นุดีเดินเข้ามายังห้องโถงกว้างของคฤหาสน์รุ่งโรจน์ไพศาลซึ่งถูกรีโนเวทหลายครั้งจนรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆเปลี่ยนไปมากจากสมัยเธอยังเด็ก ทั้งนี้ก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าสัวแสงและคุณหญิงดาราที่มีอายุมากขึ้น
เมื่อหลายปีก่อนเจ้าสัวแสงสั่งให้ต่อเติมห้องนอนเพิ่มอีกหนึ่งห้องข้างๆห้องนั่งเล่นที่ชั้นล่าง แล้วย้ายตัวเองกับภรรยาลงมาอยู่ห้องนั้นแทนห้องเดิมที่ชั้นบน เฟอร์นิเจอร์สมัยใหม่ถูกเลือกให้เข้ามาแทนที่เครื่องเรือนหนักๆแบบยุคเก่าซึ่งดูเทอะทะ ผนังสีเทาเมฆกรุบัวพื้นและผนังแบบเรียบสีขาวเข้ากันกับพื้นหินอ่อนสีขาวดูสะอาดตา ชุดโซฟาตัวยาวหนังแท้สีดำเงามันวางเด่นอยู่ในโซนรับแขก ด้านบนประดับด้วยแชนเดอเลียหรูส่องประกายระยิบระยับ
ขณะที่ร่างเล็กกำลังจะก้าวขึ้นบันไดกว้างไปยังชั้นสองเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นลุงเก่งคนขับรถประจำบ้านที่เดินถือกล่องพัสดุไปรษณีย์เดินเข้ามา
"ลุงเก่ง พัสดุของนุดีรึเปล่าคะ"
ร่างเล็กรีบหมุนตัวกลับไปหาลุงเก่ง ชายมีอายุผมขาว ไว้หนวดเขี้ยว ท่าทางใจดีที่เธอเคารพรักอีกคนหนึ่ง
"เอ่อ...อันนี้ของคุณหญิงครับหนูนุดี"
คนขับรถเก่าแก่ตอบตะกุกตะกัก
"แต่นี่ชื่อนุดีนี่คะ!"
หญิงสาวอ่านชื่อจ่าหน้ากล่องพัสดุ ลายมือภาษาอังกฤษสวยงามระบุชื่อเธอ เธอหยิบกล่องจากมือของลุงเก่ง แล้วยกขึ้นพลิกดูรอบๆ
"สงสัยจะเป็นพวกหนังสือหนะค่ะ นุดีสั่งหนังสือไว้ ขอบคุณนะคะลุงเก่ง"
หญิงสาวเดินถือกล่องพัสดุกลับขึ้นไปยังห้องนอนของตนเองที่ด้านบน ปล่อยให้ชายผมขาวยืนเกาหัวแกรกๆ ซวยแล้วสิ
คุณหญิงสั่งนักสั่งหนาว่าถ้ามีพัสดุจากต่างประเทศมาให้นำมาให้ท่านก่อนเสมอ และก็เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่นุดีอายุได้หนึ่งขวบ
ร่างบางวางกล่องพัสดุไว้บนชั้นบิลท์อินภายในห้องนอน ที่บัดนี้เตียงนอนฟักทองของเจ้าหญิงซินเดอเรลล่าได้อันตธานหายไป แทนที่ด้วยเตียงนอนขนาดหกฟุตที่มีผนักพิงหนังสีครีม ฐานเตียงยกสูงจากพื้น ประตูกระจกสไลด์บานสูงจรดเพดาน ม่านทึบแสงสีเทาเข้มและม่านโปรงถูกรูดไปเก็บไว้ด้านข้าง ทำให้แสงจากภายนอกสองสว่างแทนแสงประดิษฐ์จากหลอดไฟ บวกกับผนังห้องสีขาวไข่มุกทำให้ห้องกว้างดูอบอุ่นสบายตา
หญิงสาวรีบเดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าภายใน Walk-in Closet ส่วนตัว เสื้อสีขาวตัวโคร่งถูกถอดออกจากทางศีรษะ เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มอัดแน่นอยู่ในยกทรงผ้านิ่มสีครีม กางเกงยีนส์ขาสั้นถูกรูดลงไปกองที่ข้อเท้าเล็ก สะโพกกลมกลึงเซ็กซี่ถูกซ่อนไว้ใต้กางเกงชั้นในเรียบลื่นสีเนื้อเข้าชุดกับเสื้อชั้นใน
นุดีโยนกางเกงยีนส์ขาสั้นและเสื้อยืดลงตระกร้าผ้า แล้วจัดการสวมชุดเดรสแขนกุดยาวเหนือเข่าเล็กน้อยสีดำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเหลือบไปเห็นขวดน้ำหอมปราด้าสีชมพูใสแจ๋วที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งแล้วหน้าคนให้ก็ลอยชัดขึ้นมาราวกับกดสวิตช์
'กลิ่นครัวซองติดเต็มหัวหูไปหมด'
หึ!! แล้วใครให้เข้ามาดมใกล้ขนาดนั้นกันเล่า....
สองแก้มอุ่นขึ้นด้วยเลือดลมที่มากระจุกรวมกันจนเป็นสีชมพู มือเล็กเปิดขวดน้ำหอมสวยหรูแล้วฉีดลงบนข้อมือและใต้ใบหูทั้งสองข้าง กลิ่นกุหลาบหอมฟุ้งอบอวลในอากาศ จะมาว่าเธอตัวเหม็นอีกไม่ได้นะ...
เมื่อหญิงสาวลงมาถึงเฉลียงหน้าคฤหาสน์ก็พบว่าทุกคนรอเธออยู่ในรถบีเอ็มดับเบิลยูสีบรอนด์เงินคุ้นตา หญิงสาวเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างคนขับอย่างรู้งาน เจ้าสัวแสงและคุณหญิงดารานั่งอยู่ที่เบาะด้านหลัง และคนขับจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากป๋าพร้อมเปย์ที่ชะตากระเป๋ากำลังจะขาดในวันนี้...ภานุวัฒน์
"ขออภัยที่ให้รอนานนะคะคุณปู่...คุณย่า..."
"ไม่เป็นไรหรอกลูก ป่ะ...ออกรถสิวัฒน์ อยากชอปปิงใจจะขาดแล้วมั้งนั่น..."
เจ้าสัวแสงอดแซวลูกชายไม่ได้ ระหว่างที่รอนุดีเปลี่ยนเสื้อผ้าคนหนุ่มก็สตาร์ทเครื่องรถรอพร้อมเปิดแอร์เย็นฉ่ำ ใบหน้าคมเหลือบมองไปที่เฉลียงเป็นระยะๆ ลูกชายเราท่าจะอาการหนัก
นุดีเหลือบมองคนอยากชอปปิงแวบหนึ่ง แล้วพบว่าเขาเองก็แอบมองเธออยู่เช่นกัน รถยนต์ยี่ห้อดังเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์ก่อนที่ประตูไฟฟ้าจะปิดลงโดยอัตโนมัติ
"อ่อ...นี่...ย่านัดป้านีไว้ด้วยนะนุดี เห็นว่ากลับจากอิตาลีรอบนี้มีของฝากมาให้เราห่อใหญ่เลย"
"จริงเหรอคะคุณย่า ไม่่ได้เจอป้านีตั้งเกือบเดือนเลยนะคะ"
ภาคินีคือลูกสาวคนโตของเจ้าสัวแสงและคุณหญิงดารา และยังเป็นรุ่นพี่ที่คณะศิลปกรรมของนฤมล แม่ของนุดีอีกต่างหาก นางแต่งงานกับเอกวิทเพื่อนชายที่คบมาตั้งแต่สมัยมัธยม หลังจากแต่งงานทั้งคู่ไม่มีบุตร ทั้งคู่จึงรักนุดีเหมือนลูกแท้ๆ แต่ด้วยงานของเอกวิทที่เป็นศาสตราจารย์ด้านโบราณคดี จึงถูกเชิญไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยในต่างประเทศอยู่บ่อยๆ และภาคินีก็มักจะตามสามีไปด้วยเสมอ
"จ้ะ...รอบนี้ไปนาน คู่นี้เขาชอบแวะเที่ยว ก็ตามประสาคนไม่มีลูกหน่ะนะ"
"เสียดายนะ...สงสารพ่อวิท รายนั้นน่ะชอบเด็กเอามากๆ..."
เจ้าสัวแสงออกความคิดเห็น
"อย่าว่าแต่พ่อวิทเลยค่ะ ใครๆก็ชอบเด็กกันทั้งนั้น แต่ไม่รู้ว่าคนแก่ๆอย่างเรา จะอยู่ทันได้อุ้มหลานไหมนะคะคุณพี่..."
คุณหญิงดาราโยนหินถามทาง อยากดูปฏิกิริยาเจ้าลูกชายที่เอาแต่เงียบและคอยบ่ายเบี่ยงอยู่ร่ำไป
"อย่าพูดแบบนี้สิคะคุณย่า...เดี๋ยวอานุแต่งงานกับอากานต์คุณย่าก็ได้อุ้มหลานแล้วค่ะ"
คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่แสดงความคิดเห็น พร้อมกับหันมาขมวดคิ้วใส่คุณหญิงดารา
นิ้วมือข้างซ้ายของภานุวัฒน์สอดประสานเข้ากับนิ้วมือข้างขวาของนุดี แล้วคนเจ้าเล่ห์ก็ดึงข้อมือบอบบางไปจรดจมูกโด่งของตัวเอง
"น้ำหอมที่อาซื้อให้ใช่ไหมคะ"
ริมฝีปากหนาขบเม้มเบาๆบนข้อมือเล็ก นุดีรู้สึกเหมือนยืนอยู่ท่ามกลางแผ่นดินไหว ลมหายใจอุ่นร้อนราดรดลงบนข้อมือของหญิงสาว ความปั่นปวนในท้องช่องท้องพาลให้คิดว่าครัวซองเมื่อเช้าจะพุ่งออกมาหรือไม่ ขนอ่อนลุกเกรียวกราวและแก้มนวลที่เห่อแดงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เลย
"ค่ะ..."
เธอตอบได้เพียงเท่านั้นและพยายามดึงมือออกจากการเกาะกุม แต่มือใหญ่ก็ยึดไว้แน่นหนา นุดีไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองข้างหลัง ไม่รู้ว่าคุณปู่คุณย่าจะทำหน้าตาเช่นไรกับภาพตรงหน้านี้
กลิ่นกุหลาบหอมรัญจวนใจจากคนข้างๆมอมเมาชายหนุ่มตั้งแต่เธอเปิดประตูรถขึ้นมา ภานุวัฒน์จำได้ทันทีว่าเป็นน้ำหอมที่เขาซื้อให้เธอเป็นของขวัญวันเกิดที่ผ่านมา แต่แค่ไม่คิดว่าจะหอมจนชวนสติหลุดลอยขนาดนี้ เขาแทบไม่ได้ยินว่าพ่อและแม่เขาคุยอะไรกัน จนกระทั่งเสียงหวานๆนั่นบอกว่าเขาจะแต่งงานกับกานต์พิชชานั่นแหละ
มือใหญ่วางมือน้อยๆของนุดีกลับคืนไปบนตักขาวๆที่โผล่พ้นชายกระโปรงออกมาแล้วตบเบาๆสามที นุดีรู้ได้ทันทีว่านี่คือการตักเตือนจากคนเจ้าเล่ห์ที่เธอเผลอแสดงความคิดเห็นไม่ถูกใจเขา
ส่วนสองผู้สูงวัยได้แต่นั่งบีบมือกันแน่นอยู่บนเบาะหลัง หัวใจจะวายแล้วลูกเอ้ยยยยยย...