสารงาน จิบกาแฟ และยิ้มเล็กน้อยกับตัวเองเมื่ออ่านบรรทัดท้ายของ memo “กลัวฉันขนาดนี้เลยเหรอ…” เธอพูดกับตัวเองเบา ๆ ขณะใช้ปากกาขีดงานใน Task List ก่อนจะพึมพำต่อ “อีกแค่ไม่กี่เดือน ฉันก็ฝึกงานจบแล้ว จะบีบก็รีบหน่อยนะ” ในที่ประชุมทีม เมริญานั่งร่วมด้วย เธอจงใจเสนอไอเดียที่ขัดแผนเดิมของฝ่าย และพูดสวนไอเดียที่แพรเสนอแบบสุภาพ แต่รุนแรงพอจะทำให้คนอึดอัด “ไอเดียนั้นอาจจะดีสำหรับโปรเจกต์นักศึกษา แต่ในระดับองค์กร มันยังไม่ถึงค่ะ” เสียงนั้นนุ่ม แต่เจาะตรงจุด ทุกคนในห้องเงียบ แพรยิ้มบาง ๆ ไม่ได้เถียง แค่ตอบกลับเรียบ ๆ “ขอบคุณสำหรับข้อเสนอแนะค่ะ” “แต่ที่ฉันพูดไป มาจากข้อมูล Insight ที่กลุ่มลูกค้าใหญ่นำเสนอ ถ้าคุณเมริญาอยากดูไฟล์ต้นทาง ฉันส่งให้นะคะ” น้ำเสียงของเธอไม่ประชด แต่ “มั่นใจ” และ “คุมเกม” มากพอจะทำให้เมริญาขมวดคิ้วเล็กน้อย หลังประชุม ยิหวาเดินมากระซิบข้างหูแพร “แกไม่กลัวเหรอ? ตอนนี้นางมาจริงจังกับแกมากเลยนะ” แพรหัวเราะนิด ๆ ก่อนตอบเบา ๆ “กลัวทำไม อีกไม่กี่เดือนฉันก็ออกแล้ว” “แต่ระหว่างนี้ ใครจะกลัวก็เรื่องของเขา ฉันไม่ใช่” และที่อีกฟากของห้องกระจกชั้นบน อคิณยืนมองเธอจากมุมสูง มองผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ถูกกดดันทุกทาง แต่ยังยืนนิ่งได้แบบที่ไม่มีใครสอน แล้วเขาก็คิดกับตัวเองว่า “ฉัน…ปล่อยเธอออกจากชีวิตไม่ได้จริง ๆ แล้ว”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD