ตอนที่ 8: ทริปหัวหิน

1766 Words
ร้านอาหารที่เก้านำพามีบรรยากาศอบอุ่นด้วยแสงเทียนและเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ตั้งอยู่ริมชายหาด เพียงแค่เปิดหน้าต่างก็ได้ยินเสียงคลื่น “ผมจองโต๊ะริมหน้าต่างไว้” เก้าบอกพนักงาน แล้วทั้งคู่ก็ถูกนำไปยังโต๊ะที่มีวิวทะเลยามค่ำคืน “ที่นี่โรแมนติกมาก” หกพูดออกมาโดยไม่คิด “ใช่ไหมล่ะ” เก้ายิ้ม “ผมชอบมานั่งคนเดียวเวลาคิดอะไรเยอะ” “คุณมาคนเดียวที่นี่จริงๆ เหรอ?” หกถาม “บางครั้ง” เก้ายอมรับ “บางครั้งการอยู่คนเดียวก็จำเป็น” พวกเขาสั่งอาหารทะเลสดและไวน์ขาวหนึ่งขวด “ขอเชียร์สำหรับทริปที่ดีนะ” เก้ายกแก้นขึ้น หกยกแก้นชนกันเบาๆ “สำหรับทริปที่ดี” ไวน์รสชาติเบาลงคอ หกรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “วันนี้สนุกไหม?” เก้าถาม “สนุกมาก” หกตอบอย่างจริงใจ “ขอบคุณที่ชวนมา” “ไม่ต้องขอบคุณ” เก้าพยักหน้า “เราต้องการทริปนี้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ” “ใช่...” หกตอบ แต่เสียงขาดหายไปเล็กน้อย ระหว่างรออาหาร เก้าเล่าเรื่องราวการถ่ายงานที่หัวหิน “ครั้งหนึ่งผมต้องถ่ายฉากวิ่งบนชายหาดยามเช้า ตอนนั้นอากาศหนาวมาก แต่ต้องทำท่าทางว่าอากาศร้อน” “น่าทรมานนะ” หกพูด “เป็นส่วนหนึ่งของงาน” เก้ายิ้ม “แต่สนุกนะ ได้ประสบการณ์แปลกๆ” อาหารมาถึง—กุ้งมังกรเผา ปลากะพงนึ่งมะนาว และหอยนางรมสด “นี่คือสวรรค์ของอาหารทะเล” เก้าพูดพลางเริ่มทาน “อร่อยมาก” หกชมหลังจากทานคำแรก “สดจริงๆ” พวกเขาทานอาหารด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย พูดคุยเรื่องเบาๆ และหัวเราะด้วยกันบ่อยครั้ง “รู้ไหม” เก้าพูดขึ้นหลังทานของหวานเสร็จ “ผมชอบเวลาที่เราอยู่ด้วยกันแบบนี้” หกเงียบไปชั่วครู่ “เหมือนกันครับ” “ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนตอนแรกๆ แล้ว” เก้าสังเกต “เหมือนเรา... เป็นเพื่อนกันจริงๆ” “เราเป็นเพื่อนกัน” หกยืนยัน “ใช่” เก้ายิ้ม “เพื่อนที่ดี” พวกเขาเดินกลับรีสอร์ทหลังอาหารเย็น แทนที่จะขึ้นรถ พวกเขาเลือกเดินริมชายหาดยามค่ำคืน แสงจันทร์ส่องทางให้ “อากาศเย็นสบาย” หกพูด “ใช่” เก้าพยักหน้า “ดีออกจากความร้อนในกรุงเทพฯ” พวกเขาเดินเงียบๆ เป็นพักใหญ่ จนกระทั่งเก้าพูดขึ้น “คุณหก... ถ้าเราคบกันจริงๆ คุณคิดว่าเราจะเป็นยังไง?” คำถามนี้ทำให้หกสะดุดใจเล็กน้อย “คุณหมายความว่า...” “แค่คิดเล่นๆ” เก้าพูดพลางมองออกไปที่ทะเล “ถ้าเราเจอกันแบบปกติ ไม่ใช่เพราะข้อตกลง” หกคิดครู่ “ผมไม่รู้... คงเหมือนเพื่อนดีๆ เหมือนตอนนี้แหละ” “แต่ถ้าเป็นแฟนกันจริงๆ ล่ะ?” เก้าถามต่อ “เก้า...” หกพูดชื่อเขาออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เรามีกฎข้อ 9 จำได้ไหม? กฎการไม่หลง” เก้าหันมามองหก “ผมจำได้... แต่บางครั้งผมก็สงสัยว่าเส้นแบ่งมันชัดเจนจริงๆ หรือเปล่า” หกรู้สึกหัวใจเต้นเร็วขึ้น “คุณกำลังพูดอะไร?” “ไม่เป็นไร” เก้าหัวเราะเบาๆ “ลืมไปเถอะ ผมแค่คิดมาก” แต่หกรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เก้าคิดมาก เมื่อกลับถึงรีสอร์ท ทั้งคู่ยืนอยู่หน้าห้องพัก “พรุ่งนี้เราตื่นแต่เช้านะ” เก้าพูด “อยากไปถ่ายรูปที่พระราชวังสนามจันทร์ตอนแดดยังอ่อนๆ” “ได้ครับ” หกพยักหน้า “แล้วเจอกันตอนเจ็ดโมง?” “เจ็ดโมง” เก้ายืนยัน “ราตรีสวัสดิ์ครับ คุณหก” “ราตรีสวัสดิ์ครับ เก้า” ทั้งคู่แยกกันเข้าห้อง แต่ละคนรู้สึกมีอะไรค้างคาใจ --- ในห้องพักของตัวเอง หกยืนอยู่ที่ระเบียง มองออกไปที่ทะเลยามค่ำคืน คำถามของเก้ายังคงดังก้องในหัวเขา: “ถ้าเราคบกันจริงๆ คุณคิดว่าเราจะเป็นยังไง?” และคำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ: ทำไมเขาถึงลังเลที่จะตอบ? เขาใช้เวลาครึ่งชั่วโมงพยายามนอนหลับ แต่ความคิดเกี่ยวกับเก้าก็ยังไม่หายไป ท้ายที่สุด เขาลุกขึ้นและเดินไปที่ระเบียงอีกครั้ง และพบว่าเก้าก็กำลังยืนอยู่ที่ระเบียงห้องข้างๆ เช่นกัน “ยังไม่นอนเหรอ?” หกถาม เก้ากระดุก “คุณก็เหมือนกัน” “คิดมาก” หกยอมรับ “เกี่ยวกับอะไร?” เก้าถาม “เกี่ยวกับ... ทุกอย่าง” หกตอบอย่างคลุมเครือ ความเงียบเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาสักพัก “คุณหก...” เก้าเริ่มพูด “ผมขอโทษที่ถามคำถามแปลกๆ ตอนเย็น” “ไม่เป็นไร” หกบอก “ผมเองก็... คิดเกี่ยวกับมันเหมือนกัน” “จริงเหรอ?” เก้ามองเขาด้วยความประหลาดใจ “ใช่” หกยอมรับ “และผมไม่รู้คำตอบ” “บางครั้งการไม่มีคำตอบก็เป็นคำตอบในตัวมันเอง” เก้าพูด “คุณพูดเหมือนในละครจัง” หกพูดพลางยิ้ม เก้าหัวเราะ “ใช่ นั่นเป็นบทพูดจากละครเรื่องหนึ่งของผม” ทั้งคู่หัวเราะด้วยกัน แล้วความตึงเครียดก็ลดลง “กลับไปนอนเถอะ” หกพูด “พรุ่งนี้เราตื่นเช้า” “ใช่” เก้าพยักหน้า “ราตรีสวัสดิ์ครับ” “ราตรีสวัสดิ์” คราวนี้ทั้งคู่หลับได้จริงๆ --- เช้าวันถัดมา ทั้งคู่พบกันที่ล็อบบี้ตรงเวลา หกสังเกตเห็นว่าตาเก้าบวมเล็กน้อย เหมือนนอนไม่พอ “คุณเป็นอะไรไหม?” เขาถามด้วยความเป็นห่วง “ไม่เป็นไร” เก้าพูด “แค่นอนหลับไม่สนิท” “ผมเหมือนกัน” หกบอก พวกเขาทานอาหารเช้าเร็วๆ แล้วออกเดินทางไปพระราชวังสนามจันทร์ พระตำหนักสไตล์ยุโรปท่ามกลางสวนที่ร่มรื่นสร้างความประทับใจให้หกทันที “สวยมาก” เขาพูด “ใช่ไหมล่ะ” เก้ายิ้ม “นี่คือหนึ่งในสถานที่โปรดของผม” พวกเขาเดินชมรอบพระตำหนัก ถ่ายรูปกันหลายมุม คราวนี้หกรู้สึกเป็นธรรมชาติมากขึ้นเวลาโพสท่าถ่ายรูปกับเก้า “คุณดูผ่อนคลายขึ้นเวลาถ่ายรูป” เก้าสังเกต “เริ่มชินแล้ว” หกตอบ “ดี” เก้าพยักหน้า “เพราะเรามีรูปถ่ายอีกเยอะที่จะต้องถ่าย” พวกเขาใช้เวลาช่วงเช้าในการสำรวจพระราชวังสนามจันทร์อย่างละเอียด จากนั้นก็ไปทานอาหารเที่ยงที่ร้านอาหารในตัวเมืองหัวหิน “พรุ่งนี้เราต้องกลับไปสู่ความเป็นจริงแล้ว” เก้าพูดขณะทานข้าว “ใช่” หกพยักหน้า “ทริปนี้ผ่านไปเร็วมาก” “คุณชอบทริปนี้ไหม?” เก้าถาม “ชอบมาก” หกตอบอย่างจริงใจ “ขอบคุณอีกครั้งที่ชวนมา” “ผมเองก็ชอบ” เก้าพูด “มัน... พิเศษ” หลังอาหารเที่ยง ทั้งคู่ก็เริ่มเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในรถ คราวนี้บรรยากาศแตกต่างจากตอนมาอย่างชัดเจน ทั้งคู่เงียบกว่าเดิม แต่ไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด—เป็นความเงียบที่สะท้อนถึงความคิดที่กำลังหมุนวนอยู่ในหัว “คุณหก” เก้าพูดขึ้นหลังจากขับไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง “ครับ?” “ผม... รู้สึกสับสน” เก้ายอมรับ “เกี่ยวกับอะไร?” หกถาม แม้ว่าเขาจะรู้คำตอบอยู่แล้ว “เกี่ยวกับความรู้สึกของผม” เก้าตอบ “กฎข้อ 9... ผมคิดว่าผมเริ่มทำลายมัน” หกใจสั่น แต่เขาพยายามทำเสียงให้ปกติ “คุณหมายความว่าอย่างไร?” “ผมคิดว่าผมเริ่มรู้สึกมากกว่าเพื่อน” เก้าพูดออกมาอย่างช้าๆ “มากกว่าการแกล้งเป็นแฟน” รถเงียบลงมีแต่เสียงเครื่องยนต์และเพลงเบาๆ ที่เปิดอยู่ “เราไม่ควรพูดเรื่องนี้” หกพูด “เรามีกฎ—” “แต่กฎไม่สามารถควบคุมความรู้สึกได้” เก้าตัดบท “ผมรู้ ผมพยายามแล้ว” หกมองหน้าเก้าจากมุมตา เก้ามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยใบหน้าที่จริงจัง “ผมเองก็รู้สึกสับสนเหมือนกัน” หกยอมรับในที่สุด “จริงเหรอ?” เก้าหันมามองเขา “ใช่” หกพยักหน้า “แต่ผมคิดว่า... เราควรกลับไปเป็นแค่เพื่อนบ้านเหมือนเดิม หลังจากข้อตกลงสิ้นสุดลง” “เพราะอะไร?” เก้าถามด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดเล็กน้อย “เพราะนี่คือข้อตกลง” หกตอบ “และเพราะผมไม่อยากทำร้ายคุณ” “ถ้าผมบอกว่าผมไม่สนเรื่องนั้นล่ะ?” “เก้า...” หกถอนหายใจ “ชีวิตคุณกำลังไปได้ดี อาชีพการงานกำลังรุ่งโรจน์ คุณไม่ต้องการความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากเรื่องโกหก” “แต่สิ่งที่เราแบ่งปันกันตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องโกหกทั้งหมด” เก้าอ้าง “การดูแลกันตอนป่วย การพูดคุยกัน การเดินทางนี้...” “ผมรู้” หกตอบ “และนั่นคือสิ่งที่ทำให้มันซับซ้อน” ทั้งคู่เงียบไปอีกครั้งเป็นเวลานาน “ผมขอโทษ” เก้าพูดในที่สุด “ผมไม่ควรพูดเรื่องนี้” “ไม่ต้องขอโทษ” หกบอก “เป็นเรื่องดีที่เราพูดกันตรงๆ” “แล้วหลังจากนี้... เราจะเป็นยังไง?” เก้าถาม “เราก็ยังเป็นเพื่อน” หกตอบ “เรายังคงแกล้งเป็นแฟนต่อไปจนครบกำหนด แล้วก็เลิกกันอย่างที่วางแผนไว้” “และแล้วก็จบ?” “และแล้วเราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน” หกยืนยัน เก้าพยักหน้า แต่หกเห็นความเศร้าในดวงตาของเขา การเดินทางกลับกรุงเทพฯ ที่เหลือผ่านไปด้วยความเงียบ ส่วนใหญ่ เพียงบางครั้งเก้าจะเปลี่ยนเพลงหรือถามคำถามสั้นๆ เมื่อถึงคอนโดเวลาประมาณห้าโมงเย็น ทั้งคู่ยืนอยู่ที่โถงทางเดินหน้าห้องพัก “ขอบคุณสำหรับทริปนี้” หกพูด “ขอบคุณที่ไปกับผม” เก้าตอบ “ผมจะส่งรูปให้คุณพรุ่งนี้” “ดีครับ” หกพยักหน้า “แล้ว... พบกันใหม่วันพรุ่งนี้นะ” “พบกันใหม่” เก้าพูดก่อนหันกลับเข้าห้อง หกเข้าห้องตัวเองและปิดประตู เขาเอนหลังพิงประตูและหลับตา ความจริงก็คือ เขาก็รู้สึกเหมือนเก้า—บางอย่างระหว่างพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปในช่วงทริปนี้ แต่เขาเลือกที่จะเพิกเฉยต่อความรู้สึกนั้น เพราะเขาคิดว่ามันเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทั้งคู่ หรือนั่นคือสิ่งที่เขาพยายามบอกตัวเอง --- ในห้อง 610 เก้านั่งลงบนโซฟา เขามองไปที่รูปที่ถ่ายไว้ในทริป—รูปที่ชายหาด รูปที่ร้านอาหาร รูปที่พระราชวังสนามจันทร์ ในทุกรูป เขาและหกดูมีความสุขและเป็นธรรมชาติ “ทำไมมันต้องซับซ้อนขนาดนี้” เขาพูดกับตัวเอง เขาเปิดโทรศัพท์และดูข้อความจากผู้จัดการ: ผู้จัดการ: ได้รูปจากแฟนคลับที่หัวหินแล้ว! ดูดีมาก ข่าวลือเรื่องคุณมีแฟนเริ่มกระจายแล้ว ดีสำหรับภาพลักษณ์ เก้าปิดโทรศัพท์โดยไม่ตอบ ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผน—ภาพลักษณ์ของเขากำลังดีขึ้น แม่ของหกมีความสุข หกได้สิ่งที่ต้องการ มีเพียงสิ่งเดียวที่ไม่เป็นไปตามแผน... ...นั่นคือหัวใจของเขาที่เริ่มรู้สึกจริงจังกับเรื่องที่ควรจะเป็นเพียงการแสดง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD