มือใหญ่คว้ามือบางมากุมก่อนนิ้วเรียวจะสอดประสานกันแนบแน่น
"เดี๋ยวหลง..."
ภานุวัฒน์พูดลอยๆพลางดึงคนตัวเล็กไปที่รถเข็นที่จอดเรียงแถวเป็นระเบียบ
"โตแล้วนะคะ"
นุดีประท้วงแล้วปลดมือของตนออกจากการเกาะกุมแน่นหนา
แต่มือปลาหมึกดันคว้าเอวบางแล้วดึงเธอเข้าไปแนบชิด
"โอเคค่ะ"
คนเจ้าเล่ห์ยิ้มกรุ่มกริ่ม เขาล้อเลียนเธอ และเธอก็อยากจะเอานิ้วจิ้มลูกกะตาแพรวพราวนั่น คุ้มแล้วมั้งกับค่าช้อปปิ้งวันนี้...
"จะทำเค้กอะไรให้น้องพอลคะ"
ภานุวัฒน์เรียบๆเคียงๆถามเมื่อเห็นคนข้างกายง่วนอยู่กับการหยิบของบนชั้นวางสินค้าชิ้นนั้นชิ้นนี้มาเปรียบเทียบกัน ไม่หันมาสนใจเขาเลย
"ชิฟฟ่อนเค้กช็อคโกแลต รูปไดโนเสาร์ค่ะ"
เสียงหวานตอบกลับมา แต่วงหน้าสวยไม่ได้หันมามองเขาแม้แต่น้อย
"ไม่น่ากลัวไปเหรอคะ"
ไดโนเสาร์ในความคิดของภานุวัฒน์นั้นค่อนไปทางไดโนเสาร์ในภาพยนตร์พันล้านจูลาสสิคปาร์คอะไรเทือกนั้น แต่สำหรับเด็กวัยสองขวบมันคงดูน่ากลัวพิลึก
"ไม่ค่ะ... George's dinosaur ไงคะ น่ารักออก"
นุดีเปิดเว็บเซิร์จเอนจิ้นชื่อดังก่อนจะค้นหารูปภาพเป็นตัวอย่างให้ภานุวัฒน์ดู สมาร์ทโฟนราคาแพงในเคสซิลิโคนลายต้นกระบองเพชรฮิปสเตอร์ใสๆถูกหันหน้าจอไปหาคนตัวโต ภานุวัฒน์พยักหน้าอย่างเห็นด้วยเมื่อเห็นรูปภาพไดโนเสาร์ตัวสีเขียว รูปร่างน่ารักน่ากอดต่างจากไดโนเสาร์ในแบบที่เขาจินตนาการไว้มากโข
พลันสายตาคมต้องชะงักกับข้อความที่เพิ่งส่งเข้ามาสดๆร้อนๆผ่านทางแอพลิเคชั่นไลน์
พี่พิชญ์ : คนสวยทำไรอยู่ค้าาาาา
ปุด... ปุด...ปุด... เสียงหม้อมาม่าเดือด
ภานุวัฒน์คว้าโทรศัพท์มือถือของนุดีมาไว้ในมือแล้วแกล้งทำเป็นดูซูมเข้าซูมออกรูปที่เธอโชว์ให้เขาดูสักพัก จนนุดีหันกลับไปสนใจเลือกสรรพสินค้าบนชั้นวางสองข้างทาง เขาจึงแอบพิมพ์ข้อความตอบกลับ'พี่พิชญ์'ไปอย่างแสนสุภาพ
นุดี : ออกมาเที่ยวกับแฟนค่ะ
พิมพ์จบกดส่งแล้วอีกฝ่ายอ่านเรียบร้อย ภานุวัฒน์กดปิดเครื่องมือสื่อสารทันที ชายวัย 37 ปีกระหยิ่มยิ้มย่องราวกับเด็กที่เพิ่งไปแอบทำอะไรซุกซนสำเร็จ
"อานุยิ้มอะไรคนเดียวคะ..."
ตากลมโตจ้องจับผิดคนตัวสูง ที่ยกสมาร์ทโฟนสีดำเรียบหรูหันมาทางตนหลายต่อหลายรอบ แล้วอมยิ้มแปลกๆ
"อยากรู้เหรอคะ"
ใบหน้าคมยังคงระบายยิ้มกรุ่มกริ่ม เล่นหูเล่นตาเก่งจริงนะพ่อคุณ!!!
"ไม่อยากรู้แล้วดีกว่าค่ะ"
นุดีรีบปฏิเสธ เดี๋ยวกลายเป็นว่าเธอต้องมานั่งฟังคนหน้าทนประกาศปาวๆว่าอยากมีเมียอีก
"โอเคค่ะ"
แล้วภานุวัฒน์ก็ยิ้มให้เธออย่างล้อเลียน
ถุงกระสอบรักษ์โลกสามใบจากซุปเปอร์มาร์เก็ตถูกยัดเข้ามาในห้องโดยสารด้านหลังของรถบีเอ็มดับเบิลยูของภานุวัฒน์
เพราะกระโปรงหลังนั้นเต็มไปด้วยถุงกระดาษสารพัดขนาดของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ไปเป็นที่เรียบร้อย
ภานุวัฒน์เข้านั่งประจำที่คนขับและสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเปิดแอร์เย็นฉ่ำ ร่างใหญ่เหลือบมองไปเห็นหญิงสาวในชุดสีดำกลมกลืนกับเบาะหนังเรียบหรูที่นั่งนิ่งเงียบแทบจะไม่กระดิกกระเดี้ยว
ดวงตากลมจ้องมองถุงกระดาษเนื้อมันวาวหรูหราที่สกรีนโลโก้ร้านกิ่งเพชรอย่างใจลอย อยากจะถามว่าซื้อให้ใครแต่ไม่กล้า ทำไมต้องไม่กล้าด้วยเล่า... แต่ถ้าถามออกไป ก็กลัวคนตัวใหญ่ข้างๆจะตอบว่าให้กานต์พิชชา ไม่มีทางไหนฟังดูเข้าท่าเลย...
เสียงเพลงสากลจังหวะเนิบช้าดังขึ้นหลังจากภานุวัฒน์กดปุ่มเพลย์ ก่อนที่เขาจะหันไปสนใจตอบอีเมลล์สำคัญที่เลขานุการโทรมาแจ้งเมื่อสักครู่
So let me know the truth
Before I dive right into you
หัวใจของนุดีสั่นสะท้านจนปวดหนึบอยู่ข้างใน เพลงอะไรมาได้จังหวะพอดี...น้ำตาหยดใสมากองรวมกันอยู่ที่ขอบตา นิ้วเรียวปาดออกลวกๆแล้วเสมองออกไปนอกหน้าต่าง เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ คนตัวโตข้างๆก็ปั่นป่วนหัวใจเธอซะไม่อยู่กับร่องกับรอย ความรู้สึกหน่วงๆในอกก็ถาโถมเข้ามาใส่จนแทบกระอัก
Let me know the truth
Before I dive right into you...
มือเล็กหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาจากกระเป๋าสะพายข้างและพบว่าหน้าจอดับสนิท เมื่อสมาร์ทโฟนถูกเปิดขึ้นอีกครั้งสารพัดการแจ้งเตือนก็เด้งขี้นมาเต็มหน้าจอ และหนึ่งในนั้นคือข้อความของพิชญ์
พี่พิชญ์ : เดี๋ยวพี่โทรหานะ
พี่พิชญ์ : รับโทรศัพท์หน่อย
พี่พิชญ์ : นุดี นี่ไม่ตลกเลย
พี่พิชญ์ : พี่จะไปหาที่บ้านนะ
นุดีขมวดคิ้ว ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปดูข้อความสุดท้ายที่'เธอ'เป็นคนส่งไป
นุดี : ออกมาเที่ยวกับแฟนค่ะ
ถึงบางอ้อ...คนเจ้าเล่ห์ข้างๆเธอนี่เองที่เที่ยวปั่นหัวคนอื่นเขาไปทั่ว นิ้วเรียวตัดสินใจพิมพ์ตอบกลับไปรวดเร็ว
นุดี : อานุแกล้งค่ะพี่พิชญ์ เจอกันวันไปทะเลนะคะ วันนี้เหนื่อยมากเลยค่ะ
ตอบอีเมลล์เสร็จภานุวัฒน์เก็บโทรศัพท์มือถือของตัวเองแล้วหันมามองคนข้างๆ เมื่อสักครู่เขาเห็นเธอนิ่งเงียบและแอบปาดน้ำตา อกแกร่งวูบโหวงอย่างประหลาด อยากจะกอด อยากจะปลอบประโลมคนตัวเล็ก แต่เมื่อเขาเห็นเธอคุยกับชายอื่นที่เขาไม่ชอบขี้หน้ามันก็พาลให้หงุดหงิดใจขึ้นมาอีก
"อาไม่ชอบให้เราคุยกับพิชญ์"
เสียงทุ้มห้วน แต่โครงหน้าสวยกลับนิ่งเงียบไม่หือไม่อือ
"นุดี!"
ภานุวัฒน์เรียกย้ำอีกครั้ง พร้อมทั้งจับต้นแขนเล็กดึงเข้ามาชิดอกกว้าง
"อาไม่ชอบให้เราคุยกับพิชญ์ ได้ยินไหมคะ"
คนตัวโตย้ำ
"อานุแกล้งคนอื่นพอรึยังคะ แกล้งนุดีมาทั้งวัน นุดีก็ยอมให้แกล้งแล้ว แล้วจะไปแกล้งพี่พิชญ์ให้เรื่องมันวุ่นวายไปอีกทำไมคะ เล่นกับความรู้สึกคนอื่นสนุกมากเหรอคะ"
เสียงหวานตัดพ้อพลางดึงตัวเองออกจากการเกาะกุม
"นี่นุดีคิดว่าอาแกล้งเหรอ! หืม ตอบอามาสิ นี่เราไม่เข้าใจอะไรบ้างเลยเหรอคะ"
นุดีไม่ตอบ ใบหน้าบึ้งตึงหันมองออกไปนอกกระจกใส ไม่อยากสบสายตากับคนใจร้ายเพราะรู้ว่าเขาถึงเขาจะทำเสียงดุแต่สายตาที่จ้องมาไม่ดุแน่นอน และเธอเองก็จะพาลใจอ่อนหายโกรธเขาเอาง่ายๆ
หญิงสาวนิ่งจนมือหนาของภานุวัฒน์ต้องประคองแก้มนุ่มนิ่มให้หันมาหา ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองลึกไปในดวงตาสีอ่อนใสอย่างเว้าวอน เพียงเท่านั้นหัวใจที่ห่อเหี่ยวของหญิงสาวก็ฟื้นขึ้นมาเริงร่าเต้นตึกตักได้อีกครั้ง มือเล็กที่ผลักไสเมื่อครู่วางทิ้งลงบนอกกว้าง เมื่อลมหายใจร้อนผ่าวราดรดอยู่ใกล้แค่คืบ หนาวๆร้อนๆพิกล
"ไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอคะ"
ดวงตาคมสีเข้มจัดออดอ้อนขอความเห็นใจจากคนตัวเล็ก มือข้างซ้ายเกาะกุมมือเล็กของนุดี นิ้วโป้งขวาไล้วนแก้มใสสีชมพูเข้มจนมาถึงริมฝีปากแดงสด นุดีเผยอปากรับสัมผัสวาบหวามเกินห้ามใจ เสียงหัวใจเต้นถี่รัวดังกึกก้องอยู่ในทรวงอกของหญิงสาว สายตาคมจ้องตอบเธอไม่ยี่หระ สารพัดความนัยถูกส่งออกมาจากสายตาหวานเชื่อมเว้าวอนคู่นั้น แต่หญิงสาวไม่กล้าที่จะแปลความหมาย
สายตาคมเข้มจดๆจ้องๆอยู่ที่ริมฝีปากเล็กสีสดที่นุ่มนิ่มราวกับกลีบกุหลาบ ใจหนึ่งบอกชายหนุ่มให้ตะโบมจูบลงไปหนักๆให้หายอยาก แต่อีกใจก็บอกว่ายังไม่ถึงเวลา มือเล็กชื้นเหงื่อของหญิงสาวบีบมือใหญ่ของภานุวัฒน์จนแน่นเมื่อปากหยักกดจูบหนักแน่นลงบนแก้มนุ่มไล่เรื่อยไปจนถึงกกหูแล้วขบเม้มหยอกล้อใบหูเล็กของนุดี ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลงมาจนร่างเล็กสั่นสะท้าน มือข้างที่ไม่ถูกเกาะกุมคว้าต้นคอหนาของภานุวัฒน์ไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว นิ้วเรียวเล็กสอดพันกับกลุ่มผมสั้นนุ่มลื่น
แม้ใจจะพร่ำบอกว่ายังไม่ถึงเวลาและไม่ใช่ที่นี่...ตอนนี้ แต่กลิ่นกุหลาบจากซอกคออุ่นก็ทำให้สติสัมปชัญญะหยุดชะงัก ริมฝีปากหยักคลอเคลียอยู่บนซอกคอขาวหอมกรุ่นไปด้วยน้ำหอมกลิ่นกุหลาบที่เขาซื้อให้ ใจชายหนุ่มลิงโลดลำพอง
อยากจะขบเม้มให้เป็นรอย อยากจะตีตราจอง อยากป่าวประกาศกับใครๆว่าคนนี้เขาจอง แต่ทำได้เพียงคลอเคลียคลุกเคล้าเนิบช้า ริมฝีปากหนากดลงบนแอ่งชีพจรที่เต้นตุบๆถี่รัว พรมจูบซ้ำๆสลับกับขบเม้มเบาๆไล่ต่ำลงมา กายแกร่งปวดหนึบอัดแน่นไปด้วยความต้องการ
ที่นี่...ตอนนี้...ไม่ได้...แต่จะหยุดอย่างไร
"อาไม่ได้แกล้ง..."
นุดีส่งเสียงครางแผ่วเบาตอบรับสัมผัสหวามหวาน ยิ่งใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนต่ำลงความครัดเคร่งบนยอดอกในชุดเดรสก็ทวีความรุนแรงขึ้นรอรับสัมผัสจากคนตัวโตจนต้องบดเบียดเข้าไปชิดอกแกร่งของภานุวัฒน์
"ไว้ถึงเวลา อาจะไม่หยุดแค่นี้นะคะ"
ปากหนาบอกเสียงแหบพร่า แล้วจูบหนักๆลงบนหน้าผากนูนของหญิงสาวตาฉ่ำปรือข้างกาย