สองสัปดาห์สุดท้ายของข้อตกลง "แกล้งเป็นแฟน" เริ่มต้นขึ้นด้วยความตื่นตัวใหม่ แต่คราวนี้ต่างจากเดิม—ทั้งหกและเก้ารู้ว่ามีอะไรบางอย่างแขวนอยู่บนเส้นด้ายระหว่างพวกเขา
วันจันทร์แรกของสัปดาห์นี้ ทั้งคู่พบกันที่ฟิตเนสตามปกติ แต่คราวนี้แทนที่จะหลีกเลี่ยงสายตากัน พวกเขามองหน้ากันอย่างเปิดเผยมากขึ้น
"เช้านี้สดชื่นดี" เก้าพูดขณะเริ่มวิ่งบนลู่วิ่ง
"ใช่" หกพยักหน้า "ฝนตกเมื่อคืนทำให้อากาศดีขึ้น"
"คุณนอนหลับดีไหม?" เก้าถาม
"ดีครับ" หกตอบ "คุณล่ะ?"
"หลับสบายหลังกลับมาจากต่างจังหวัด" เก้าพูด "เหมือนร่างกายต้องการการพักผ่อนจริงๆ"
บทสนทนาเป็นธรรมชาติขึ้น แม้ว่าทั้งคู่จะรู้ว่ามีเรื่องใหญ่ที่ยังไม่ได้พูดถึงก็ตาม
หลังจากออกกำลังกายเสร็จ ทั้งคู่เดินกลับมาที่ห้องด้วยกัน
"วันนี้ผมมีประชุมสำคัญ" หกบอก "อาจกลับดึก"
"ผมก็มีอ่านบทกับผู้กำกับ" เก้าบอก "อาจจะเลิกเกือบสามทุ่ม"
"ดูแลตัวเองนะ" หกพูดโดยไม่ได้คิด
"คุณก็ด้วย" เก้าตอบ
ทั้งคู่แยกย้ายเข้าห้องตัวเอง แต่ก่อนที่หกจะปิดประตู เก้าหันกลับมา
"คุณหก?"
"ครับ?"
"ขอบคุณ... ที่ยังเป็นเพื่อนกับผม" เก้าพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ
หกยิ้ม "เราก็เป็นเพื่อนกันมาตลอดไม่ใช่เหรอ?"
"ใช่..." เก้ายิ้มตอบ "แต่บางครั้งผมก็ลืมไป"
วันนั้นผ่านไปด้วยการทำงานตามปกติ แต่หกสังเกตว่าตัวเองยิ้มบ่อยขึ้นเมื่อได้ข้อความจากเก้า:
เก้า: อ่านบทเสร็จแล้ว! ผู้กำกับชมว่าผมทำได้ดีขึ้น
หก: ดีมากเลย ผมรู้สึกว่าคุณทำได้ดีอยู่แล้ว
เก้า: ขอบคุณครับ ☺️ แล้วประชุมคุณเป็นไงบ้าง?
หก: ยาวแต่ได้ผล คลีนท์ตกลงเซ็นสัญญาแล้ว
เก้า: ว้าว! ขอแสดงความยินดีด้วย ต้องฉลองซะแล้ว
หก: ฉลองยังไงดี?
เก้า: ทำอาหารเย็นด้วยกันไหม? ผมจะทำของหวาน
หก: ตกลง กลับถึงประมาณสองทุ่ม
เก้า: ผมรออยู่ครับ
ค่ำวันนั้น หกกลับมาถึงคอนโดและพบว่าเก้าทำอาหารรออยู่แล้ว—สปาเก็ตตี้คาโบนาราและสลัด
"คุณทำเองทั้งหมด?" หกถามด้วยความประหลาดใจ
"ใช่ครับ" เก้ายิ้ม "ผมซื้อส่วนผสมตอนบ่าย"
"ขอบคุณมาก" หกพูด "เหนื่อยจากงานแล้วมาพบอาหารร้อนๆ นี่รู้สึกดีจริงๆ"
"นั่นคือเป้าหมาย" เก้าพยักหน้า "ไปนั่งกันเถอะ"
มื้อเย็นวันนั้นอบอวลไปด้วยความอบอุ่นที่ไม่ต้องเสแสร้ง ทั้งคู่พูดคุยกันเรื่องงาน เรื่องเป้าหมายในชีวิต และแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่เคยเล่าให้กันฟังมาก่อน
"รู้ไหม" เก้าเล่า "สมัยเด็กผมอยากเป็นนักบินอวกาศ"
"จริงเหรอ?" หกสนใจ
"ใช่ แต่แล้วก็รู้ว่าผมกลัวความสูง" เก้าหัวเราะ "เลยเปลี่ยนมาเป็นนักแสดงแทน"
"ผมอยากเป็นนักวาดรูปการ์ตูน" หกเปิดเผย
"ว้าว! แล้วทำไมไม่เป็น?"
"พ่อแม่คิดว่ามันไม่ใช่อาชีพที่มั่นคง" หกบอก "เลยแนะนําให้เรียนสถาปนิกแทน ซึ่งก็ดีเหมือนกัน"
"บางครั้งเส้นทางชีวิตเราก็ไม่เป็นไปตามที่วางแผน" เก้าพูด
"แต่บางครั้งก็พาเราไปพบสิ่งที่เหมาะกับเรากว่าก็ได้" หกเสริม
"เช่นการพบเจอคนบางคน" เก้าพูดพลางมองหก
หกเงียบไปชั่วครู่ "ใช่... เช่นกัน"
หลังมื้อเย็น เก้าเอาของหวานออกมา—เค้กช็อกโกแลตชิ้นเล็กๆ สองชิ้น
"ผมลองทำใหม่" เขาบอก "หวังว่าคุณจะชอบ"
หกชิมแล้วตาบาน "อร่อยมาก! คุณทำอาหารเก่งจริงๆ"
"ขอบคุณ" เก้ายิ้ม "ผมชอบทำอาหาร เป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่ง"
"ผมก็เริ่มชอบเวลาทำอาหารตอนนี้" หกบอก "พอมีคนมาทานด้วย"
คำพูดนั้นทำให้ทั้งคู่เงียบไปชั่วครู่
"หก..." เก้าเริ่มพูด
"อย่า" หกพูดเบาๆ "อย่าพูดออกมา เรายังมีเวลา"
เก้าพยักหน้า "ขอโทษ"
"ไม่ต้องขอโทษ" หกบอก "แค่... รอก่อน"
"รอถึงวันที่ 30"
"ใช่"
สัปดาห์นั้นผ่านไปด้วยบรรยากาศเช่นนี้ ทั้งคู่ใช้เวลาด้วยกันมากขึ้นโดยไม่ต้องอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง มันเป็นธรรมชาติและเรียบง่าย
วันพุธ ทั้งคู่ไปดูหนังด้วยกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มข้อตกลง
"หนังเรื่องนี้ดีไหมนะ?" เก้าถามขณะยืนต่อแถวซื้อตั๋ว
"เพื่อนผมบอกว่าดี" หกตอบ "เป็นหนังรัก แต่ไม่หวานเกินไป"
"เหมาะกับเรา" เก้าพูดออกมาโดยไม่คิด
ทั้งคู่มองกันแล้วก็หัวเราะ
ในโรงหนัง หกสังเกตว่าเก้ามักจะหัวเราะในจุดที่เขาก็กำลังจะหัวเราะ หรือสะอื้นในฉากที่เขาก็รู้สึกสะเทือนใจ
มันเหมือนพวกเขามีความถี่เดียวกัน
หลังหนังจบ ทั้งคู่เดินกลับคอนโดด้วยกัน
"หนังจบแบบเปิดนะ" เก้าพูด "ไม่รู้ว่าทั้งคู่จะกลับมาคบกันอีกไหม"
"บางครั้งปลายทางเปิดก็ดีกว่า" หกพูด "ให้ผู้ชมตัดสินใจเอง"
"แต่ในชีวิตจริง..." เก้าหยุดพูดกลางคัน
"ในชีวิตจริงเราต้องตัดสินใจเอง" หกเติมให้ "ไม่มีผู้เขียนบทมาบอกเราว่าควรทำยังไง"
"นั่นคือสิ่งที่ยาก" เก้ายอมรับ
วันศุกร์ แม่ของหกโทรมาอีก
"ลูก วันอาทิตย์นี้แม่จะไปวัดกับกลุ่มเพื่อน แม่อยากให้สองคนไปด้วย"
หกตกใจ "ไปวัดด้วยกันเหรอ?"
"ใช่ วัดที่แม่ไปบ่อยๆ" แม่พูด "พระท่านอยากพบเก้าด้วย"
"แม่บอกพระเกี่ยวกับเก้าด้วยเหรอ?" หกถามด้วยความกังวล
"บอกบ้างนิดหน่อย" แม่ยอมรับ "พระท่านสนใจว่าหกเจอแฟนคนดีแล้ว"
หกถอนหายใจ "เดี๋ยวผมถามเก้านะคะว่าเขาว่างไหม"
"โอเค รอฟังคำตอบนะ"
หกโทรหาเก้าเพื่อปรึกษา
"คุณคิดว่าเราควรไปไหม?" เขาถาม
"ผมไม่ว่าอะไรครับ" เก้าตอบ "วันอาทิตย์ผมว่างอยู่แล้ว"
"แต่มัน... ดูจริงจังเกินไปไม่ใช่เหรอ? การไปวัดด้วยครอบครัว?"
"แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่แฟนทำกันไม่ใช่เหรอ?" เก้าถาม "และมันจะช่วยให้เรื่องของเราดูน่าเชื่อถือมากขึ้น"
หกคิดครู่ "ตกลง แล้วเราก็ไปกัน"
วันอาทิตย์ ทั้งคู่ไปวัดกับแม่ของหก เก้าทำตัวเหมาะสมและเป็นที่ชื่นชอบของแม่และกลุ่มเพื่อนของเธอ
พระท่านที่วัดพูดกับหกขณะที่เก้ากำลังพูดคุยกับคนอื่น "ลูกชาย คุณเจอคนดีแล้ว เก้าเป็นคนจิตใจดี"
"ขอบคุณครับ" หกพูด
"แต่..." พระท่านพูดต่อ "ใจคุณยังสับสนอยู่"
หกมองพระด้วยความประหลาดใจ "ท่านรู้ได้ยังไง?"
"ตาโบราณเห็นมาก" พระท่านยิ้ม "แต่จำไว้ว่า ความจริงใจคือสิ่งสำคัญที่สุด"
คำพูดของพระท่านติดอยู่ในหัวหกตลอดวัน
ในรถกลับ แม่พูดขึ้น "แม่ดีใจที่หกมีเก้า เก้าดูแลหกดี แม่เห็นแล้ว"
"แม่..." หกเริ่มพูด แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
"ไม่ต้องพูดอะไร" แม่พูด "แม่แค่อยากให้หกมีความสุข"
เมื่อส่งแม่กลับบ้านและกลับมาถึงคอนโด ทั้งคู่ยืนอยู่ที่โถงทางเดิน
"วันนี้พระท่านพูดอะไรกับคุณเหรอ?" เก้าถาม "เห็นคุณคิดมาก"
"ท่านบอกว่าความจริงใจคือสิ่งสำคัญที่สุด" หกตอบ
เก้าพยักหน้า "ท่านพูดถูก"
"เก้า..." หกเริ่มพูด
"ใช่?"
"พรุ่งนี้คือวันที่ 29" หกบอก "อีกวันเดียว"
"ผมรู้" เก้าตอบ "ผมนับวันอยู่"
"เราควร... พบกันคุยกันไหม? หลังเลิกงาน?"
"ได้ครับ" เก้าพยักหน้า "เจอกันที่ห้องผมตอนสองทุ่ม?"
"ตกลง"
ทั้งคู่แยกย้ายเข้าห้อง แต่ละคนรู้ว่าพรุ่งนี้คือวันที่สำคัญ
---
คืนวันนั้น หกนอนไม่หลับ เขาลุกขึ้นนั่งที่ระเบียง มองดูเมืองที่กำลังหลับใหล
เขาเปิดโทรศัพท์และดูรูปทั้งหมดที่ถ่ายกับเก้า—ตั้งแต่วันแรกที่พบกัน จนถึงทริปหัวหิน ไปจนถึงภาพล่าสุดที่วัด
ในทุกรูป เขาดูมีความสุข
และนั่นคือความจริงที่เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้—เขามีความสุขเมื่ออยู่กับเก้า ไม่ว่าจะเป็นการแสดงหรือไม่ก็ตาม
จากห้องข้างๆ เขาเห็นแสงสว่างที่ระเบียงห้อง 610 เก้าก็กำลังนั่งอยู่ที่ระเบียงเช่นกัน
หกยกมือโบกเบาๆ เก้าเห็นและโบกมือตอบ
ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไร แต่การมีอยู่ของกันและกันในช่วงเวลานี้ก็เพียงพอแล้ว
พรุ่งนี้... พรุ่งนี้พวกเขาจะต้องตัดสินใจ
ตัดสินใจว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างสองสัปดาห์นี้เป็นเรื่องจริง หรือเป็นเพียงผลจากข้อตกลง
และที่สำคัญที่สุด—พวกเขาจะทำอย่างไรกับความรู้สึกนั้น