มินตรารู้สึกอ่อนล้าและปวดร้าวไปทั่วร่างกายจนแทบ
จะยืนไม่ไหวขณะที่เธอพยายามจะลุกขึ้นธันวาก็เห็นอาการ
ของเธอและเดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว
"มินตรา คุณไม่ไหวแล้ว เดี๋ยวผมช่วย" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยก่อนที่เธอจะทันได้
ตอบอะไร ธันวาก็อุ้มเธอขึ้นอย่างเบามือและพาไปที่ห้องน้ำ
มินตราพยายามประท้วง แต่แรงของเธอก็ไม่พอที่จะขัดขืน ร่างกายเธออ่อนล้าเกินกว่าจะต้านทานได้
"ไม่ต้องฝืน ผมทำคุณเจ็บผมดูแลคุณเองนะ" ธันวาพูดขณะเปิดน้ำอุ่นให้ไหลลงมาช้าๆ เพื่อให้มินตรารู้สึกผ่อนคลายเมื่อคืนเขาอาจจะรุนแรงกับเธอไปบ้าง
ทำให้เธอถึงกับเจ็บระบมไปทั้งตัวรอยแดงเป็นจ้ำๆ ที่เขาฝากเอาไว้ตามเนินอก ผิวขาวเนียนของเธอยิ่งทำให้รอยแดงนั้นชัดเจนขึ้น
เธอเอนศีรษะพิงอกเขาหายใจแผ่วเบาแต่รู้สึกถึงความปลอดภัยในอ้อมแขนที่แข็งแกร่งธันวาค่อยๆ ประคองมินตราให้อยู่ใน
ท่าที่สบายที่สุด ใบหน้าของเธอดูซีดเซียวแต่ก็แฝงความอ่อนโยน
เขาใช้มือค่อยๆ รินน้ำอุ่นลงบนตัวเธออย่างนุ่มนวลเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกหนาวหรืออึดอัด
"คุณไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้" มินตราพยายามพูด แต่เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบจะฟังไม่ออก
"ผมบอกแล้วไง ผมทำคุณเจ็บผมต้องดูแลคุณสิ"
ธันวาพูดเบาๆ ข้างหูเธอน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วย
ความอ่อนโยนและจริงใจมินตราเริ่มรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ความเจ็บปวดที่เคยกัดกินร่างกายค่อยๆ คลายลงเมื่อ
สัมผัสกับน้ำอุ่นและการดูแลจากธันวา เธอหลับตาลงชั่วครู่ รู้สึกถึงความอบอุ่นที่เริ่มแผ่ซ่านจากภายในหัวใจ
"ขอบคุณนะคะ"
เธอเอ่ยเบาๆ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง ธันวาเพียงยิ้มบางๆ ขณะเช็ดน้ำออกจากใบหน้าเธออย่างแผ่วเบา
หลังจากที่ธันวาค่อยๆ อุ้มมินตราออกจากห้องน้ำเขาวาง
เธอลงบนเตียงอย่างเบามือก่อนจะห่มผ้าให้เธออย่างเรียบร้อย มินตรารู้สึกตัวเบาลง แต่ความอ่อนล้ายังคงหลงเหลืออยู่
ธันวานั่งลงข้างเตียง มองใบหน้าของเธอที่ดูอ่อนโยนแม้จะ
มีร่องรอยของความเหนื่อยล้า
"คุณไม่ต้องอยู่เฝ้าฉันก็ได้นะคะ" มินตราพยายามเอ่ยออกมา แม้จะรู้สึกซาบซึ้งในความห่วงใยของเขา
"ไม่เป็นไรครับ"ธันวาพูดเสียงเบา สายตาของเขามีแต่ความอ่อนโยนไม่เปลี่ยนไป
มินตรารู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากธันวาไม่ใช่แค่อุณหภูมิของร่างกาย
แต่เป็นความรู้สึกปลอดภัยที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน เขาดูแลเธอราวกับว่าเธอคือคนสำคัญที่สุดในโลกนี้
"ทำไมคุณอบอุ่นจัง" มินตราพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แววตาเธอเต็มไปด้วยความสงสัยปนความซาบซึ้ง
"เพราะผมชอบคุณมีน" เขาตอบกลับพร้อมกับยิ้มอ่อนๆ ที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น
มินตราหลับตาลง ปล่อยให้ความรู้สึกปลอดภัยและความห่วงใย
ของธันวาล้อมรอบเธอแต่เธอเอะใจ ที่เขาเรียกชื่อเล่นของเธอ
"ตะ…ตะกี้คุณเรียกฉันว่าอะไรนะ"
"มีนสาวโก๊ะที่ผมเจอเมื่อสองปีที่แล้วไง"
คำตอบของเขาทำให้หัวใจของเธอกลับรู้สึกอบอุ่นและสงบอย่างที่
ไม่เคยเป็นมากก่อนแสดงว่าเขาจำเธอได้ตั้งแต่แรกแล้วสินะ
หลังจากที่มินตราได้นอนพักจนร่างกายเริ่มดีขึ้นเล็กน้อย ธันวาก็สั่งอาหารมื้อเที่ยงมาส่งถึงห้องเขาจัดเตรียมอาหารอย่าง
เรียบร้อยบนโต๊ะเล็ก ๆ ข้างเตียงมีกับข้าวที่เธอชอบและยังไม่ลืม
ที่จะสั่งกาแฟเย็นมาให้เธออีกแก้วซึ่งเธอมักจะดื่มประจำ
ในยามบ่าย"ผมรู้ว่าคุณชอบดื่มกาแฟเย็นทานข้าวกันเถอะ
ผมหิวแล้ว"ธันวาพูดขณะยกถาดอาหารมาให้เธอมินตรามอง
ถาดอาหารและกาแฟแก้วโปรดที่อยู่ตรงหน้ารู้สึกถึงความใส่ใจ
ที่เขามีให้ แม้เธอจะยังรู้สึกอ่อนเพลียแต่ก็อดยิ้มบาง ๆ ไม่ได้
"ขอบคุณค่ะวา"เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล"
ก็ผมคอยสังเกตคุณตลอดไง"
ธันวายิ้มพลางนั่งลงข้าง ๆ มินตรายกแก้วกาแฟเย็นขึ้นจิบความหอมและความเย็น
ของมันช่วยทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นเล็กน้อยเธอค่อย ๆ ทานอาหารที่ธันวาสั่งมาอย่างช้า ๆ ขณะที่เขายังนั่งอยู่ข้าง ๆ คอยดูแลไม่ห่าง
"ผมดีใจนะที่คุณเริ่มดีขึ้น" ธันวาพูดพลางยิ้มให้เธอ
มินตรามองเขาและรับรู้ถึงความจริงใจที่เขามีให้ เธอไม่เคยรู้สึกว่ามีใครที่เข้าใจและดูแลเธอได้ดีเท่านี้มาก่อน
มินตราจิบกาแฟเย็นอีกครั้ง ก่อนหันมามองหน้าธันวา ใบหน้าของเธอมีความสงสัยปนเปกับความนุ่มนวล
"คุณจำฉันได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ?" มินตราถาม น้ำเสียงเธอแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความอยากรู้
ธันวาหยุดชั่วครู่ มองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอเหมือนจะ
ย้อนนึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา เขายิ้มเบา ๆ ก่อนตอบ
"ผมจำคุณได้ตั้งแต่วันแรกที่คุณเข้า
มาทำงานแล้วล่ะ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น
"คุณอาจจะไม่สังเกต แต่ผมสังเกตคุณมาตลอด ไม่ใช่แค่ในฐานะเลขา แต่ในฐานะคนที่ผมสนใจมาตลอด"
มินตรารู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นเธอไม่เคยรู้ว่าธันวาใส่ใจและสังเกตเธอมาตลอดแบบนี้
"จริงเหรอคะ? ฉันไม่เคยรู้เลย"
เธอถามอย่างไม่แน่ใจ แต่ในแววตาเริ่มมีความอบอุ่นซ่อนอยู่
"จริงสิ ทุกครั้งที่คุณทำงานหนักหรือดื่มกาแฟแก้วเดิม ผมก็สังเกตทุกอย่าง คุณไม่เคยออกจากสายตาผมเลย"
ธันวาตอบพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนมินตรารู้สึกถึงความจริงใจ
ที่แผ่ออกมาจากคำพูดของเขาเธอไม่เคยคิดว่าคนที่ดูห่างไกลอย่างธันวาจะให้ความสำคัญกับเธอถึงเพียงนี้มินตรารู้สึกตื้นตัน
จนหัวใจพองโต น้ำตาคลอเบ้าอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอพยายามกลั้นไว้แต่ความรู้สึกซาบซึ้งและความอบอุ่นในใจมันมากเกินกว่าจะเก็บซ่อน
"คุณยังจำฉันได้ตลอดเวลาแบบนี้" เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยขณะที่พูดธันวามองเธอด้วย
ความอ่อนโยนเขายื่นมือมาเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตา
ของเธออย่างเบามือสายตาเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย
"แน่นอนสิ ผมจะลืมคุณได้ยังไงล่ะ"
ธันวาพูดเบาๆ
"คุณสำคัญกับผมมากกว่าที่คุณคิด"
มินตรายิ้มทั้งน้ำตา หัวใจเธอเต้นแรงด้วยความรู้สึกที่
ถาโถมเข้ามาอย่างไม่คาดคิดความอ่อนแอและความเหนื่อยล้า
ที่เธอรู้สึกก่อนหน้านี้เหมือนถูกชดเชยด้วยความห่วงใยและ
ความรักที่ธันวามอบให้
"ขอบคุณนะคะที่ไม่เคยลืมฉัน" เธอกล่าวเบาๆ พร้อมกับมองหน้าเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหมายธันวากระชับมือเธอไว้แน่น ราวกับจะบอกให้รู้ว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ