EP.1 ระลึก

1400 Words
1 ระลึก สุสาน เวลา 10.30 น. ณ สุสานอันกว้างใหญ่ซึ่งตั้งอยู่นอกเมืองใหญ่ ด้านหน้าคือผืนน้ำ ด้านหลังคือภูเขา ผู้คนนับสิบในชุดดำกำลังยืนเคารพหลุมศพของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีพระคุณ เป็นเจ้านาย เป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นสามี หรือแม้กระทั่งเป็นพ่อ วันนี้เป็นวันครบรอบการจากไปครบหนึ่งร้อยวันของเจ้าสัว คิด ฤกษ์ฤทธิชัย เขาคือผู้ก่อตั้งองค์กร KID Construction ที่รู้จักกันดีในฐานะบริษัทรับก่อสร้างยักษ์ใหญ่เป็นอันดับต้นๆของประเทศ “ยังไงฉันก็ยังทำใจไม่ได้ คุณคิดมาด่วนจากไปแบบนี้ แล้วต่อไปฉันจะอยู่ยังไง?” เสียงสะอื้นของหญิงสาววัยกลางคน หน้าตาสวย แม้จะมีอายุแล้วแต่เธอก็ยังดูดี ทั้งหน้าตา ผิวพรรณรวมถึงการแต่งตัวที่ประดับประดาไปด้วยของแบรนด์เนมราคาแพง เธอคือ เจ้าจันทร์ ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเจ้าสัวคิด แต่ไม่ใช่มารดาของทายาทเพียงหนึ่งเดียวของเขา “คุณก็อยู่มาได้ตั้งสามเดือน อยู่ต่อไปอีกหน่อยเถอะ” ปราณนต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ปรายสายตามองผู้หญิงที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เจ็ดขวบ เขาคือลูกชายของเจ้าสัวคิด เวลานี้ได้สืบต่อกิจการทั้งหมดที่พ่อได้สร้างมา ด้วยวัยเพียงสามสิบปี เขาได้ขึ้นเป็นประธานบริษัท ทว่านั่นไม่ใช่เพราะเป็นทายาท แต่มันเป็นเพราะความสามารถของเขา ปราณนต์มีนิสัยเย็นชามาตั้งแต่ไหนแต่ไร เขาสุขุมจนเยือกเย็น จะไม่พูดหรือไม่ถาม ถ้ามันไม่ใช่เรื่องที่เขาอยากรู้ แต่ถ้าคิดจะพูดออกมานั่นแปลว่าสิ่งที่เขาพูดมันคือความจริงทั้งหมด ภายนอกนั้นประกอบด้วยรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว หน้าตาดีถอดแบบจากผู้เป็นพ่อ ใครได้เห็นก็มักจะมองเหลียวหลัง แต่เขานั้นยากที่จะเข้าถึง จึงได้ครองโสดมาจนถึงเวลานี้ “คุณปราณ...” บุคคลสำคัญในบ้านฤกษ์ฤทธิชัย อีกหนึ่งคนนั้นก็คือ เบญจา เธอคือพี่เลี้ยงของปราณนต์ ทำงานรับใช้บ้านหลังนี้มาตั้งแต่ที่ภรรยาคนแรกของเจ้าสัว ผู้เป็นแม่ของปราณนต์ยังไม่จากไป และป้าเบญคนนี้คือคนที่ปราณนต์เชื่อฟังมากที่สุด “อยากให้อยู่ก็รักแม่หน่อยสิ อยู่กันมาตั้งยี่สิบกว่าปีแล้ว เลี้ยงมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่คิดจะรักกันหน่อยหรือไง?” เจ้าจันทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งงอน ทำปากเบะใส่ลูกชายนอกไส้ “…” ทว่าชายหนุ่มกลับนิ่งเงียบ “ถ้าเจ้าสัวยังอยู่ ภารกิจสุดท้ายที่ท่านอยากจะทำมันให้สำเร็จก็คือได้เห็นคุณปราณกับคุณผู้หญิงปรองดองกัน จะไม่ทำให้คนที่จากไปแล้วหลับสนิทสักหน่อยเหรอคะ?” ป้าเบญมองดูปราณนต์ ยื่นมือไปกุมมือหนาของเขาเอาไว้ “คนเรา...มีเวลาจำกัดนะคะคนหนูคนดีของป้า” “ผมต้องไปแล้ว มีประชุมต่อ” “ประชุม? มีเรื่องอะไรหรือเปล่า พวกเขาจะหาเรื่องอะไรลูกอีก?” นี่คือสิ่งที่เจ้าจันทร์กลัวเป็นที่สุด เพราะพวกผู้ถือหุ้นเห็นแก่เงินพวกนั้นไม่น่าไว้ใจในสายตาของเธอ “ไม่ง่ายแบบนั้นหรอก ประชุมเรื่องโครงการของเครือโรงแรมนาวา” “งั้นก็ค่อยโล่งอกหน่อย ปราณต้องตั้งใจทำงานนะลูก อย่ายอมแพ้ ต้องสู้ให้เหมือนคุณพ่อ ต้องเอาชนะคนพวกนั้นให้ได้เข้าใจไหม?” “คุณห่วงผมหรือห่วงเงินปันผลกันแน่?” “ก็ต้องห่วงลูกสิ! พูดอะไรแบบนั้นล่ะ? นี่แม่นะ...ถึงจะไม่ได้คลอดออกมาแต่ก็เลี้ยงมาตั้งแต่เด็กๆ” “ขอบคุณครับที่เป็นห่วงและเลี้ยงผมมาด้วยความรักโดยไม่หวังผลตอบแทนอะไรทั้งนั้น” พูดจบร่างสูงก็หันไปเคารพหลุมศพของผู้เป็นพ่อแล้วเดินออกไปจากที่ตรงนั้น โดยมีนักรบ มือขวาคนสนิทเดินตามเขาไปอีกที “ดูเขาสิป้า ดูเขาพูดกับฉันสิ!” เจ้าจันทร์มองตามลูกชายด้วยความรู้สึกน้อยใจ “เขารักคุณค่ะ เพราะรักถึงพูดคุยด้วย ลองถ้าเขาไม่รักคุณ...ไม่มีเจ้าสัวแล้ว เขาคงไม่คิดจะอยู่ใกล้คุณหรอกค่ะ อย่ากังวลไปเลย คุณก็รู้ว่าคุณปราณเขาค่อนข้างเข้าถึงยาก” “ก็หวังให้เป็นอย่างที่ป้าพูดก็แล้วกันนะ” ระหว่างทาง เวลา 11.00 น. โรลส์ รอยซ์ สีดำคันหรู วิ่งด้วยความเร็วปานกลาง มุ่งหน้าสู่บริษัท KID Constuction โดยมีนักรบผู้ช่วยคนสนิทที่เปรียบเสมือนมือขวาของปราณนต์กำลังขับรถอยู่ “เด็กคนนั้นเป็นยังไงบ้าง?” มีเพียงไม่กี่เรื่องที่ปราณนต์สนใจ หนึ่งคือเรื่องธุรกิจ สองคือศัตรูคู่แค้นที่มีมานาน และสาม...เด็กสาวคนหนึ่งที่เขาจับตาดูเธอมาเป็นเวลาสองปีแล้ว “ดูเหมือนทุกอย่างจะปกติดีครับ เช้าไปเรียน เย็นทำงานพิเศษเหมือนปกติที่ผ่านมา และอาทิตย์หน้าก็เป็นการสอบจบมัธยมปลายของเธอครับ” “วันนี้เป็นวันครบรอบวันตายของพ่อเธอใช่ไหม? ไปที่วัดสักหน่อยสิ” “แต่นายมีประชุมนะครับ” “เลื่อนออกไปก่อน โทรไปบอกศศิด้วย ฉันจะไปที่วัด” ศศิคือผู้ช่วยอีกหนึ่งคนของปราณนต์ เธอเปรียบเสมือนมือซ้ายของเขา เธอถนัดเรื่องตัวเลขและธุรกิจ คอยจับตาดูและสอดส่องทุกอย่างแทนเขาเสมอ “แล้วถ้าเด็กคนนั้นเห็นเราล่ะครับ?” “...” การที่ปราณนต์เลือกที่จะเงียบ นั่นหมายความว่าบทสนทนานี้จบลงแล้ว และมันเป็นหน้าที่ของนักรบให้คิดเอาเองว่าเขาจะตอบคำถามนั้นอย่างไร “ตามนั้นครับ” วัดนอกเมือง เวลา 12.30 น. เด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลายกำลังปัดใบไม้ออกจากหน้าโกฎิของผู้เป็นพ่อ ใบหน้าของเธอยิ้มแย้มในทุกครั้งที่มาหาพ่อ เธอมักจะมาที่นี่ทุกครั้งที่คิดถึงพ่อ แต่ช่วงหลังมานี้ ต่อให้คิดถึงแค่ไหนเธอก็ไม่กล้ามา ที่ไม่กล้านั้นเป็นเพราะเธอไม่อยากให้ผู้เป็นพ่อได้เห็นว่าเธอกำลังเป็นทุกข์ “พ่อจ๋า...หนูมาหาพ่อแล้วนะ พ่อสบายดีไหม? อยู่ตรงนั้นพ่อมองเห็นหนูไหมจ๊ะ?” เด็กสาวใบหน้าน่ารัก น่าเอ็นดู ยังคงยิ้มแย้ม ทว่าแววตานั่นสั่นไหว ราวกับไม่อาจจะอดกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้ได้อีกต่อไป “หนูคิดถึงพ่อ อยากไปหาพ่อ...แต่ก็รู้ว่าไปไม่ได้” และแล้วน้ำตาหยดหนึ่งก็หลั่งไหลออกมาจากดวงตากลมโตคู่สวย “ฮึก! หนูขอโทษที่ร้องไห้...พ่ออย่าคิดมากเลยนะ วันนี้หนูอาจจะท้อ แต่ต่อไปมันจะดีขึ้นเอง...” “อาทิตย์หน้า หนูก็จะเรียนจบ ม.6 แล้ว และหนูก็มีเงินเก็บสำหรับค่าเทอม เทอมแรกของมหาลัยแล้ว พ่อไม่ต้องห่วงเลยนะ หนูอยู่ตรงนี้ ดูแลตัวเองได้ หนูไม่เป็นไรนะจ๊ะพ่อ...ฮึก! หนูไม่เป็นไรจริงๆ” ที่มุมหนึ่งของบริเวณเจดีย์โกฎินั้น ร่างสูงของนายกำลังยืนมองเด็กสาวอยู่ เขาทั้งสองได้ยินอย่างชัดเจนว่าเธอกำลังร้องไห้ เขามาถึงที่นี่ช้ากว่าเธอ เลยไม่อาจจะเข้าไปและปรากฏตัวต่อหน้าเธอได้ จึงทำได้เพียงยืนมองอยู่ตรงนี้ “ทำไมเด็กที่มักจะยิ้มอยู่เสมอถึงได้ร้องไห้?” ปราณนต์เอ่ยถามนักรบ “ผมไม่ทราบครับ” “เกิดเรื่องอะไรหรือเปล่า? เรื่องที่นายไม่รู้” “ผมจะตามสืบให้แน่ใจครับนาย” “หรือเธอโดนแม่เลี้ยงใจร้ายคนนั้นทำร้ายร่างกายอีกแล้ว?” “...” “หรือพี่สาวลูกติดของแม่เลี้ยงเอาเงินเธอไป?” ปราณนต์พยายามคิดวิเคราะห์ “ทำไมนายถึงสนใจเด็กคนนี้ขนาดนั้นครับ?” นักรบสงสัยเรื่องนี้มาตลอด ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ต้นสายปลายเหตุ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมปราณนต์ยังติดตามเธออยู่แบบนั้น ทั้งๆที่ไม่จำเป็นต้องทำ “ปกตินายไม่ใช่คนที่จะสงสัยเรื่องคนอื่น” “ไม่รู้สิ ฉันเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD