เช้าวันถัดมาธันวาเรียกมินตราเข้ามาพบในห้องทำงาน
"คุณธันวามีงานอะไรจะให้ฉันทำเพิ่มเหรอคะ"
เสียงของหญิงสาวดังขึ้น ธันวาละสายตาจากแฟ้มพร้อมกับเงยหน้ามองใบหน้าขาวละมุนของมินตรา
ใบหน้าที่เขาเฝ้าคิดถึงตลอดสองปีที่ผ่านมา
"วันศุกร์นี้คุณต้องไปกินเลี้ยงกับผม"
"ห่ะ!ฉันต้องไปด้วยเหรอคะ!"
มินตราถามเขาเพื่อให้แน่ใจ
"คุณเป็นเลขาผมคุณต้องไปสิ อย่าลืมเตรียมตัวละ"
มินตราอึ้งไปเล็กน้อยหลังได้ยินคำตอบจากเขา เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะต้องไปงานเลี้ยงด้วย
ความคิดมากมายวิ่งพล่านในหัว แต่สุดท้ายเธอก็ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนตอบกลับ
"เข้าใจแล้วค่ะฉันจะเตรียมตัวให้พร้อม"
เธอพยายามซ่อนความกังวลในน้ำเสียง แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความสงสัยว่าเหตุใดเขาถึงต้องการให้เธอไปด้วย...
ค่ำคืนในห้องจัดเลี้ยงหรูหราเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาของนักธุรกิจที่มาเข้าร่วมงานเลี้ยงระหว่างบริษัท
ธันวายืนอยู่ในชุดสูทสีดำเรียบหรูและใบหน้าที่นิ่งขรึม เขามักจะไม่ชอบงานเลี้ยงสังสรรค์
แต่วันนี้จำเป็นต้องมาเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับคู่ค้ารายใหญ่ และที่สำคัญเขามาพร้อมกับมินตรา
เลขาสาวโก๊ะที่ทำให้ทุกอย่างดูวุ่นวายได้ตลอดเวลา
มินตราเองก็อยู่ในชุดเดรสยาวสีฟ้าอ่อน ดูสวยเรียบง่ายจนดึงดูดสายตาหลายคู่ในงาน
ทว่าเธอกลับประหม่าเล็กน้อยเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอเข้าร่วมงานเลี้ยงระดับใหญ่แบบนี้
หลังจากทักทายและพูดคุยกับคู่ค้าหลายคน นายธันวาก็หันมาสนใจมินตราที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยคุ้นชินกับบรรยากาศเช่นนี้
"คุณโอเคไหม?" เขาถามเสียงเรียบ แต่มินตรารู้สึกได้ถึงความเป็นห่วงเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงนั้น
"โอเคค่ะ แต่ดูเหมือนจะเกร็งๆ นิดหน่อยค่ะ" เธอตอบพร้อมยิ้มแห้งๆ
ก่อนที่ทั้งสองจะได้พูดอะไรกันต่อ คู่ค้าคนหนึ่งเดินเข้ามา เป็นชายวัยกลางคนที่ดูท่าทางเป็นกันเอง
แต่ก็แฝงความเจ้าเล่ห์อยู่ในแววตา
"คุณมินตราใช่ไหมครับ ยินดีที่ได้พบคุณ ผมได้ยินว่าคุณเป็นมือขวาคนใหม่ของคุณธันวา"
"ผมเลยอยากเชิญคุณดื่มสักหน่อย เพื่อให้เราสนิทกันมากขึ้น"
เขาพูดพลางยื่นแก้วไวน์มาให้มินตรา
มินตรายิ้มเกร็งๆ "เอ่อฉันไม่ค่อยถนัดเรื่องดื่มค่ะ"
"โอ้ ไม่ต้องห่วง คุณธันวาไม่ว่าอะไรหรอกจริงไหมครับ"
ชายคนนั้นหันไปมองธันวาด้วยท่าทางกดดันเล็กๆ
ธันวามองมินตราด้วยแววตาที่แสดงถึงความลังเล แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไร
มินตราก็ยิ้มและรับแก้วไวน์มาจิบเล็กน้อยเพื่อไม่ให้บรรยากาศเสีย
แต่เรื่องไม่ได้จบแค่นั้น คู่ค้าคนอื่นๆ เริ่มเข้ามาร่วมวงและยื่นแก้วเครื่องดื่มให้มินตราอีกหลายแก้ว
บางคนยืนยันว่าเป็นธรรมเนียมที่ผู้หญิงควรจะดื่มกับคู่ค้าเพื่อมิตรภาพที่ดี
ธันวารู้สึกไม่พอใจ แต่ก็ไม่อยากทำให้บรรยากาศในงานตึงเครียด เขาคอยมองมินตราตลอดเวลา
จนในที่สุด มินตราก็เริ่มเมา หน้าแดงและหัวเราะเบาๆ อย่างคนที่เริ่มจะเสียการควบคุม
"คุณมินตราพอแล้ว" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบและดึงแก้วออกจากมือเธอ
"เจ้านายยย ฉันไหวค่ะ! ไหวมากๆ เลย" มินตราหัวเราะเบาๆ แต่เสียงเริ่มอ้อแอ้และเซไปมา
ธันวาถอนหายใจและโอบแขนรอบตัวเธอเบาๆ พยุงตัวเธอขึ้น
"เรากลับกันดีกว่า"
ธันวาพามินตราออกมาจากงานเลี้ยงด้วยใบหน้าที่นิ่งขรึม เขาไม่ค่อยพอใจนักที่เห็นเธอโดนกดดันให้ดื่ม
เขาพยุงมินตราขึ้นรถและนั่งเงียบๆ ขณะที่เธอพึมพำและพูดไม่หยุดเพราะความเมา
"คุณธันวาทำไมคุณต้องดูจริงจังตลอดเลยคะ? บางทีคุณน่าจะหัวเราะบ้างนะ ฮ่าฮ่า! แบบนี้ไง!"
มินตราเลียนแบบการหัวเราะของเขาในคืนนั้นเมื่อสองปีที่ผ่านมา แต่กลับดูตลกไปหมด
ธันวาหลุดหัวเราะเบาๆ อย่างห้ามไม่อยู่
"คุณนี่เวลาเมายิ่งโก๊ะกว่าเดิมอีกนะ"
มินตราหันมามองเขาและจ้องอยู่นาน ก่อนจะพูดเบาๆ ด้วยเสียงที่เปลี่ยนไป
"เจ้านายคุณรู้ไหม ฉันชอบคุณนะ"
"แต่คุณใจร้ายจังผ่านมาสองปี คุณกลับจำฉันไม่ได้เลย"
"แต่เป็นฉันที่จำคุณคิดถึงคุณได้ไม่เคยลืมเลยสักครั้งเดียว"
ธันวาชะงัก หันมองเธอทันที มินตราเริ่มเอียงตัวนอนพิงเขาโดยไม่รู้ตัว เธอคงจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองพูดอะไรออกมา
"คุณมินตรา" ธันวาพึมพำเบาๆ แต่แล้วก็ยิ้มบางๆ ขณะที่เขามองเธอที่หลับไปเรียบร้อยในอ้อมแขน
แม้ความวุ่นวายของเธอจะทำให้เขาปวดหัวอยู่บ่อยครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนในคืนนี้คือ
ความรู้สึกที่เขามีต่อมินตราไม่ใช่แค่เรื่องงานอีกต่อไปความรู้สึกของเขาที่เฝ้าคิดถึงเธอมาตลอดสองปี
แต่เขาอยากแกล้งเธอทำเป็นจำเธอไม่ได้ อยากพิสูจน์ว่าเธอคิดถึงเขาเหมือนที่เขาเฝ้าคิดถึงเธอไหม
หลังจากงานเลี้ยงจบลง ธันวาพามินตราที่เมาไม่ได้สติกลับมาที่คอนโดของเขา
เพราะเขาไม่มั่นใจว่าถ้าพาเธอกลับห้องเอง เธอจะปลอดภัยหรือเปล่า ขณะเปิดประตูห้อง เขาอุ้มเธอขึ้นเบาๆ
แม้มินตราจะเมาหนัก แต่เธอก็ยังคงพูดพึมพำเล็กๆ น้อยๆ ในแบบที่ทำให้เขาอดยิ้มไม่ได้
"เจ้านายทำไมคุณถึงอบอุ่นจังนะฉ้านคิดถึงคุณมากรู้ไหม"
เธอพูดเบาๆ ขณะที่หลับตาอยู่ในอ้อมแขนของเขา
ธันวาวางเธอลงบนโซฟาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะนั่งลงข้างๆ และมองใบหน้าที่แดงเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ของเธอ
เขาถอนหายใจเบาๆ รู้สึกขัดใจตัวเองที่แม้แต่ในช่วงเวลานี้ เขายังอดห่วงใยเธอไม่ได้
"มินตราคุณควรจะพักนะ" เขาพูดเบาๆ ขณะค่อยๆ หยิบผ้าห่มมาคลุมให้เธอ
แต่แทนที่เธอจะหลับไป เธอกลับคว้าแขนเขาไว้ และลืมตาขึ้นมามองเขาอย่างมึนงงและเศร้าๆ
"ธันวาฉัน...ฉันชอบคุณจริงๆ นะ"
ธันวาหยุดนิ่ง ใจเขาเต้นแรงขึ้น เขารู้ดีว่ามินตราพูดเพราะเมา แต่คำพูดนั้นกลับทำให้เขารู้สึกสะท้อนในใจ
"มินตรา" เขาพึมพำ แต่มินตรากลับขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นจนเขาสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่อุ่นร้อนของเธอ
"ฉันพูดจริงๆ นะ" มินตรากระซิบก่อนจะดึงเขาเข้ามาใกล้ ริมฝีปากของเธอสัมผัสริมฝีปากของเขาอย่างเบาๆ
ธันวาชะงักในตอนแรก แต่ความรู้สึกที่เก็บซ่อนไว้ในใจมาตลอดก็ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างช้าๆ
เขาจูบตอบกลับไปอย่างนุ่มนวล ความอบอุ่นแผ่ซ่านในทุกสัมผัสระหว่างเขาและเธอ
ทุกอย่างในคืนนั้นเป็นไปอย่างลึกซึ้งและอ่อนโยน ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความวุ่นวายของพวกเขาทั้งคู่