EP 1/1 พนันรัก

2342 Words
บทที่ 1 พนันรัก เวลา 9 : 30 นาฬิกา บริษัท SK เลิฟบุ๊ค ภายในห้องทำงานของผู้มีอำนาจสูงสุด ร่างงามสง่าราวเทพบุตรของผู้ดูแลผลประโยชน์ชั่วคราว นั่งทำมาดเท่อยู่บนเก้าอี้ประจำตำแหน่ง วงหน้าคมขาวอย่างบุรุษเมืองผู้ดีหล่อเหลาไม่มีที่ติ ดวงตาคมเข้มสีน้ำตาลทองรับกับคิ้วคมได้รูป จมูกโด่งจนน่าใจหายรับกับริมฝีปากหยักพอดิบพอดี เขาสวมสูทสีดำที่ไร้เนกไท เสื้อตัวในสีขาว สาบเสื้อนอกแบะออกเล็กน้อย เผยแผงอกเซ็กซี่ให้สาวๆ ในบริษัทได้ลอบมองกันตาปรอย เลโอ โบวิเยร์ หนุ่มลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส กำลังเผยยิ้มอวดเขี้ยวแหลมเล็กราวแวมไพร์เจ้าเสน่ห์ขณะจดจ้องผู้หญิงตรงหน้า ชายหนุ่มเข้ามาบริหารบริษัทนี้ชั่วคราว เนื่องจากแซม ญาติสนิทที่สุดของเขาประสบอุบัติเหตุรถชน ต้องรักษาตัวเนื่องจากได้รับบาดเจ็บที่ขาทั้งสองข้าง แซมต้องรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัด ทำให้เลโอต้องมาติดแหง็กอยู่ในบริษัทขนาดกลางแห่งนี้มากว่าครึ่งปีแล้ว หนุ่มลูกครึ่งไม่ได้มีหัวทางบริษัทสิ่งพิมพ์ก็จริงอยู่ แต่บริษัทส่งออกน้ำหอมของเขาที่ฝรั่งเศสก็สอนให้เขาเป็นนักบริหารที่ยอดเยี่ยม และนั่นคงทำให้แซมไว้ใจให้ญาติคนนี้มาช่วยพยุงบริษัทไว้จนกว่าเจ้าตัวจะหายดี “เอาละค่ะคุณเลโอ ดิฉันคิดว่าเราน่าจะมาพูดกันอย่างตรงไปตรงมาดีกว่านะคะ” ลิลนา ฤทธิ์ธำรง หรือ บก. ลิล บรรณาธิการคนเก่งแห่งบริษัท SK เลิฟบุ๊คเอ่ยกับเจ้านายชั่วคราวอย่างอึดอัด ใบหน้าสวยสดใส แต่แววตาเริ่มดุกร้าว เส้นผมมันวาวถูกมัดเป็นหางม้าสูง ดึงใบหน้างามให้ตึงขึ้นไปอีกเท่าตัว ดวงตากลมโตดำขลับวับวาวอยู่ใต้แว่นสายตาหนาเตอะ ทว่าแว่นสายตาก็ไม่สามารถบั่นทอนความงดงามลงได้ พวงแก้มสีชมพูอ่อนยังเรื่อเรืองราวกับกำลังเปล่งออร่า ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบสีชาดมันวาวน่าจุมพิต หลายครั้งที่เลโออดใจไม่ไหว เลื่อนสายตาจดจ้องอยู่แต่กับริมฝีปากของหล่อน “เชิญครับป้าลิล ผมรอฟังอยู่” ชายหนุ่มเอ่ยเป็นภาษาไทยเสียงดังฟังชัด เขายิ้มทะเล้นราวกับเห็นทุกอย่างเป็นเรื่องสนุก ลิลนาหลับตาลงอย่างต้องการระงับอารมณ์ ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างต้องการยุติความโกรธ “อย่ามาเรียกฉันว่าป้านะ ฉันไม่มีหลานตัวเท่าคุณแน่ๆ” ลิลนาว่า แต่เขายักไหล่ใส่ ไม่ยี่หระต่อสิ่งที่เธอชี้แจง “ผมเรียกเพราะป้าอายุมากกว่าผม หึๆ” “เสียมารยาท!” เธอแหวกลับเสียงเขียว เจ้านายคนนี้ชอบกวนประสาทเธอจริง “ขอบคุณ นั่นคงเป็นนิสัยของผมซะแล้วล่ะ” เขาว่าพลางอมยิ้ม แต่ลิลนาเริ่มควันออกหู “โอ๊ย! อยากจะบ้าตาย ฉันจะไม่พูดเรื่องบ้าๆ นี่อีกแล้ว เบื่อ! เรามาคุยเรื่องสำคัญกันต่อดีกว่าไหม คุณโกรธแค้นอะไรฉันเป็นการส่วนตัวหรือเปล่า ถึงได้ระงับต้นฉบับที่ฉันส่งให้คุณอนุมัติ สามเดือนมานี้ต้นฉบับที่ส่งมาถูกตีกลับไปเกือบครึ่งแล้ว ทีมงานของฉันอึดอัดนะคะ เรารู้สึกว่าทำงานไม่ได้ตามที่คุณต้องการ” “นั่นมันเป็นเรื่องจริง” เขาตอบ ทำให้ลิลนาชักสีหน้าใส่ “ผมหมายถึงเรื่องหลังน่ะ งานมันยังไม่น่าตีพิมพ์ ป้าลิลไม่น่าให้ผ่าน” เขาแก้ต่าง มองหน้าคนที่กำลังโกรธด้วยความถูกอกถูกใจ “คุณไม่ชอบอ่านนิยาย แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเรื่องไหนมันควรได้ตีพิมพ์หรือไม่ได้ตีพิมพ์” เธอเถียง ใบหน้างามบูดบึ้ง อยากจะตบโต๊ะระบายอารมณ์ใส่เด็กเมื่อวานซืนคนนี้ “ก็ดูจากยอดขายไงป้า” เขาชี้แจงสีหน้าจริงจัง “แต่เราเพิ่งเริ่มตีตลาดนวนิยายหมวดโรมานซ์ มันยังไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ คุณจะมาทำอย่างนี้ไม่ได้ คุณต้องอนุมัติงานให้ฉันอย่างน้อยสิบเรื่องต่อเดือน ไม่อย่างนั้นมันก็มองไม่เห็นกำไร” ลิลนาอธิบาย ถ้าแซมอยู่เธอคงไม่ต้องปวดหัวอย่างนี้ “ทำไมผมต้องเอาเงินของบริษัทไปเสี่ยงด้วย ป้าน่าจะลองทำนิตยสารนะ แบบนิตยสารเกี่ยวกับผู้หญิง เครื่องสำอาง เสื้อผ้า ซุบซิบนินทาอะไรพวกนี้ หรือไม่ก็แมกาซีนที่เจาะตรงเรื่อง...บนเตียง ผมว่ามันขายได้แน่ๆ” “ทุเรศ! ฉันไม่ทำหรอกย่ะ นี่มันประเทศไทยนะ ไม่ใช่เมืองนอก แมกาซีนแบบนั้นไม่มีใครอ่านกันหรอก” เถียงไปใบหน้าก็แดงก่ำ ทั้งเขินและโกรธ จะให้เธอทำนิตยสารปลุกใจเสือป่าหรืออย่างไร “มันไม่ใช่นิตยสารลามกนะป้าลิล แต่เป็นนิตยสารที่จะช่วยให้ชายหญิงสามารถสื่อความรู้สึกถึงคนที่แอบรักได้ ช่วยให้คู่รักมีความสุขเมื่ออยู่ร่วมเตียง หรือเป็นแนวทางให้คู่สามีภรรยาได้ปรับตัวเข้าหากัน อันนี้คร่าวๆ นะ” เขาอธิบายบ้าง ถ้าทำนิตยสารแนวที่แปลกออกไปอาจทำให้ยอดขายเพิ่มมากขึ้น และบริษัทของแซมก็น่าจะได้กำไร “หรือไม่ก็ทำให้เด็กไทยใจแตกตอนอ่านแมกาซีนที่ว่า” ลิลนาประชด เลโอโคลงศีรษะ รู้สึกว่าบรรณาธิการคนสวยจะไม่ชอบนิตยสารรักใคร่ๆ หรือนิตยสารเกี่ยวกับสุภาพสตรี เอาง่ายๆ ว่าหล่อนยังปักหลักอยู่ที่ตลาดวรรณกรรมที่หล่อนดูแลอยู่ อาจใช่ที่ว่าวรรณกรรมหมวดอื่นๆ กำลังไปได้สวย แต่หมวดโรมานซ์ที่เพิ่งตีตลาดไป เขาว่ามันยังไม่เวิร์กพอ จากรายงานพบว่านิยายหมวดนี้มีออกเกลื่อนแผง ลิลนาไม่น่าหลวมตัวไปทำเลย “ป้าลิลนี่มองโลกในแง่ร้ายนะ สงสัยจะไม่เคยมีความรัก ว่ากันว่าความรักจะทำสาวๆ มองโลกในแง่ดี แต่ดูเหมือนว่าสิ่งนั้นจะไม่เคยเกิดขึ้นกับป้า...เฮ้อ...น่าสงสารจัง” ปากบอกน่าสงสาร แต่ยิ้มทั้งตาและปาก “นั่นเพราะฉันอยู่ได้โดยไม่ต้องมีมนุษย์ผู้ชายมาอยู่ใกล้ให้รกหูรกตา” หญิงสาวโต้กลับน้ำเสียงราบเรียบ มองหน้าเขาแล้วยกมือกอดอกอย่างขัดใจ “อาฮะ ผมเดาถูก ป้าลิลยังไม่เคยมีคนรัก หรือไม่ก็ถูกทิ้งมาแน่ๆ” “นี่! มันจะมากไปแล้วนะ เรื่องอะไรมาวิพากษ์วิจารณ์ฉันไม่ทราบ” ลิลนาชักโมโห เลโออายุน้อยกว่าเธอตั้งสามปีนะ อย่างน้อยเขาก็น่าจะให้เกียรติเธอบ้าง ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเจ้านายก็เถอะ “โอ...ขอโทษทีครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ” “แก้ตัว ตัวเองดีนักเหรอ เที่ยวหักอกสาวๆ ไปค่อนเมืองเนี่ย” เมื่อถูกวิจารณ์ลิลนาก็เอาคืนบ้าง แม้ไม่ได้ตั้งใจจะติดตามข่าว แต่ชื่อเสียงของเขาก็โด่งดังใช่ย่อย เขาเป็นเศรษฐีเมืองน้ำหอม มาที่ประเทศไทยเพื่อช่วยบริหารบริษัทเล็กๆ นี่ให้ญาติของเขาเท่านั้น แน่นอนว่าสาวๆ ค่อนประเทศรู้เรื่องนี้ดี และต่างก็ตบเท้าเข้ามาให้เขาเลือกควงไม่เว้นแต่ละวัน “ก็ผมยังไม่เจอที่ถูกใจ” เขาว่าแล้วยักไหล่อย่างสบายอารมณ์ “นั่นแสดงว่าคุณเองก็ยังไม่รู้จักความรัก” เธอโต้กลับ คราวนี้เลโอนิ่งไป เรื่องความรักอันเจ็บปวดจะมีใครรู้จักดีเท่าเขาเล่า แต่ช่างเถอะ เขาก็ไม่ได้อยากให้ใครมารู้ ในเมื่อความรักที่เขามีไม่ทำให้ใครเป็นสุข เขาก็จะเก็บไว้แค่ในใจแล้วกัน “เอาอย่างนี้ไหมล่ะ เรามาพนันกัน” เขากล่าวเนิบๆ นึกสนุกขึ้นมา “ว่ามา” คนจริงอย่างบรรณาธิการคนสวยไม่มีหงอเพราะคำท้าทายใดๆ อยู่แล้ว “ลองคบกับผมสิ ทำให้ผมรู้จักความรัก ทำให้ผมรักคุณ ทำให้ผมรู้จักมันในแง่อื่นที่ไม่ใช่เซ็กซ์” เขาอธิบายกติกาการพนัน ลิลนามองเขาตาวาววับ “ไม่มีทาง! ฉันไม่ทำบ้าๆ อย่างนั้นหรอก” “โธ่...ตายแล้วๆ ป้าลิลกลัวหรือนี่” “กลัวอะไร!” เธอโต้กลับเสียงสูงปรี๊ด “ก็กลัวจะรักเด็กไงล่ะ” เขาพูดยิ้มๆ ทำเอาลิลนาคอแข็งในบัดดล เขามีเสน่ห์มาก เธอยอมรับ ถ้าอยู่ใกล้กันทุกวันในฐานะอื่นที่ไม่ใช่เจ้านายกับลูกน้อง มีหวังหัวใจไขว้เขวเอาง่ายๆ “ฉันไม่ตกหลุมรักเด็กเมื่อวานซืนอย่างคุณแน่นอนเลโอ” หญิงสาวประกาศ เธอไม่มีวันหลงรักเขาหรอก...ไม่มีวัน! “แสดงว่าป้าลิลรับคำท้า งั้นเราจะเริ่มเดตกันวันพรุ่งนี้” “หา!? ฉันยังไม่ได้ตกลงนะ” “สามเดือนครับป้าลิลที่รัก ถ้าป้าทำให้ผมรักได้ เท่ากับว่าผมแพ้ ผมจะบอกแซมว่าไม่สามารถทำงานที่นี่ได้อีกและจะกลับฝรั่งเศสทันที” ชายหนุ่มบอกสิ่งที่ลิลนาจะพอใจหากเขาเพลี่ยงพล้ำรักหล่อนเข้า “และระหว่างที่เรายังพนันกัน คุณต้องอนุมัตินิยายโรมานซ์ให้ฉันเพื่อตีพิมพ์เดือนละสิบเรื่อง” เธอต่อรองเมื่อถูกมัดมือชกซึ่งๆ หน้า “เจ็ดพอ” เขาต่อรองคืนบ้าง ลิลนาเม้มปากแน่น แต่เจ็ดเรื่องก็ยังดีกว่าสามเรื่องเหมือนที่ผ่านมาละนะ “ก็ได้ ขอบคุณ ฉันไปทำงานแล้วค่ะ” บอกเสียงห้วนแล้วยืน กะจะเดินออกไปจากห้อง “เดี๋ยวสิป้า แล้วถ้าป้าแพ้ผมล่ะ ผมจะได้อะไร” ลิลนามองเขาแล้วแบะปากใส่ “คุณไม่ต้องรู้หรอก เพราะฉันไม่มีวันแพ้ ฉันไม่นิยมกินเด็ก เชอะ!” บรรณาธิการสาวสะบัดก้นออกจากห้องทำงานของเลโอ โดยมีสายตาของเจ้าของห้องมองตามจนประตูบานหนาปิดลง “ช่างมั่นใจเหลือเกินนะป้าลิลคนสวย นึกว่าตัวเองอายุมากกว่าแล้วชั่วโมงบินจะสู้ผมได้เหรอ หึๆ เจอผมไซ้ซอกคอเข้าหน่อยรับรองจะลืมไม่ลงเลย คุณป้าลิลที่รัก” ชายหนุ่มเอ่ยกับตัวเองอย่างมาดหมาย วาดภาพถึงวินาทีที่จะได้คลุกวงในยัยป้าแก่แล้วร่างกายก็คึกขึ้นมาอย่างประหลาด บางทีการได้ร่วมเตียงกับผู้หญิงที่อายุมากกว่าก็น่าจะดีเหมือนกัน เปลี่ยนบรรยากาศเสียบ้างคงน่าสนุกไปอีกแบบ “เสร็จผมแน่ๆ ป้าลิล...หึๆ” ขณะที่เลโอกระหยิ่มยิ้มย่องด้วยความพออกพอใจ ฝ่ายลิลนา บรรณาธิการสุดเฉี่ยวก็หาได้มีความสุขไม่ หญิงสาวกำลังร้อนใจด้วยเรื่องที่ดันไปรับปากเจ้านายจอมชีกอเข้า “ยัยลิล คุณเลโอว่าไงบ้าง ตกลงเดือนนี้จะมีนิยายวางแผงไหม” เพื่อนสาวมาดเซอร์ พ่วงตำแหน่งบรรณาธิการฝ่ายคัดสรรค์ต้นฉบับ เอ่ยถามเพื่อนรักที่มีศักดิ์เป็นหัวหน้าตัวเอง เจนจิรา หรือเจนเข้ามารอฟังข่าวที่ห้องทำงานของลิลนาซึ่งอยู่ข้างๆ ห้องทำงานของเลโอ หล่อนเป็นหญิงสาวหน้าตาดี แต่ไม่นิยมแต่งหน้า สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวยาวคลุมสะโพกกับกางเกงยีนสีซีดเป็นชุดฟอร์มประจำตำแหน่ง เส้นผมหยิกเป็นลอนเล็กที่เหมือนไม่ได้หวีตอนออกจากบ้าน ถูกมัดลวกๆ กองไว้บนศีรษะ รับกันได้ดีกับใบหน้ามันแผล็บของเจ้าของ โดยรวมแล้วดูเซอร์อย่างที่สุด เซอร์จนบางทีลิลนาก็เรียกว่าซกมก “วางสิ แกให้เรื่องไหนผ่านก็ให้เขาทำสัญญามาเลย ฉันจะเซ็นให้” ลิลนาบอกอย่างเซ็งๆ แล้วเดินเข้าไปนั่งบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน “กี่เรื่องวะแก เท่าเดิมไหม” เจนจิราถามอีก คาดเอาไว้ว่าน่าจะเท่าเดิมคือสามเรื่องเท่านั้น “เจ็ดเรื่อง” “หา! อั๊ยยะ! แกไปโชว์ขาอ่อนท่าไหนวะ คุณเลโอเด็กน้อยน่าเขมือบของเราถึงได้ใจป้ำทุ่มซะขนาดนั้น” เจนจิราตาแทบถลน โถมกายครึ่งตัวพาดบนโต๊ะ เพื่อจะได้จ้องหน้าลิลนา ประหนึ่งว่าเรื่องที่ได้ฟังเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่สุดตั้งแต่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ “ฉันทำยิ่งกว่าโชว์ขาอ่อนอีก เฮ้อ...กลุ้มว่ะ” ลิลนาบ่น ถอดแว่นตาหนาเตอะออกแล้วนวดคลึงระหว่างดวงตาทั้งสองแรงๆ “ทำไรวะแก” เจนจิราถามอย่างใคร่รู้ ปกติลิลนาไม่เคยมีความลับกับเธออยู่แล้ว “พนัน” “หือ พนันอะไร” เพื่อนสาวซักไซ้ตามนิสัยคนช่างจ้อ ลิลนาทำหน้าบูดใส่เพราะยังไม่อยากเล่า “พรุ่งนี้จะเล่าให้ฟัง ตอนนี้ขอทำใจก่อน” ลิลนาบอกปัด รู้ดีว่าคงไม่ถึงวันพรุ่งนี้หรอกที่ต้องบอกเพื่อนสาว กลับบ้านค่ำนี้แหละ ยัยเจนจิราตัวแสบคงได้ซักเธอจนพรุน “ก็ได้ งั้นฉันไปทำงานแล้วนะ แกก็อย่าคิดมากล่ะ อีกไม่กี่วันก็สามสิบเอ็ดแล้ว เครียดมากๆ แก่เร็วนะแก คิกๆ” เจนจิราล้อเลียน “ยัยเจน! อย่ามาพูดเรื่องแก่นะเว้ย ไปไกลๆ เลย” บรรณาธิการคนสวยร้องไล่หลังเพื่อนรักแล้วกลับมานั่งกลุ้มอยู่หลังโต๊ะทำงาน ไม่รู้ว่าตอนนั้นคิดอย่างไรถึงได้เผลอไปรับปากเลโอเข้า “บ้าจริงๆ ฉันเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ ยัยลิลเอ๊ย แก่แล้วยังโง่อีก” ลิลนาก่นด่าตัวเองอีกสารพัด อยากจะเข้าไปหาเลโอ ไปบอกเขาว่าขอยกเลิกการพนันทั้งหมด แต่ถ้าทำอย่างนั้นก็ไม่เป็นมืออาชีพ เดี๋ยวได้โดนเด็กน้อยฝรั่งถอนหงอกเข้าให้ “กลับบ้านไปตั้งหลักก่อนก็ได้วะ” บอกตัวเองแล้วฉวยกระเป๋าถือ ก่อนจะออกจากออฟฟิศโดยฝากให้เพื่อนสนิทช่วยดูงานให้ พรุ่งนี้จะมาเคลียร์อีกที
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD