"พรุ่งนี้วันเกิดน้องพอล เดี๋ยวเสร็จตรงนี้แล้วไปช่วยอาเลือกของขวัญหน่อยนะคะ"
ภานุวัฒน์กล่าวขณะหยิบเสื้อเชิ้ตแขนยาวสำหรับใส่ไปทำงานมาทาบบนร่างสูงใหญ่ โดยนุดีมีหน้าที่เลือกว่าชอบหรือไม่ชอบตัวไหนโดยการส่ายหน้าหรือพยักหน้า แล้วป๋ามือใหม่ก็คว้าเสื้อทุกตัวที่คนตัวเล็กพยักหน้าให้พนักงานไปจัดการพร้อมกับบัตรเครดิต
"นี่มันยังไงกันคะคุณแม่..."
ภาคินีกระซิบกับคุณหญิงดารา
"ก็อย่างที่เห็น..."
คุณหญิงดารากระซิบกลับ
"วัฒน์ พี่ว่าพ่อกับแม่เมื่อยแล้วแหละ พี่พาพ่อกับแม่ไปรอที่สตาร์บัคนะ เสร็จแล้วก็โทรมาแล้วกัน..."
ภาคินีว่าพลางช่วยพยุงคุณหญิงดาราให้ลุกจากที่นั่ง คันปากอยากเม้าเต็มแก่แล้ว
"พี่นีพาพ่อกับแม่กลับบ้านก่อนก็ได้นะครับ ผมต้องไปซื้อของขวัญให้ลูกไอ้พล แล้วก็ของทำเค้กอีกนิดหน่อย พอดีว่าพลมันไลน์มา ขอให้นุดีช่วยทำเค้กวันเกิดให้"
"กลับเลยก็ดีเหมือนกัน แม่ชักง่วง อยากจะงีบสักหน่อย"
คุณหญิงดาราตอบรับคำไล่กรายๆของลูกชาย เจ้าสัวแสงได้แต่หัวเราะหึหึในลำคอ และภาคินีที่งงเป็นไก่ตาแตก อย่างนี้ก็ได้เหรอวะไอ้น้องชาย...
"นุดีไปรอที่แผนกเด็กนะคะอานุ..."
นุดีเอ่ยกับกับชายหนุ่มข้างกายที่ตอนนี้หอบหิ้วของพะรุงพะรัง เขาขอตัวเอาถุงกระดาษกองมหึมานี้ไปเก็บที่รถ เธอจึงขอไปรอที่แผนกเด็กด้วยอยากอยู่ห่างจากสายตาหวานเชื่อมคู่นั้นสักพักเพราะมันทำให้หัวใจของเธอกระเด็นกระดอนบ่อยเหลือเกิน
จริงอยู่ที่ภานุวัฒน์ยังไม่ได้แต่งงานและไม่ได้คบหากับผู้หญิงคนไหนจริงจัง เขาไม่เคยพาใครมาแนะนำให้เจ้าสัวแสงและคุณหญิงดารารู้จักเป็นการส่วนตัว ไม่เคยตอบรับไมตรีของกานต์พิชชาที่หยิบยื่นชัดเจนมาเนิ่นนาน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะมีสิทธิ์ัที่่จะหยอกเย้าหัวใจเธอเช่นนี้ เพราะมันไม่ถูกต้องเลยแม้แต่นิดเดียว
แม้จะคิดได้ดังนั้น แต่ร่างบอบบางในชุดเดรสก็อดใจเต้นไม่ได้เมื่อมองไปเห็นรอยแดงเล็กๆบนข้อมือข้างขวา มืออีกข้างสัมผัสรอยแดงอย่างแผ่วเบา กลิ่นกุหลาบนุ่มละมุนยังติดอยู่ที่ข้อมือไม่จาง ถ้าไม่ติดว่ามันไม่สมควร เธอคงพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าสัมผัสแผ่วเบาเมื่อเช้านั้นรัญจวนใจขนาดไหน
กระจกเงาบานสูงจรดเพดานสะท้อนเงาร่างสูงโปร่งของหญิงสาว คำตอบที่อยู่ตรงหน้าเป็นคำตอบที่เธอรู้แก่ใจและคอยตอกย้ำเธอมานานแสนนาน และนี่อาจเป็นเหตุผลให้หัวใจที่แสนจะเกเรของเธอออกนอกลู่นอกทางอย่างง่ายดาย...เธอจะกล้าก้าวออกจากคอมฟอร์ทโซนรึป่าวนุดี...อะไรจะเกิดขึ้นบ้างก็ไม่รู้...
"คิดอะไรคะ คิ้วขมวดอีกแล้ว"
เสียงทุ้มนุ่มดึงสติของคนตัวเล็กให้ลอยกลับเข้าร่าง คนตัวโตยืนชิดจนแทบจะสิงอยู่แล้ว
"ไม่มีอะไรค่ะ..."
ร่างเล็กปฏิเสธพร้อมกับหลุบตาลงต่ำ ไม่อยากสบตากับตาหวานเชื่อมคู่นั้นเลย
"แสดงว่ามี"
ตาคมจ้องมองเข้ามาในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนอย่างจับผิด งอนอะไรอีกนะ...
"ไว้ถ้ามี นุดีจะบอกนะคะ"
ดวงตาคู่คมยังไม่เลิกจ้องเข้ามาในนัยตาสีอ่อนใสราวกับเขาต้องการจะค้นหาบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในใจเธอ
"น้องพอลจะชอบบาลานซ์ไบค์ไหมคะอานุ"
นุดีเปลี่ยนเรื่องทันควัน คว้าแขนล่ำมาดูจักรยานทรงตัวที่สมัยนี้พ่อแม่นิยมให้ลูกหัดขี่กันตั้งแต่เด็กๆ
"จะไปทำให้ลูกเขาหัวร้างข้างแตกรึป่าว รถเบนซ์คันนี้ดีกว่ามั้งคะ"
ชายหนุ่มชี้ไปที่รถแบตเตอรี่คันใหญ่ที่เด็กสามารถขับเองได้และใช้รีโมทบังคับได้
"อานุเชยอ่ะ บาลานซ์ไบค์ฝึกในเรื่องการเคลื่อนไหวนะคะ ฝึกทรงตัวด้วย ได้กล้ามเนื้อขาด้วย เด็กที่ขี่บาลานซ์ไบค์เนี่ยเขาจะรู้จักการทรงตัวทำให้ขี่จักรแบบสองล้อเป็นเร็วขึ้นนะคะ ที่ต่างประเทศเด็กๆขี่กันเยอะแยะไปค่ะ แล้วแบรนด์นี้เขามีจัดแข่งขันบ่อยด้วย น้องพอลก็จะได้ไปเจอเพื่อนๆวัยเดียวกันในงานด้วยไงคะ"
เสียงหวานอธิบายเจื้อยแจ้วแทนพนักงานที่ยืนยิ้มรอรับออเดอร์เพียงอย่างเดียว เพราะหญิงสาวคนสวยอธิบายไปหมดแล้ว
"โอเคค่ะ บาลานซ์ไบค์ก็บาลานซ์ไบค์"
แล้วโครงหน้าสวยก็ยิ้มหวานให้เขาอย่างพอใจในคำตอบ
"แล้วก็เซทเพลย์โดว์สักเซทดีไหมคะ ช่วยบริหารกล้ามเนื้อมือ เผื่อพี่หลินจะได้ใช้สอนเรื่องสีด้วยค่ะ"
หญิงสาวเสนอความคิดเห็น
"โอเคค่ะ"
เมื่อภานุวัฒน์ตอบรับ ร่างเล็กๆก็ส่งยิ้มให้เขาอย่างน่ารัก
"เสร็จแล้วอานุจะดูอะไรอีกไหมคะ ถ้าไม่ดูอะไรแล้วพานุดีไปซุปเปอร์มาร์เก็ตข้างล่างหน่อยนะคะ จะได้ซื้อของทำเค้กน่ะค่ะ"
หญิงสาวว่าพลางพิมพ์ส่วนผสมของขนมเค้กของน้องพอลที่ต้องซื้อลงโน๊ตในโทรศัพท์มือถือยุกยิกๆ
"โอเคค่ะ"
ภานุวัฒน์ตอบรับ แล้วอมยิ้มมองคนตรงหน้า เพิ่งเข้าใจที่เพื่อนๆของเขาต่างก็พูดว่า 'ถ้าอยากมีเมีย พูดคำว่าโอเคให้ติดปาก' คิดแล้วก็ขำจนคนตัวโตหลุดหัวเราะออกมา
"ขำอะไรคะอานุ"
นุดีถามอย่างสงสัย อานุ'ของเธอ'เพี้ยนไปแล้วแน่ๆ อาจจะช้อปปิ้งจนเสียสติ เพราะก่อนที่เขาจะขอแวะร้านเสื้อเชิ้ตแขนยาวแบรนด์ดัง เธอแวะร้านเสื้อผ้าร้านโปรดของเธอแทบจะทุกร้าน ไหนจะรองเท้า กระเป๋า แถมยังได้อุปกรณ์เบเกอรี่น่ารักๆมาอีกเพียบ
"รู้ไหมคะเพื่อนๆอาเคยพูดว่าอะไร..."
ร่างสูงขยับเข้ามาจนชิดกับร่างเล็ก ใบหน้าคมโน้มเข้ามาใกล้ใบหูของนุดี ใกล้จนได้กลิ่นกุหลาบหอมละมุนเด่นชัดจากซอกคอขาวผ่อง
"ว่าอะไรคะ..."
คนตัวเล็กเสียงสั่นจนรู้สึกได้ มือเรียวคว้าชายเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีกรมท่าของชายหนุ่มไว้แน่น ร่างบอบบางเกร็งเขม็งไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย
"ถ้าอยากมีเมียให้พูดคำว่าโอเคให้ติดปาก...วันนี้อาพูดคำว่าโอเคกี่คำแล้วคะ ได้นับไหม..."
สิ้นเสียงทุ้มทรงเสน่ห์ ริมฝีปากหนาของคนอยากมีเมียก็โฉบลงบนนวลแก้มสีแดงปลั่งแล้วถอนออกอย่างรวดเร็วก่อนที่จะมีใครเห็น