เช้าวันต่อมา
กุหลาบแดงช่อใหญ่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของบรรณาธิการคนเก่ง ลิลนาเดินเข้าห้องมาอย่างงวยงง ผนังห้องที่เป็นกระจกใสทำให้พนักงานด้านนอกต่างมองเข้ามาในห้องของเธอเป็นตาเดียว พวกเขาและหล่อนคงสงสัยกระมังว่าใครคือเจ้าของดอกไม้ช่อนี้
หญิงสาวเดินไปนั่งหลังโต๊ะทำงาน หย่อนกระเป๋าถือใส่ในลิ้นชักแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นเต้น ก่อนจะยกช่อกุหลาบขึ้นมาพิจารณา
“เลโอ?” ลิลนาครางชื่อเขาเมื่อเห็นป้ายเล็กๆ ปักอยู่กลางช่อกุหลาบ นอกจากนั้นยังเขียนว่า ยินดีต้อนรับสู่การเป็นผู้หญิงของ เลโอ โบวิเยร์
หญิงสาวทำหน้าแขยง เธอไม่ได้อยากจะเป็นสักนิด ที่สำคัญ...เธอเกลียดดอกกุหลาบ
“โว้ๆ ใครกันส่งกุหลาบสีเลือดมาทักทายคุณ บก. แต่เช้า คิกๆ” เพื่อนสาวจอมแสบแวบเข้ามาก่อกวนอีกตามเคย
ลิลนาหันไปมองพวกที่อยู่นอกห้องกระจก ซึ่งกำลังชูคอข้ามคอกตัวเองมองมายังเธอด้วยความใคร่รู้ เธอถลึงตาใส่ พวกเขาเหล่านั้นจึงรีบนั่งลงบนเก้าอี้แล้วหันหน้าเข้าหาจอคอมพิวเตอร์เพื่อเริ่มทำงาน
“หยุดเลยยัยเจน ไอ้พวกข้างนอกส่งแกมาละสิ”
ลิลนารู้ทัน ลุกจากเก้าอี้ ขยับเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกระโปรงสีดำรัดรูปยาวแค่เข่าแต่ผ่าด้านข้างขึ้นมาถึงขาอ่อนให้เข้าที่ วันนี้เธอรวบผมตึงเปรี๊ยะ ปล่อยหางม้ายาวดูแคล่วคล่อง หญิงสาวจงใจถอดแว่นสายตาออกแล้ววางไว้บนโต๊ะ
“แกก็รู้ว่าคนบริษัทนี้เขาอยากรู้เรื่องแกกันทุกคน สวยเลิศเชิดโสดอย่างแกข่าวมันเมาท์กันมันเว้ย” เพื่อนสาวสารภาพไม่คิดปิดบัง เพราะลิลนาไม่ใช่คนคิดมากเรื่องพรรค์นี้ เจ้าหล่อนถือคติว่ามีปากก็พล่ามไปเถอะ เพราะเจ้าตัวไม่ได้เดือดร้อนด้วย
“งั้นแกไปประกาศให้ทั่วเลยนะว่าเจ้าของกุหลาบคือ เลโอ โบวิเยร์ และถ้าใครกล้านินทาฉันให้ฉันได้ยิน ฉันจะให้เลโอไล่ออกให้หมด โอเคนะเพื่อน” ลิลนาสั่งฉะฉาน ขณะที่เจนจิราอ้าปากค้าง
“แหมๆ เป็นแฟนเจ้านายวันแรกก็บ้าอำนาจเลยนะหล่อน เชอะ”
บรรณาธิการสุดเซอร์ร้องไล่หลังคนที่เพิ่งเดินออกไป
ลิลนาไม่ได้ไปไหนไกล แค่แวะเข้าไปที่ห้องข้างๆ ซึ่งผนังเป็นกระจกฝ้าที่ไม่สามารถมองเห็นคนที่อยู่ข้างในได้ชัดเจน
เลโอนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขา พิจารณาคอลัมน์ต่างๆ ที่ให้ทีมงานส่งเข้ามาให้ เพื่อจะนำมาใช้สำหรับแมกาซีนเล่มใหม่
“มอร์นิงครับ ป้าลิลคนสวย ชอบดอกไม้ที่แฟนคนนี้มอบให้ถึงโต๊ะทำงานหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มเอ่ยราวกับล่วงรู้ว่าใครเป็นคนเคาะประตูและกำลังก้าวเข้ามาในห้อง แม้ไม่ได้เงยหน้าจากเอกสารตรงหน้าก็ตาม
“ไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ก็ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวพูดพลางเดินมาหาเขาที่หลังโต๊ะทำงาน
ชายหนุ่มประหลาดใจอย่างท่วมท้นเมื่อเก้าอี้ที่นั่งอยู่ถูกลิลนาหมุนออกจากตำแหน่งที่สมควร ตอนนี้หล่อนยืนอยู่ตรงหน้าเขา ตาคมผมยาว ผิวขาวจัด วงหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางดูสวยเฉี่ยวปราดเปรียว ที่สำคัญหล่อนไม่ได้สวมแว่น
“โอ๊ะโอ...เล่นอะไรครับนี่” หนุ่มกะล่อนย้อนถาม ใจเต้นตึกๆ อย่างไม่เคยเป็น ป้าลิลคนสวยกำลังเกี่ยวเนกไทเขาไปม้วนเล่นด้วยนิ้วเรียวๆ ของหล่อน
“เปล่าเล่นจ้ะเด็กน้อย ฉันเอาจริง”
“หือ...เอาจริงเรื่อง?”
“เรื่องดอกไม้ แม้ฉันจะเกลียดกุหลาบเข้าไส้ แต่ถ้ามันเป็นของขวัญชิ้นแรกจากแฟนของฉัน ฉันก็ควรต้องมาขอบคุณเขาจริงไหมล่ะ” เธอยิ้มยั่ว รู้สึกว่าทำตัวก๋ากั่นที่สุดนับตั้งแต่เกิดมาเป็นมนุษย์
“ด้วยการ...” เลโอทำหน้าประหลาดล้ำ เขาไม่รู้ว่าหล่อนจะขอบคุณเขาด้วยวิธีใด ทว่าความคิดก็มีอันสะดุดเมื่อริมฝีปากนุ่มนิ่มของลิลนาประทับลงมาอย่างรวดเร็ว หล่อนจูบเขาเบาๆ ที่ริมฝีปาก แต่มีหรือที่เขาจะยอม ป้าแก่รู้ฤทธิ์เด็กน้อยคนนี้น้อยเกินไปเสียแล้ว
“อื้อ...อ่อยอั๊นอ๊ะ!”
ลิลนาส่งเสียงอู้อี้ เลโอรวบร่างบางมาไว้บนตัก ตรึงหล่อนไว้ด้วยมือขวา ส่วนมือซ้ายบังคับท้ายทอยหล่อนแล้วผลักเข้าหาริมฝีปากเขา รสจุมพิตอันซาบซ่านหวานล้ำเกินบรรยาย ดุจมีกระแสไฟลามเลียตั้งแต่ริมฝีปากกระทั่งถึงปลายเท้าของคนทั้งสอง
“อื้อ...พะ...พอ! พอก่อน แฮกๆ” ลิลนาหอบหายใจเมื่อเลโอถอนริมฝีปากออก เขามองเธออย่างพอใจ หญิงสาวหน้าแดง ริมฝีปากบวมนิดๆ ลิปสติกเลอะหน่อยๆ แต่ดูเซ็กซี่เหลือเกินในสายตาของคนมอง
“รู้สึกป้าลิลจะจูบไม่เป็นนะนี่ แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมสอนป้าลิลเอง รับรองว่าอีกสองเดือนต่อจากนี้ป้าลิลจะเป็นผู้หญิงที่จูบเก่งที่สุดในจักรวาลเลย หึๆ”
เลโอยิ้มพราย...พออกพอใจ ในขณะที่ลิลนากำลังเมารสจูบ หญิงสาวพูดไม่ออก ลุกจากตักเขามายืนอย่างเงอะงะ เอามือแตะที่ริมฝีปาก หัวใจสั่นสะท้าน ขาทั้งสองข้างแทบจะยืนไม่ไหว
“อะ...เอ่อ...ความจริง ฉะ...ฉัน ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ แต่ตอนนี้ฉันคิดว่า เอาไว้ เอ่อ...ค่อยคุยตอนบ่ายจะดีกว่านะ ฉันไปล่ะ” ลิลนาแทบจะวิ่งออกจากห้อง แข้งขาสั่นไปหมด มือข้างหนึ่งยังแตะริมฝีปาก แม้แต่ตอนที่เดินออกจากห้องเขามาที่ห้องของตัวเองแล้วก็ตาม
“แก...เป็นอะไรมากหรือเปล่าเนี่ย”
เพื่อนรักรีบถามเมื่อเห็นท่าทีแปลกๆ ของลิลนา
“เป็น! เป็นมากด้วย ขะ...ขา ขาฉันสั่นไปหมดแล้วยัยเจน” ลิลนาบอกพลางเดินไปนั่งหลังโต๊ะทำงาน ดึงกระดาษเช็ดหน้าจากกล่องสวยมาถูปากแรงๆ
“อะไรของแกยะ ลิปสติกเลอะไปหมดแล้วนะ เอ๊ะ! หรือว่าแกกับบอส...”
“เออ! เด็กบ้านั่นจูบฉัน” ยิ่งพูดลิลนายิ่งโมโหตัวเอง เธอไม่มีชั้นเชิงพอจะสู้เลโอได้เลยในเรื่องนี้
“หา! นี่วันแรกนะ แกถูกจูบแล้วเหรอ”
“ลิปสติกเลอะขนาดนี้ แกคิดว่าฉันจะรอดไหม”
ลิลนาอยากฆ่าตัวตาย ไม่น่าเสียรู้เด็กเลย
“แกเสร็จเลโอแน่นังลิล” เพื่อนรักให้พรพร้อมรอยยิ้มขัน
ลิลนาอยากบ้าตาย อยากขว้างเพื่อนรักด้วยที่ทับกระดาษเสียจริง
กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!
เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานฉุดลิลนาให้หลุดจากความกังวล เธอเดินไปยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู และพบว่าปลายสายคือ...
“คุณป้าที่รัก ตอนค่ำไปดินเนอร์ด้วยกันนะครับ ผมจองโต๊ะที่ร้านอาหารอิตาเลียนไว้”
“แต่ฉันไม่...”
“อย่าปฏิเสธนะครับป้าลิล นี่เป็นเดตแรกของเรานะครับ”
เลโอส่งเสียงออดอ้อนมาตามสาย ลิลนาทำหน้าปูเลี่ยนใส่แป้นโทรศัพท์ เธอไม่เคยเจอเลโอในโหมดนี้ น่าขนลุกพิลึก
“เอ่อ...ได้ ได้สิ ที่ไหนล่ะ กี่โมง ฉันจะได้ทำตัวให้ว่าง” ลิลนาตอบ พวงแก้มยังเจือสีแดงระเรื่อด้วยว่านี่เป็นเดตครั้งแรกในรอบสามสิบปี เธอไม่ค่อยมีเพื่อนมากนักเพราะตอนเรียนก็เอาแต่ก้มหน้าอ่านหนังสือ ไม่ใช่หนังสือเรียนนะ แต่เป็นนวนิยาย ทำให้เธอพลาดสิ่งที่หล่อหลอมจิตใจให้สดใสฟรุ้งฟริ้งซึ่งเรียกว่าความรัก
ใช่...เธอไม่เคยรักใครเลย อย่างมากก็แอบปลื้มรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยเท่านั้น
“สองทุ่มครึ่งผมจะไปรับที่คอนโดฯ นะ ตั้งใจทำงานนะครับป้าลิลของผม”
ตู๊ด...
ปลายสายวางไปแล้ว แต่ลิลนาเพิ่งจะเลื่อนแป้นโทรศัพท์ออกจากหู ให้ตายเถอะ ค่ำนี้เธอมีเดต
“ว่าไงแก เด็กแกชวนเที่ยวเหรอ” เจนจิราถามอย่างใคร่รู้ แอบยิ้มพรายเมื่อเห็นสีแดงระเรื่อยังพาดทับที่โหนกแก้มของเพื่อนสาว
“อืม...เด็กบ้านั่นรุกฉันเต็มรูปแบบเลย ขืนเป็นแบบนี้ฉันแย่แน่ เลโอทั้งหล่อ ทั้งรวย ทั้ง...โอ๊ย! อยากตาย เอาไงดียัยเจน”
เมื่อหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้ ลิลนาก็เริ่มวิตก รสจุมพิตของเลโอยังหวานล้ำชนิดจำไม่ลืม จูบนั้นมาพร้อมกับความร้อนผ่าวที่แผ่ไปทั่วร่างตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า คิดถึงทีไรขนอ่อนก็ลุกทุกที
เจนจิรายิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะตอบว่า “ดับเครื่องชนเลยแก อย่าลืมว่านี่เป็นเกม ถ้าแกแพ้พนันแกแย่แน่ ดีไม่ดีเขาไล่แกออก งานก็จะไม่มีทำนะจะบอกให้ อย่าอ่อนไหวกับสิ่งที่เลโอทำ เพราะมันเป็นแค่เกม”
หญิงสาวย้ำ แต่นั่นยิ่งทำให้ลิลนาเจ็บหน่วงที่หัวใจแปลกๆ มันคอยแต่จะปฏิเสธว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง มิใช่การเสแสร้ง ขนาดรสจุมพิตแสนหวามไหวยังเป็นของจริงเลย
เจ้าของห้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ หนักใจในเรื่องนี้อย่างที่สุด
“ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเลย” เธอว่า
“แกกำลังเล่นกับไฟ อย่าหลงไปกับเปลวไฟที่กำลังเต้นระบำ มันกำลังล่อลวงให้แกเดินเข้าไปหามัน แล้วแกก็จะถูกเผาทั้งเป็น เจ็บปวด ทรมานเหมือนตาย...แต่ยังมีลมหายใจ”
“ยัยเจน...” ลิลนาครางชื่อเพื่อนรัก เจนจิราพูดอะไรอย่างนั้น ไม่หรอกน่า เธอไม่มีวันหลงไปกับคารมของเลโอ เขาต้องรักเธอและแน่นอนเธอไม่มีวันรักเขา เมื่อถึงกำหนดสามเดือนเขาก็จะไปจากที่นี่ และเธอจะได้กลับมาใช้ชีวิตแบบปกติสุขเหมือนเดิม
“ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากให้เลิกเกมพนันบ้าๆ นี่ซะ มันไม่สนุกหรอกลิล”
เจนจิราวอนขอเพื่อนรัก ลิลนาไม่เคยมีคนรัก แล้วดูเลโอสิ ช่ำชองเสียอย่างนั้น กลัวว่าลิลนาจะเสียท่าถูกล่อลวงให้ล้ำเส้นความเป็นแฟน เธอกลัวว่าเพื่อนรักจะหลงเลโอจนโงหัวไม่ขึ้น แล้วสุดท้ายก็ถูกเขาเขี่ยทิ้ง ไม่ได้รับความรักตอบ แถมยังต้องออกจากงานด้วย มันโหดร้ายเกินไป เธอไม่อยากเห็นจุดนั้น จุดที่ลิลนาต้องมีน้ำตา
“ไม่มีอะไรหรอกน่า เชื่อสิว่าฉันไม่มีวันรักเด็กนั่นหรอก ดูเขาสิ ถึงจะหล่อรวย หุ่นล่ำ แต่อย่าลืมว่าฉันเกลียดคนเจ้าชู้ ฉันไม่มีวันรักเขาหรอกน่า เชื่อสิ”
ลิลนายืนยันหนักแน่น แต่เจนจิราส่ายหน้า
“ความรักมันรุนแรง แกต้านทานไม่ไหวหรอกลิล”
“แกรู้ได้ยังไงฮึ แกก็ไม่เคยมีความรักนะยัยป้าแก่” ลิลนาแขวะเพื่อนสาว
เจนจิราแบะปาก “ฉันอ่านในนิยายมาน่ะ พิษรักมันช่างร้ายแรง ไร้ทางรักษา มีแต่รอวันตาย ตายอย่างทรมานด้วย” หญิงสาวมีขู่
ลิลนาทำหน้าขยาด แต่เธอไม่กลัวหรอกนะ ต้องลองดูกันสักตั้ง เชื่อสิว่าเธอไม่มีวันรักคนเจ้าชู้อย่างเลโอหรอกน่า
“ฉันว่าวันนี้ฉันเกงานสักวันดีกว่า” บอกเพื่อนสาวแล้วเธอก็หยิบกระเป๋าถือในลิ้นชักออกมา ดวงตามีประกายบางอย่างที่จริงจังเสียเหลือเกิน
“แกจะไปไหน ช่วยฉันอ่านต้นฉบับเลยนะ มีเมลมาเกือบครึ่งร้อยตั้งแต่ปลายเดือน ฉันยังไล่อ่านไม่หมดเลย”
เจนจิราทำหน้ามุ่ยเมื่อนึกถึงอีเมลจากนักเขียนที่ส่งต้นฉบับมาให้พิจารณา เธออ่านคนเดียวไหวนะ ถ้าไม่มากจนเกินไป
“เอาไว้ก่อนเถอะแก วันนี้ฉันจะไปทำสวย คืนนี้เลโอต้องประทับใจในความสวยของฉัน เอาให้ตะลึงตาค้างกันไปข้างเลย” ว่าแล้วก็แลไปที่แว่นสายตา ไม่ใส่ใจจะหยิบมาใส่กระเป๋า เธอจะเลิกสวมตั้งแต่วินาทีนี้แหละ
“ไหวเหรอแก แน่ใจนะว่าจะไม่เอาเจ้านี่” เพื่อนสาวยกแว่นตาให้ลิลนาดูอีกรอบ
“ไม่! ตั้งแต่วันนี้ไปฉันจะใส่คอนแท็กเลนส์” ลิลนาบอกชัดเจนแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้
เจนจิราตามเพื่อนสาวออกไป เริ่มหนักใจกับสิ่งที่เพื่อนสาวทำ จะเวิร์กแน่หรือ กลัวว่าลิลนาจะตกม้าตายตอนจบ หลงรักเลโอไปจริงๆ น่ะสิ เฮ้อ...