“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้แย่งไอ้สวะนั่นมาจากน้องสาวคุณ แต่น้องสาวคุณต่างหากที่แย่งมันไปจากฉัน”
“เธอคิดว่าฉันจะเชื่อเด็กใจแตกที่หนีออกจากบ้านตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสิบแปดอย่างเธอหรือไง ฮะ!!”
“ฉันไม่ได้หนี แม่คุณกับน้องสาวคุณต่างหากที่บีบบังคับจนฉันทนไม่ไหว” เธอเค้นเสียงรอดไรฟันออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำด้วยแววตาที่แดงก่ำ แต่แล้วยังไง เห็นน้ำตาเธอแล้วคิดว่าเขาจะเชื่องั้นเหรอ
“หยุดใส่ร้ายแม่กับน้องฉันซะที คนอย่างเธอมันโกหกได้ทุกอย่างนั่นแหละ” โกหกเหรอ เธอเหรอที่โกหกเขา โกหกอะไรกัน คนที่โกหกคือเขาต่างหาก
“แล้วคุณต่างอะไรไปจากฉัน ทั้งที่มีคู่หมั้นอยู่แล้วแต่ก็ยังให้ความหวังฉัน บอกให้ฉันรอ เพื่ออะไร เห็นฉันโง่มากหรือไง”
“อย่าเอาเรื่องนี้มาอ้าง เธอแรดเองต่างหาก ทำไม? มันคันมากหรือว่ายังไงถึงได้…” เพี้ยะ!! ฝ่ามือเล็กตบเข้าหน้าของอีกฝ่ายเพราะทนกับคำพูดจาดูถูกเหยียดหยามของเขาไม่ไหว คำก็ใจแตก สองคำก็ร่าน เขามันไม่ได้รู้อะไรจริงสักอย่างเลยด้วยซ้ำ
พรึบ!!!
“อย่าคิดว่าฉันเคยรักเธอมากแล้วจะไม่กล้าทำอะไรเธอนะ” มือหนาจับไหล่มนทั้งสองข้างของเธอกดไปกับประตูรถยนต์อย่างแรง แววตาที่เคยมองเธออย่างหวานซึ้งเหลือเพียงความเกลียดชังและเคียดแค้น
“เอาสิ เอาเลย อยากจะทำอะไรก็ทำเลยสิคะ” ดวงตาคู่สวยมองจ้องเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว ใช่สิ ในเมื่อเขาเชื่อว่าเธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้น้องสาวของเขาฆ่าตัวตายไปแล้วหนิ คำพูดของเธอตอนนี้จะมีความหมายอะไร
“อย่าท้าฉันนะ”
“ฉันไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว”
“หึ นั่นสินะ ผู้หญิงสกปรกและน่าขยะแขยงอย่างเธอไร้ค่าจะตายมันจะมีอะไรให้เสียอีกละ” คำพูดแต่ละคำที่เขาพ่นออกมาเป็นเหมือนมีดแหลมคมที่กรีดลงกลางใจเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันทั้งเจ็บและทรมานจนแทบทนต่อบาดแผลไม่ไหว
“ทำไมคนที่คิดสั้นแล้วตายๆ ไปถึงไม่เป็นเธอ” มือหนายกขึ้นมาบีบคางมนอย่างแรงจนใบหน้าสวยเหยเกด้วยความเจ็บ
“มานี่!! กราบขอขมาศพน้องสาวฉันซะ”
“ไม่!! ฉันไม่ทำ เพราะฉันไม่ได้ผิด” เธอสะบัดแขนออกจากมือของเขาที่กำลังลากเธอไปยังเจดีย์ใส่อัฐิของน้องสาวเขา
“มาถึงขนาดนี้แล้วยังไม่คิดจะยอมรับหรือไง!!”
“ใช่!! เพราะจริงๆ แล้วน้องสาวคุณต่างหากที่ต้องลุกขึ้นมากราบขอขมาฉัน”
“นี่เธอ!! จะเอาแบบนี้ใช่ไหม ได้!!” คิดว่าเขาจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ เหรอ ไม่มีทางหรอก
แขนเรียวถูกเขาฉุดกระชากให้เดินตามอีกครั้งอย่างแรงแม้ว่าเธอจะพยายามสะบัดหรือแกะมือเขาออกยังไงก็ไม่เป็นผล ลำพังแรงผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอจะสู้แรงผู้ชายตัวสูงใหญ่ได้ยังไง
พรึบ!!
“กราบขอขมารินซะ” พอถึงเจดีย์ที่ใส่อัฐิ มือหนาจึงกดไหล่ของเธอให้นั่งคุกเข่าลง
“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้แย่งแฟนของน้องสาวคุณ”
“กราบ!!!”
มือทั้งสองข้างของเธอกำหมัดแน่น ทั้งที่เธอไม่ได้ผิดแต่เขาก็ยังพยายามจะยัดเหยียดความผิดนั้นให้เธอ หึ น่าขันสิ้นดี
ใบหน้าสวยหันไปมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังตัวเองก่อนจะเอ่ยประโยคหนึ่งออกมา
“ที่ฉันยอมกราบเพราะฉันขออโหสิกรรมให้น้องสาวคุณแต่ไม่ใช่ว่าฉันยอมรับผิด เกิดชาติหน้าจะได้ไม่มีเวรมีกรรมต่อกันอีก” พูดจบสองมือเล็กที่ประนมอยู่ระหว่างอกจึงค่อยๆ กราบลงที่หน้าเจดีย์หนึ่งครั้งอย่างจำใจก่อนจะลุกขึ้นมาหันไปเผชิญหน้าถามเขา
“พอใจหรือยัง”
“หึ จะให้ฉันพอใจกับอะไร ต่อให้เธอกราบเป็นร้อยๆ ครั้งรินก็ไม่มีทางฟื้นขึ้นมาอยู่ดี”
“คิดว่าฉันจะยอมกราบน้องคุณเป็นครั้งที่สองหรือไง”
“งั้นก็ไปซะ ไปให้พ้นจากชีวิตฉัน อย่าได้เจอกันอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะทำลายชีวิตของเธอให้ทุกข์ทรมานเหมือนตายทั้งเป็นแน่”
“ค่ะ ฉันเองก็ไม่คิดที่จะเจอหน้าคุณอีกเหมือนกัน” สิ้นประโยคเธอจึงเป็นฝ่ายหันหลังเดินออกมาจากตรงนั้นทันที เขาจะรู้ไหมว่าก่อนหน้านี้เธอพยายามอดกลั้นน้ำตาเอาไว้มากแค่ไหน
มือเล็กยกขึ้นกุมหน้าอกด้านซ้ายของตัวเองเอาไว้จนเสื้อที่ใส่ยับยู่ยี่ เธอพึมพำประโยคสุดท้ายออกมาเสียงแผ่วเบาว่า “ลาก่อนพี่ซัน”