ตอนที่ 13
ลูกไก่ในกำมือ
“ทำไมกลับดึกจังเลยละฝน”
เสียงทักของ สุรีมาส ผู้เป็นน้าทำให้ร่างบางของน้ำฝนที่เดินเข้าในบ้านชะงักเล็กน้อย และพยายามเบี่ยงหลบเพื่อจะเลี่ยงไปยังห้องนอนของตนที่อยู่ด้านหลัง
“พอดีฝนมีนัดกับเพื่อนนิดหน่อยค่ะ”
“แล้วนั่นเป็นอะไรหน้าตาไปโดนอะไรมา?”
สุรีมาส ขมวดคิ้วขึ้นเมื่อเห็นรอยปื้นแดงข้างแก้มของหลานสาว อีกทั้งสีหน้าแววตาก็ดูอิดโรยแปลกๆ น้ำฝนรีบยกมือขึ้นมาลูบแก้มตัวเองเบาๆ และอุทานด้วยน้ำเสียงตระหนก
“ตายจริง สงสัยลมพิษจะขึ้นอีกแล้วค่ะน้ามาส ไม่น่าดื่มมาเลย เพื่อนฝนที่ต่างจังหวัดชอบคะยั้นคะยออยู่เรื่อยๆ งั้นเดี๋ยวฝนไปอาบน้ำพักผ่อนก่อนนะคะ”
“ดื่มแล้วขับรถกลับแบบนี้มันอันตรายนะฝน”
น้าของเธอยังคอยเอ่ยไล่หลังมา “อีกหน่อยออยเค้าก็แต่งงานและต้องแยกบ้านออกไปอยู่กับสามีแล้ว น้ากับเฮียวัฒน์ก็คงจะมีแต่หนูนี่แหละที่จะคอยฝากฝีฝากใข้ได้”
คำบอกของผู้สูงวัยกว่าทำให้เธอชะงักเล็กน้อย
แต่งงานอย่างงั้นเหรอ? ใครเป็นสามีใครกันแน่
และถึงจะมีแค่เธอในบ้าน สถานะเธอก็ไม่ต่างจากเบ๊รับใช้ของวิวัฒน์โรจน์อยู่ดี แม้จะได้ทำงานในวิวัฒน์กล๊าส แต่ก็ไม่เห็นในบริษัทจะนับหน้าถือตาเธออย่าง อรดา ที่เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ส่วนเธอก็แค่หัวหน้าฝ่ายแอดมินที่ดูแค่งานเอกสารทั่วไป ไปวันๆเท่านั้น
พอมาถึงบ้านก็เหนือกว่าแค่แม่บ้านเท่านั้น
ดีอย่างเงินเดือนเกือบหกหลักที่ได้ทุกเดือนนั้น ทำให้เธออยู่ที่นี่ได้อย่างสบาย ดีกว่าอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดเป็นไหนๆ
“ค่ะ”
กระนั้นเธอก็ตอบรับสั้นๆ ก่อนจะรีบเดินเข้าห้อง ทว่าก็ยังไม่วายมองขึ้นไปดูห้องด้านบนที่ อรดา อยู่ในนั้น ความขุ่นเคืองอัดอั้นมากมายที่สะสมจากธาม ทำให้เธอกำมือเข้าหากันแน่น
เมื่อนึกถึงถ้อยคำเยาะเย้ยถากถางจากผู้ชายสวะคนนั้น และเป็นคนที่เธอรักหลงใหลหมดทั้งใจ
ในเมื่อดูถูกเธอดีนัก ..ก็จะทำให้เห็นธาตุแท้ไปเลย
.
.
“คิดยังไงของแก ถึงอยากจะไปดูแลวิวัฒน์กล๊าส”
เสียงแหบห้าวทว่าทรงพลังยิ่ง ถึงไม่เงยหน้ามองก็รู้ว่าต้นเสียงคือ เจ้าสัวย้ง อนันตกรกุล ประมุขใหญ่ที่ดูแลธุรกิจกว่าร้อยบริษัทของกลุ่มอนันตกรกุล ที่ล้วนเป็นธุรกิจสำคัญที่สร้างเม็ดเงินอันดับต้นๆของประเทศ
ทว่าตอนนี้เจ้าสัวประหลาดใจยิ่งนัก กับ ธีร์ ลูกชายคนโตที่กำลังให้ความสนใจในธุรกิจที่กำลังร่อแร่ของ วิวัฒน์กล๊าส พันธมิตรที่อนันตกรกุลจำต้องเข้าไปร่วมอย่างเสียไม่ได้ เพราะสายใยบางๆก่อนหน้ากับเสี่ยวัฒน์เพื่อนเก่า ที่ตอนนี้ตนนำไปเหนือกว่าหลายร้อยเท่าตัว
แต่ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับธุรกิจนั้นไม่เกี่ยวข้องกัน
หากจะต้องย่ำให้ต่ำลง ก็ไม่อยากจะเสี่ยงให้เสียเวลา
“เห็นว่าเตี่ยเอาเงินก้อนใหญ่ไปลงกับโรงงานผลิตขวดแก้วที่นั่นไม่ใช่เหรอครับ ผมมองว่าความจริงนั่นเป็นธุรกิจที่น่าสนใจและจะต่อยอดให้กับกลุ่มบริโภคและกลุ่มอาหารในเครืออนันตกรได้อีกเยอะ เลยอยากลงไปดูโครงสร้างและระบบผลิตซะหน่อย”
ธีร์ ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ยกกาดินเผาราคาแพงรินน้ำชาใส่จอกเล็ก ยื่นให้กับผู้เป็นบิดา เจ้าสัวหรี่ตามองบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงครู่ ก่อนจะรับจอกชาในมือมาจิบ
“ลูกสาวเสี่ยวัฒน์เขาจะแต่งกับไอ้ธามอยู่แล้ว ท่าทางของมันก็เหมือนจะอยากเข้าไปดูแลมากกว่า”
“เตี่ยคิดว่าจะรอด?”
คิ้วหนาของ ธีร์ เลิกขึ้นสูง จริงอยู่เขาเพิ่งจบปริญญาเอกมาจากเมืองนอก ทว่าที่ผ่านมาเขาบริหารหลายบริษัทในเครือของอนันตกรกุลด้วยคำสั่งทางไกลมาตลอด และเขารู้แทบทุกอย่างของบริษัทและคู่ค้าด้วยการเคี่ยวกรำของเจ้าสัวเอง
ซึ่งการสร้างผลกำไรไตรมาสล่าสุดก็ล้วนมาจากเขา
คำนั้นทำให้ เจ้าสัวย้ง นิ่งเป็นเพียงครู่
ธาร ลูกชายคนรองของ ศจี เมียรองนั้น แม้จะมีความขยันมุ่งมั่นตั้งใจก็จริง ทว่าไหวพริบและความเด็ดขาดในเชิงธุรกิจนับว่ายังห่างไกลจาก ธีร์ ลูกชายคนโตหลายขุม จริงอยู่ว่าย้งค่อนข้างลำเอียงกับบุตรชายคนโต ทว่าเขาเองก็เป็นนักธุรกิจใครที่สร้างเม็ดเงินและทำผลประโยชน์ให้มากกว่า เจ้าสัวย้งก็ย่อมอยากให้คนนั้นทำ
และ ธีร์ ก็ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยสักครั้ง
“ยังไงเตี่ยก็ฝากด้วยละกัน”
“ครับ”
“ไอ้ธามมันก็จะแต่งในอีกไม่นานละ แล้วเอ็งละธีร์?”
คำถามนั้น ทำให้หัวคิ้วของธีร์ขมวดย่นเข้าหากัน ก่อนที่หน้าหล่อเหลาจะผ่อนลมหายใจออกมาเล็กน้อย เมื่อนึกถึงสีหน้าสวยผุดผาดของใครคนหนึ่ง
“ผมยังไม่เคยคิดเรื่องนี้”
ไม่เคยคิดเรื่องของตัวเอง มัวแต่คิดเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่ง
“ยังไงเอ็งก็ต้องแต่งงานมีเมียเพื่อเสริมบารมีให้ตัวเอง ดูอย่างศจีเค้าฉลาดรู้ว่าผูกญาติกับทางเสี่ยวัฒน์ให้ไอ้ธาม ยังไงก็มีโอกาสจะสร้างบารมีขึ้นมาได้ ซึ่งมันก็เป็นผลอยได้ให้กับอนันตกรด้วย เอ็งก็ควรจะทำแบบนั้น เห็นคบอยู่หลายคน เตี่ยว่าลูกสาวท่านทูตคนนั้นก็ไม่เลวนะ”
ลูกสาวท่านทูตที่ว่าคงน่าจะหมายถึง นิศา ซึ่งแม้เขาจะคบหาอยู่ช่วงหนึ่งตอนอยู่เมืองนอก ทว่าด้วยสัตย์จริงเขาไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานกับหล่อนเลยสักครั้ง
เข้าใจว่าความหวังดีของ เจ้าสัวย้ง นั้นคือการเป็นห่วงบทบาทต่อไปของเขาที่จะเกี่ยวพ่วงยังธุรกิจของอนันตกรกุลมากกว่า เพราะยังไงลมหายใจเข้าออกของเตี่ย ก็คือเงิน เงิน และเงินเท่านั้น
อะไรที่จะเสริมให้เงินพอกพูนขึ้น นั่นคือสิ่งที่เจ้าสัวย้งทำ
“ผมไม่ได้ชอบนิศา จนถึงขั้นต้องแต่งงานกัน”
เขาเอ่ยบอกตามตรง วางจอกชาที่ว่างเปล่าในมือลง
“แล้วเอ็งชอบใคร? ต้องให้เตี่ยช่วยหามั้ย?”
หน้าหล่อเหลารีบส่ายปฎิเสธ เพราะขืนให้เตี่ยช่วยหา เขาคงจะได้เมียที่ไม่ต่างจาก ศจี หรือบรรดาเมียๆของ เจ้าสังย้งในตอนนี้เป็นแน่
“เมียของผม ผมขอหาและเลือกเองดีกว่าครับ”
*************