ตอนที่ 2: ข้อเสนอที่ไม่มีใครปฏิเสธได้

2109 Words
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมไลท์วูดส์ต้อนรับหกเมื่อก้าวเข้าไปในห้อง 610 ไม่เหมือนห้องว่างเปล่าของเขา ห้องนี้เต็มไปด้วยชีวิตชีวา—หนังสือวางกองอยู่บนโซฟา หมอนรูปสัตว์น่ารักๆ สองสามใบ พืชต้นเล็กในกระถางเซรามิก และโปสเตอร์ภาพยนตร์ติดผนังหลายเรื่องที่หกจำไม่ได้ “ขอโทษนะครับ หน่อยยุ่งๆ อยู่” เก้าพูดพลางเก็บเสื้อแจ็กเก็ตที่พาดอยู่บนเก้าอี้ “นั่งก่อนได้เลยครับ” หกพยักหน้าและนั่งลงบนโซฟาที่อ่อนนุ่มเกินคาด เขามองรอบห้องอย่างรวดเร็ว ในใจกำลังเรียงร้อยประโยคที่จะพูด แต่ทุกประโยคฟังดูยิ่งบ้าบิ่นขึ้นทุกที “อยากได้น้ำอะไรไหมครับ?” เก้าถามจากในครัวเล็ก “ไม่เป็นไรครับ” หกตอบสั้นๆ เก้ากลับมาพร้อมกับน้ำสองแก้ว เขานั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้าม หก “ไหนครับ ว่ามีเรื่องจะขอร้อง?” หกดื่มน้ำหนึ่งอึกเพื่อเก็บสติ “ผมจะเล่าให้ฟังเลยนะครับ แต่อยากให้คุณฟังจนจบก่อนตัดสินใจ” “โอเค...” เก้าพยักหน้า สีหน้าที่เอ็นดูแต่ก็ตั้งใจฟัง หกเริ่มเล่า ตั้งแต่แรงกดดันของแม่ การย้ายเข้ามาในคอนโด การโกหกเรื่องมีแฟนในโมเมนต์สิ้นหวัง การชี้รูปเซลฟี่ที่มีเก้าอยู่ในพื้นหลัง และที่สุด—คำขาดของแม่ที่จะพบ“เก้าตัวจริง”ในวันรุ่งขึ้น “...และถ้าไม่มีคุณไปมื้อเย็นด้วยพรุ่งนี้ แม่ก็จะจัดให้ผมนัดพบสาวเภสัชกรคนแรกในวันศุกร์” หกสรุป “ซึ่งผมไม่อยากพบเลย” ความเงียบเกิดขึ้นในห้องเป็นเวลาเกือบสิบนาทีที่หกเล่า เก้าเงียบไปโดยสิ้นเชิง ใบหน้าเปลี่ยนจากความเอ็นดู เป็นความประหลาดใจ กลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง แล้วก็เป็นสีหน้าครุ่นคิด “ขอผมดูรูปหน่อยได้ไหมครับ?” เก้าขอ หกส่งโทรศัพท์ให้ เก้ามองรูปอย่างพินิจพิเคราะห์ “นี่คือรูปที่ร้าน Blue Monday ใช่ไหมครับ? ผมไปซื้อกาแฟตอนเช้า” “ใช่ครับ” หกพยักหน้า “ผมยืนต่อคิวอยู่หลังคุณ” “แล้วคุณก็ถ่ายเซลฟี่โดยไม่ได้สังเกตว่าผมอยู่เบื้องหลัง” เก้ายิ้มกว้างขึ้น “นั่นคือตอนที่ผมกำลังขอให้เคี้ยวนมฟองเต้าหู้เพิ่มให้ ฟองเต้าหู้สำคัญมากสำหรับกาแฟเย็นนะครับ” หกอดยิ้มไม่ได้กับความจริงจังเรื่องฟองเต้าหู้ของเก้า “แล้ว... คุณคิดยังไง?” เก้าวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะกาแฟ ค่อยๆ ยกน้ำขึ้นดื่ม “คุณหกครับ คุณรู้ไหมว่าผมเป็นใคร?” “คุณชื่อเก้า อยู่ห้องข้างๆ” หกตอบ “ใช่แล้ว” เก้าเงยหน้ามองเขา “แต่คุณรู้ไหมว่าผมทำงานอะไร?” “นักแสดง... ใช่ไหม?” หกมองไปที่โปสเตอร์ภาพยนตร์ “ใช่ครับ” เก้ายืนขึ้นและเดินไปที่ชั้นหนังสือ หยิบนิตยสารเล่มหนึ่งมา “ผมเป็นนักแสดงหน้าใหม่ กำลังมีงานเข้ามาเรื่อยๆ ตอนนี้มีซีรีส์ที่กำลังออกอากาศ และมีภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่กำลังถ่าย” หกมองรูปเก้าบนปกนิตยสาร—เขายิ้มสดใสในสูทสีอ่อน ดูเรียบร้อยและเป็นมิตร “ปัญหาของผมคือ” เก้าเริ่มพูดต่อ “ว่าผมมีภาพลักษณ์ ‘เด็กดี’ เกินไป ผู้จัดการบอกว่าผมดูใสบริสุทธิ์ เรียบร้อย น่ารัก... ซึ่งดีสำหรับงานบางประเภท แต่ทำให้ขาดความน่าสนใจในสายตาผู้ชมบางกลุ่ม” หกพยักหน้าให้กำลังใจ แต่ยังไม่เข้าใจว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องอย่างไร “พี่ผู้จัดการของผมบอกว่า ถ้าผมมีข่าวเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ร้ายแรง แต่สร้างความสนใจได้บ้าง ก็จะดีสำหรับภาพลักษณ์” เก้านั่งลงใกล้หกมากขึ้น “ข่าวแบบ... ความรักในชีวิตจริงน่ะครับ” หกเริ่มเข้าใจ “คุณหมายความว่า...” “ข้อเสนอของผมคือ” เก้าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผมจะช่วยคุณแสดงเป็นแฟนปลอมให้แม่คุณพึงพอใจ... ในขณะที่ข่าวว่าผมมีแฟนจะช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับภาพลักษณ์ของผม” หกจ้องมองเก้า ไม่แน่ใจว่าได้ยินถูกหรือไม่ “คุณ... คุณจะช่วยผม?” “ใช่” เก้ายิ้ม “แต่มันต้องดูสมจริง เราไม่สามารถให้แม่คุณรู้ว่าเราแค่แกล้งกัน” “แล้วเราจะทำยังไง?” หกถาม “เราต้องวางแผน” เก้าลุกขึ้นไปหยิบสมุดกับปากกามา “ก่อนอื่น เราเริ่มจากข้อมูลพื้นฐานกันก่อน” เก้าเปิดสมุดที่หน้าเปล่า เขียนหัวข้อ: ข้อมูลสำหรับการแกล้งเป็นแฟน 1. เราเจอกันได้ยังไง? “เราเจอกันที่ร้าน Blue Monday” หกเสนอ “คุณมาขอฟองเต้าหู้เพิ่ม แล้วผมแนะนำให้ลองใส่ไซรัปอัลมอนด์ด้วย” เก้าขำเล็กน้อย “นั่นฟังดูดีนะครับ โรแมนติกพอเหมาะ” 2. คบกันมานานแค่ไหน? “หนึ่งเดือนพอดี” เก้าบอก “ระยะเวลาที่ไม่นานเกินไปจนแม่คุณควรรู้จักผม แต่ก็ไม่สั้นเกินไป” 3. นิสัยของกันและกันที่ชอบ? “ผมชอบรอยยิ้มของคุณ” หกพูดออกมาโดยไม่ได้คิด แล้วก็รู้สึกเขินทันที “คือ... คุณดูเป็นคนร่าเริง” “ส่วนผมชอบความจริงจังของคุณ” เก้าพยักหน้า “คุณดูเป็นคนตรงไปตรงมา น่าเชื่อถือ” 4. จะอธิบายว่าทำไมไม่มีรูปด้วยกัน? “นี่เป็นปัญหาใหญ่” หกบอก “แม่จะสงสัยแน่ๆ ถ้าเราบอกว่าไม่มีรูปด้วยกันเลย” เก้าคิดครู่ “เราถ่ายรูปกันตอนนี้เลยไหม?” หกตกใจ “อะไรนะ?” “แม่คุณเห็นรูปแล้วจะเชื่อ” เก้าลุกขึ้น “เดี๋ยวนะ ผมหาสติกกิ้บคาเมร่ามา” ไม่ถึงห้านาทีต่อมา ทั้งสองก็ยืนอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำของเก้า เก้าถือสติกกิ้งคาเมร่าแบบขยายได้ “วางแขนบนไหล่ผมสิครับ” เก้าบอก หกทำตามอย่าง awkward มาก “ผ่อนคลายหน่อยครับ คุณหก เรากำลังแกล้งเป็นแฟนกัน ไม่ใช่ถูกจับเป็นตัวประกัน” เก้าพูดด้วยน้ำเสียงขำๆ “ผมไม่ถนัดเรื่องถ่ายรูป” หกบอก “แล้วนี่ล่ะ?” เก้าหันมาหาเขาและทำท่าทางเหมือนกำลังพูดอะไรเบาๆ ให้เขาฟัง ซึ่งในรูปจะดูเหมือนกำลังกระซิบอะไรหวานๆ “สาม... สอง... หนึ่ง...” เก้ากดชัตเตอร์ เขาตรวจสอบรูปในกล้อง “โอเค รูปนี้ใช้ได้เลย คุณดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นแล้ว” หกมองไปที่รูปบนหน้าจอ—เขาดูแปลกๆ แต่เก้าดูเป็นธรรมชาติสมบทบาทนักแสดงมาก “เราควรถ่ายอีกสองสามรูป” เก้าพูด “มีรูปในสถานการณ์ต่างๆ กันแม่สงสัย” อีกสิบนาทีต่อมา พวกเขามีรูปเซลฟี่ด้วยกันสามรูป: รูปหนึ่งที่ครัวราวกับกำลังทำอาหารด้วยกัน (โดยใช้มะเขือเทศและไข่จากตู้เย็นของเก้าเป็นพร็อพ) อีกรูปบนโซฟาเหมือนกำลังดูหนัง และรูปสุดท้ายที่ระเบียงโดยมีวิวเมืองเป็นพื้นหลัง “ดีมาก” เก้าเก็บกล้องไว้ “พรุ่งนี้ผมจะสวมเสื้อสีฟ้าอ่อนกับกางเกงขาสีเบจ แบบที่ผมใส่ในรูปที่สามนี้” “ผมควรใส่สีอะไร?” หกถาม “อะไรก็ได้ที่ดูสบายๆ แต่ดูดี” เก้าแนะนำ “เราต้องดูว่าคู่กัน” หกพยักหน้า เขาเริ่มรู้สึกมั่นใจขึ้นเล็กน้อย “แล้วเราควรมี ‘เรื่องเล่า’ ร่วมกันไหม? อย่างเช่น เราเคยไปไหนมาด้วยกัน?” “ดีมาก!” เก้าตื่นเต้น “เราไปดูหนังมาแล้วครั้งหนึ่ง เรื่องอะไรดี?” “เรื่องที่คุณแสดง?” หกเสนอ “ไม่ดี” เก้าส่ายหัว “เราควรเลือกเรื่องที่กำลังฉายเมื่อเดือนที่แล้ว... เออ เรื่อง ‘รักลวงหลาก’ ดีไหม?” “พอดีผมไปดูมา” หกบอก “ดีเลย! เราก็เลยมีเรื่องคุยได้” เก้าจดลงสมุด “และเราควรมีเพลงโปรดร่วมกัน” “เพลง?” “ใช่ แฟนส่วนมากมีเพลงที่ฟังด้วยกัน” เก้าพูด “ผมชอบเพลง ‘แสงสุดท้าย’ ของวงฟ้าสาง” “ผมก็ชอบวงนั้น” หกพูดอย่างจริงใจ “โอ้! จริงเหรอ?” เก้ายิ้มกว้าง “ดีเลย เราเริ่มมีอะไรร่วมกันแล้วจริงๆ” หกมองเก้าที่กำลังจดบันทึกอย่างขมีขมัน เขารู้สึกซาบซึ้งใจที่เก้าทุ่มเทกับการวางแผนเรื่องนี้ “คุณ... คุณไม่คิดว่าผมบ้าหรือ?” หกถามเสียงต่ำ เก้าหยุดเขียน มองขึ้นมา “ถ้าคุณหมายความว่าการโกหกแม่ว่ามีแฟนเพราะถูกกดดัน บ้าหน่อยๆ ครับ” หกหน้าตก “แต่!” เก้าพูดต่อ “ทุกคนมีวิธีจัดการกับความกดดันจากครอบครัวแตกต่างกัน ครอบครัวผมก็กดดันเรื่องอาชีพเหมือนกัน พวกเขาอยากให้ผมเป็นแพทย์ ไม่ใช่นักแสดง” หกพยักหน้าเข้าใจ “แล้วคุณจัดการยังไง?” “ผมทำตามความฝันของตัวเอง” เก้าพูด “แต่ก็ต้องหาทางประนีประนอมด้วย บางครั้งการแสดงก็เป็นทางออกที่สร้างสรรค์” “นี่ไม่ใช่การแสดงธรรมดานะ” หกบอก “ใช่ มันซับซ้อนกว่า” เก้ายอมรับ “แต่หลักการเดียวกัน—เราเล่นบทบาทเพื่อบรรลุเป้าหมาย” เขาปิดสมุด “เรามาวางกฎพื้นฐานกันดีกว่า” กฎสำหรับการแกล้งเป็นแฟน 1. ห้ามมีความสัมพันธ์จริง: นี่คือการแสดงเท่านั้น 2. เคารพขอบเขตส่วนตัว: ไม่เข้าห้องกันโดยไม่ได้รับอนุญาต 3. ซื่อสัตย์ต่อกัน: บอกกันทันทีถ้ามีปัญหา 4. สื่อสาร: พูดคุยกันก่อนถ้าต้องแสดงท่าทีใกล้ชิด 5. กำหนดเวลาสิ้นสุด: หนึ่งเดือนพอดี หลังจากนั้นเราจะบอกว่าเลิกกันเพราะอะไรบางอย่าง หกอ่านกฎแล้วรู้สึกโล่งใจที่เก้าคิดถึงประเด็นเหล่านี้ “หนึ่งเดือน...” “พอดีแล้ว” เก้าพูด “หลังจากนั้น แม่คุณอาจเบื่อหน่ายกับการถามเรื่องแต่งงานไปชั่วขณะหนึ่ง และข่าวว่าผมมีแฟนแล้วก็จะช่วยภาพลักษณ์ของผมได้” “แล้วเราจะ ‘เลิก’ กันยังไง?” หกถาม “เราคิดเรื่องนั้นในอีกสามสัปดาห์” เก้าเสนอ “ตอนนี้เรามาเตรียมตัวสำหรับพรุ่งนี้ดีกว่า” พวกเขาใช้เวลาอีกชั่วโมงในการเตรียมการ—ฝึกตอบคำถามที่แม่หกอาจถาม สร้างเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ร่วมกัน และวางแผนการแสดง “มีเรื่องนึง” หกพูดขึ้นทันใด “แม่ชอบถามเรื่องอนาคต เรื่องแต่งงาน...” “เราบอกว่าเรายังไม่คุยกันถึงเรื่องนั้น เพราะคบกันมาไม่นาน” เก้าตอบทันที “แต่เรารู้สึกดีกับสิ่งที่เรามีตอนนี้” หกพยักหน้า “ฟังดูดี” “แล้วเรื่องอาหารล่ะ? แม่คุณทำอาหารเก่งไหม?” เก้าถาม “เก่งมาก” หกถอนหายใจ “เธอจะสังเกตทุกรายละเอียด ถ้าเราไม่ได้กินอะไรที่เธอรู้ว่าเราไม่ชอบ—” “ผมกินได้หมดแหละครับ” เก้าพูดด้วยความมั่นใจ “ยกเว้นแตงกวาดอง แต่ผมก็แกล้งกินได้ถ้าจำเป็น” หกมองเก้าด้วยความขอบคุณ “คุณ... ทำไมถึงเต็มใจช่วยผมขนาดนี้?” เก้านิ่งเงียบไปชั่วครู่ “เพราะผมเข้าใจความรู้สึกที่ถูกคาดหวังจากครอบครัว” เขาพูดเสียงต่ำ “และเพราะนี่เป็นข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์” เขาเหลียวมองนาฬิกา “เก้าโมงแล้วนะ คุณหก เราควรพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวสำหรับการแสดงครั้งใหญ่พรุ่งนี้” หกลุกขึ้น “ขอบคุณมากนะ คุณเก้า ผม... ผมซาบซึ้งจริงๆ” “เรียกผมว่าเก้าก็ได้ครับ” เขายิ้ม “เราเป็นแฟนกันแล้วนี่นา” หกขำเล็กน้อย “ครับ เก้า แล้วพบกันพรุ่งนี้” เมื่อหกกลับเข้าห้องตัวเอง เขานั่งลงบนโซฟาในห้องที่ยังว่างเปล่า ความรู้สึกกังวลเริ่มกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ผสมกับความหวังเล็กๆ เขาเปิดโทรศัพท์ มองรูปเซลฟี่ที่ถ่ายกับเก้า รูปที่สองที่พวกเขาถ่ายบนโซฟา—เก้ากำลังหัวเราะขณะที่หกมองเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจ เขาจำได้ว่าเก้าพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาหัวเราะได้... “ฉันทำถูกแล้วหรือเปล่า?” เขาถามตัวเองเงียบๆ จากห้องข้างๆ เสียงเพลงเบาๆ ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นเพลง ‘แสงสุดท้าย’ วงฟ้าสาง หกยิ้ม เขานอนลงบนโซฟาและหลับตา พยายามนึกภาพการพบกับแม่ในวันพรุ่งนี้กับ ‘แฟน’ คนใหม่ของเขา --- ในห้อง 610 เก้านั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขา เขาเปิดโทรศัพท์และพิมพ์ข้อความถึงผู้จัดการ: เก้า: พี่ครับ มีโอกาสได้ข่าวนิดหน่อย อาจมีรูปผมกับใครบางคนออกมาในไม่ช้า เป็นแค่เพื่อนบ้านนะครับ แต่คนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นแฟน ผู้จัดการ: โอเคดี! ข่าวรักแทบไม่เคยมีใครโกรธ เอาเลย ถ้ามีโอกาสก็แกล้งทำเป็นปกปิดนิดหน่อย เก้าปิดโทรศัพท์แล้วมองออกไปที่ระเบียง เขามองเห็นแสงจากห้อง 609 ยังสว่างอยู่ “เพื่อนบ้านนายเบื่อ” เขาพูดกับตัวเองพลางยิ้ม “พรุ่งนี้คงสนุกแน่”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD