สองทุ่มครึ่ง คอนโดฯ ของลิลนา
เลโอสวมชุดสูทสีเดียวกับเรือนผม ยืนพิงรถยุโรปราคาแพงอยู่หน้าคอนโดฯ แห่งหนึ่ง ลิลนากำลังลงมาหาเขา หญิงสาวคงประหลาดใจเมื่อเขารู้ว่าหล่อนอยู่ที่นี่ ลิลนายังต้องประหลาดใจอีกหลายอย่างหากคิดจะทำให้เขารัก แต่เชื่อเถอะ ไม่มีวันนั้นหรอก ลิลนาอายุห่างจากเขาตั้งสามปีนะ ไม่มีทางที่เขาจะหลงรักคนแก่กว่าหรอกน่า
“รอนานไหมคะที่รัก”
เลโอหันไปตามเสียงที่ดังอยู่ข้างหลัง และลิลนาก็ทำให้เขาประหลาดใจ หล่อนสวมชุดเกาะอกสีน้ำทะเล มีผ้าพันคอผืนบางพาดที่ลำคอโดยชายหย่อนไปด้านหลัง เส้นผมที่เคยถูกตรึงอยู่เป็นนิตย์ก็ถูกปล่อยให้สยายออก รับกับพวงแก้มอิ่มสวย ริมฝีปากอิ่มตึง จมูกโด่งน่ารัก และดวงตาอันสุกสกาว ดวงตาที่ไร้ซึ่งสิ่งบดบัง...หล่อนไม่ได้สวมแว่นอีกแล้ว
“จะตะลึงอีกนานไหมคะ คุณต้องทำใจหน่อยนะที่มีแฟนสวย” ลิลนายิ้มยั่วทั้งที่ใจกำลังเต้นแรง เธอเข้าใจไม่ผิดใช่ไหม เลโอกำลังตะลึงในความงามของเธอ
“โอ...พระเจ้า ป้าลิลของผมหายไปไหนกันนี่” เขาเอ่ยแล้วเดินไปรับสาวเจ้าที่กำลังลงบันไดมา ชุดหล่อนยาวกรอมเท้าจนต้องยกกระโปรงขึ้นเล็กน้อยให้ชายไม่ระไปกับพื้นจนเกะกะการก้าวเดิน
ลิลนายิ้มขันเมื่อได้ยินวาจาของเขา
“มันอาจจะดูแปลกไปในสิ่งที่ฉันทำนะคะ แต่ฉันว่าคนที่เป็นแฟนกันก็ต้องอยากสวยให้แฟนตัวเองดูใช่ไหมล่ะ” เธอย้อนถาม
เขาพยักหน้าหงึกๆ แทนคำตอบ
“แล้วเป็นยังไงคะ ฉันสวยหรือเปล่า”
“สุดๆ ไปเลยที่รัก บาดจิตบาดใจ” เลโอกล่าวพร้อมรอยยิ้ม ดวงตาสีน้ำตาลทองยังจ้องมองแต่ลิลนา อยากจะจูบหล่อนสักครั้งแต่สถานที่ไม่อำนวยเอาเสียเลย
หญิงสาวยิ้มเขินเมื่อได้ยินอย่างนั้น ทั้งตื่นเต้นและดีใจจนหลงลืมไปว่านี่มิใช่ความสุขที่จริงแท้ ความสุขในตอนนี้มันเป็นสุขแค่ตอนที่อยู่ในเกมพนันเท่านั้น
ทั้งสองออกจากหน้าคอนโดฯ ในเวลาต่อมา เลโอพาลิลนาไปดินเนอร์ใต้แสงเทียนที่ร้านอาหารอิตาลีแห่งหนึ่งภายในโรงแรมชื่อดังกลางกรุง หญิงสาวไม่ชอบบรรยากาศหรูๆ เพราะไม่ค่อยคุ้นชินกับการวางตัว ได้แต่นั่งรับประทานอาหารไปเรื่อยๆ แม้ว่ามันจะเลี่ยนมากกว่าอร่อยก็ตาม
“เอาของหวานไหมครับที่รัก” เขาถามเมื่อเสร็จสิ้นจากอาหารคาว จิบไวน์แดงนิดหน่อยพอให้กระชุ่มกระชวย
ลิลนาส่ายหน้า จ้องมองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามแล้วอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
“คนเป็นแฟนกันต้องจริงใจใช่ไหมคะ”
“อาฮะ” เขาขานรับ วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะแล้วจ้องไปที่ลิลนา เฝ้ารอว่าหล่อนจะเอ่ยสิ่งใด
“ฉัน...ไม่โอเคกับที่นี่ คือ...มันไม่ใช่ฉัน แต่ฉันยอมรับว่านี่คือตัวตนของคุณ โอเค...คุณหล่อ คุณรวย สังคมคุณเป็นแบบนี้ ฉันเข้าใจและพยายามที่จะกลมกลืนกับมันให้มากที่สุด คุณเห็นความตั้งใจของฉันใช่ไหม”
เขาพยักหน้า จ้องมองความงามพิลาศพิไลแล้วลมหายใจก็สะดุด ไม่น่าเชื่อว่าลิลนาจะซ่อนความงดงามเอาไว้ได้เพียงเพราะแว่นสายตาหนาเตอะเพียงอันเดียว
“แล้วอะไรล่ะที่มันเป็นตัวคุณ คนรักกันต้องแชร์ความเป็นตัวตนให้กันและกันรู้ไม่ใช่หรือ นั่นเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ การศึกษาดูใจ”
“ฉันพอเข้าใจนะเลโอ แต่เชื่อเถอะว่าคุณต้องไม่ชอบการใช้ชีวิตในแบบของฉันแน่”
ลิลลาท้าทายอยู่ในที ริมฝีปากสีชาดระเรื่อแย้มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“อะไรทำให้คุณมั่นใจล่ะ” เขาย้อนถาม โน้มร่างเข้าหาอีกฝ่าย เวลานี้มีเพียงแจกันดอกไม้ใบเล็กๆ เท่านั้นที่กั้นกลางระหว่างคนทั้งคู่ โต๊ะไม่ได้ใหญ่มาก ทั้งสองจึงจ้องตากันได้อย่างชัดเจน ทำให้ลิลนาเก้อเขินจนต้องเสไปมองกุหลาบในแจกัน
“ลางสังหรณ์มั้งคะ” บอกแล้วก็ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ รสชาติห่วยบรม ไม่อร่อยสักนิด แต่ยอมรับว่าแอลกอฮอล์ที่ผสมอยู่ในนั้นช่วยลดความเก้อเขินยามที่ถูกจ้องจากดวงตาของเลโอได้ดียิ่งนัก
“งั้นเราก็ต้องพิสูจน์ ผมจะเรียกให้เขามาจัดการค่าเสียหายบนโต๊ะ แล้วเราจะได้ไปกันเสียที ผมชักอยากรู้แล้วสิว่าเดตแรกของเรา คุณจะพาผมไปไหน ไปกินอะไร และที่สำคัญ มันจะน่าประหลาดใจแค่ไหนเชียว”
เลโอเอ่ยอย่างใคร่รู้ กระดกไวน์ที่เหลือในแก้วจนเกลี้ยง ขณะที่ลิลนามองเขาแล้วยิ้มอย่างนึกสนุก เธอจะพาเขาไปกินอะไรที่ไหนดีนะ เขาจะได้จำไม่มีวันลืม แน่นอนว่าต้องเป็นตัวตนของเธอจริงๆ ตัวตนซึ่งคนที่เป็นคนรักจะต้องทำใจให้ชินหากต้องมาใช้ชีวิตร่วมกัน แต่เอ๊ะ...เธอจะจริงจังกับเกมพนันครั้งนี้มากเกินไปหรือเปล่านี่
ลิลนาเป็นคนบอกทางเมื่อทั้งสองก้าวขึ้นรถเรียบร้อย เลโอต้องบังคับพวงมาลัยรถให้กลับมาแถวๆ บริษัท ชักสงสัยแล้วว่าที่นี่มีอะไรดีลิลนาถึงได้อยากให้เขามาสัมผัส
ชายหนุ่มดับเครื่องยนต์เมื่อมาถึงร้านอาหารข้างทางแห่งหนึ่งที่ห่างไกลคำว่าหรูหราฟูฟ่า เพราะเป็นเพียงเพิงเล็กๆ ที่มีโต๊ะนั่งอยู่ด้านหน้า แม้จะดูสะอาดตาแต่ก็ไม่สวยงาม
“พระเจ้าช่วยด้วยเถอะ คุณจะพาผมลงไปกินอะไรที่นี่”
“ทำไมคะ ถึงเป็นแค่ร้านข้างถนน แต่ร้านนี้ก็สะอาด อีกอย่าง นี่เป็นไลฟ์สไตล์ของฉัน คุณพอจะลดตัวลงไปสัมผัสมันได้ไหมคะ”
คำเชิญชวนกึ่งประชดทำให้เลโอต้องก้าวลงจากรถอย่างช่วยมิได้ เขาอยากลงไปเปิดประตูให้หล่อนนะ แต่เห็นได้ชัดว่าลิลนาก้าวลงไปก่อนเขาเสียอีก ชายชุดสวยลากไปกับพื้นหล่อนยังไม่แยแสแม้แต่น้อย
“นั่งสิคะรูปหล่อ หรือต้องรอคนมาเลื่อนเก้าอี้ให้ บอกให้รู้เลยนะว่าที่นี่ไม่มี”
ลิลนาบอกแล้วยิ้ม นึกขันท่าทางเก้กังของอีกฝ่าย ดูเหมือนว่าเลโอจะไม่ชอบบรรยากาศของร้านอาหารอิสานริมทาง เขายังยืนหันซ้ายแลขวาเป็นตัวตลกให้ลูกค้าคนอื่นหันมามองแล้วหันกลับไปกระซิบกระซาบกับเพื่อนร่วมโต๊ะ
“เลโอ เลโอคะ มันนั่งได้น่า เชื่อฉัน ไว้ใจฉันสิ”
หญิงสาวบอกแล้วลุกขึ้นนิดๆ เอื้อมมือไปดึงร่างสูงให้นั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ตอนนี้ลูกค้าเกือบทุกโต๊ะหันมามองพวกเธอเป็นตาเดียว คงจะนึกขันที่เห็นสาวสวยสวมชุดราตรียาวเฟื้อยกับหนุ่มหล่อลูกครึ่งสวมชุดสูทเต็มยศมานั่งที่ร้านอาหารข้างทางแบบนี้
“ผมไม่ชินกับบรรยากาศแบบนี้ ไม่รู้สิ มัน...”
“ชู่...ฉันก็ไม่ชินกับอาหารอิตาเลี่ยนแล้วก็คอนแท็กเลนส์นี่ด้วย แต่ที่ฉันทำลงไปทุกอย่างก็เพื่อคุณ เอาละค่ะ ทีนี้คุณพอจะเสียสละเพื่อทำตัวให้ชินกับที่นี่จะได้ไหม” ถามเขาแล้วเฝ้ารอคำตอบ
เลโอจ้องมองคนตรงหน้าอย่างทึ่งๆ ลิลนามีวิธีทำให้เขาต้องยอมศิโรราบเสมอ
“โอเค...ถ้าผมท้องเสียคุณต้องดูแลผมด้วย” เขาดักทาง แต่ลิลนาส่ายหน้าดิก
“ไม่มีทาง เพราะถ้าคุณท้องเสีย ฉันก็คงนอนอยู่เตียงข้างๆ คุณนั่นแหละ คิกๆ”
คำตอบติดตลกทำเอาเลโอยิ้มได้ เขาเริ่มรู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย อาจเพราะป้าแก่คนสวยที่นั่งอยู่ตรงข้ามกระมัง บางทีลิลนาก็น่ารักนะ แม้ว่าหล่อนจะอายุมากกว่าเขาถึงสามปีก็เถอะ...ไม่สิ แค่สามปีต่างหาก
ลิลนาเริ่มสั่งอาหาร ในขณะที่เลโอหยิบช้อนกับส้อมขึ้นมาพิจารณา เขาล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดช้อนกับส้อมของตัวเอง ไม่ลืมที่จะเช็ดให้ลิลนาด้วย
หญิงสาวยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นสิ่งที่เขาทำ ดูไม่น่าเชื่อเมื่อเห็นคนอย่างเลโอกำลังทำสิ่งเล็กๆ เพื่อคนอื่น
“ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้ค่า...เขาล้างมาแล้ว ที่นี่ต้มน้ำเดือดไว้สำหรับลวกช้อนกับส้อมให้ลูกค้าโดยเฉพาะ คุณอย่ากังวลนักเลย รออร่อยกับอาหารดีกว่า รับรองว่าแซ่บ!”
ลิลนายืนยันพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้เลโอใจสั่น หญิงสาวเป็นคนสวย แต่ความสวยนั้นถูกซ่อนไว้ใต้แว่นสายตาเลนส์หนา เขามองข้ามหล่อนมาได้อย่างไรตั้งครึ่งปี ถ้าไม่มีเรื่องพนันบ้าๆ นี่ เขาคงไม่รู้ว่าตอนที่ถอดแว่นออกลิลนาจะเป็นเช่นไร ไม่ใช่ความสวยหรอกนะที่แตกต่างจนน่าค้นหา แต่นิสัยใจคอของหล่อนต่างหากที่เขาชักอยากสัมผัสให้ลึกถึงขั้วใจ
ระหว่างที่เลโอกำลังตกอยู่ในภวังค์ ส้มตำจานแรกก็ถูกนำมาเสิร์ฟ
“มาแล้วค่ะ นี่ส้มตำไทยนะ ไม่เผ็ดมาก ลองสิ” หญิงสาวตักส้มตำใส่จานให้เขาหนึ่งคำ
เลโอตักเข้าปากอย่างขลาดๆ เขาเคี้ยวอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก เมื่อเคี้ยวได้สองสามครั้งก็กลืนส้มตำคำนั้นลงท้อง ดวงตาคู่คมเบิกโตนิดๆ พยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะบอกลิลนาว่า
“เอาแบบนี้อีกจาน แต่ขอเผ็ดกว่านี้นะ”
ลิลนายิ้มกว้างเมื่อได้ฟัง และจัดการสั่งส้มตำให้พ่อลูกครึ่งรูปหล่อ ระหว่างรอส้มตำจานที่สอง อาหารอื่นๆ ก็ถูกลำเลียงขึ้นโต๊ะ ไม่ว่าจะเป็นซุบหน่อไม้ ตับหวาน น้ำตกเนื้อ หรือแม้แต่ปากเป็ดทอด อะไรที่เธอเคยรับประทานแล้วอร่อยหญิงสาวก็สั่งมาวางบนโต๊ะให้คู่เดต หวังว่าเขาจะประทับใจจนจำไม่ลืมนะ