วันที่ 30 กันยายนมาถึงด้วยท้องฟ้าสีเทาและฝนพรำๆ เป็นเช้าวันจันทร์ที่ดูเศร้าสำหรับหก เขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกหนักใจที่ไม่เคยมีมาก่อน
ปฏิทินบนโทรศัพท์บอกเขาเหมือนเสียงตะโกน: วันนี้คือวันสุดท้ายของข้อตกลงแกล้งเป็นแฟน
ติ๊ด
การแจ้งเตือนข้อความดังขึ้น:
เก้า: เช้านี้ฝนตกหนัก ไปฟิตเนสด้วยกันไหม? หรือจะพักกันวันนี้?
หกอ่านข้อความแล้วยิ้ม นี่คือเก้า—เอาใจใส่เสมอ
หก: พักวันนี้ดีกว่า ฝนตกหนักจริงๆ แล้วเจอกันเย็นนี้สองทุ่มที่ห้องคุณ?
เก้า: ตกลงครับ ผมจะเตรียมชากาแฟรอ
วันทำงานผ่านไปช้าเป็นพิเศษสำหรับหก เขาพยายามจดจ่อกับงานแต่ความคิดก็มักจะวกกลับไปหาเก้าและสิ่งที่ต้องตัดสินใจในค่ำคืนนี้
เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งสังเกตเห็นความผิดปกติ "หก เป็นอะไรไปเหรอ? ดูคิดมากทั้งวัน"
"ไม่เป็นไร" หกตอบ "แค่... มีเรื่องต้องตัดสินใจ"
"เรื่องงานเหรอ?"
"เรื่องชีวิต" หกตอบอย่างคลุมเครือ
เพื่อนพยักหน้าเข้าใจ "ถ้าต้องการใครคุยด้วย ผมอยู่ตรงนี้นะ"
"ขอบคุณ"
เวลาเลิกงาน หกกลับคอนโดเร็วกว่าปกติ เขาใช้เวลาอาบน้ำและแต่งตัวอย่างพิถีพิถันกว่าเดิม—เลือกเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแลคส์สีเทา แม้ว่าจะเป็นเพียงการพบกันที่ห้องข้างๆ ก็ตาม
เวลาใกล้สองทุ่ม เขายืนอยู่หน้าประตูห้อง 609 เป็นเวลาหลายนาที หัวใจเต้นเร็วเหมือนกำลังจะเข้าสอบหรือสัมภาษณ์งานสำคัญ
ในที่สุด เขาก็ออกไปเคาะประตูห้อง 610
ประตูเปิดออก เก้ายืนอยู่ตรงหน้าในชุดสบายๆ แต่ดูเรียบร้อย—เสื้อยืดสีเทากับกางเกงขาสีเบจ
"เข้ามาเถอะครับ" เก้าพูดด้วยน้ำเสียงปกติ
ห้อง 610 วันนี้ดูเรียบร้อยเป็นพิเศษ มีแจกันดอกไม้เล็กๆ บนโต๊ะกลางและกลิ่นหอมของชา
"ผมหุงชาเอิร์ลเกรย์ไว้" เก้าชี้ไปที่กาน้ำชา "และมีขนมเล็กๆ น้อยๆ"
"ขอบคุณ" หกนั่งลงบนโซฟา "คุณเตรียมตัวดีจัง"
"เพราะวันนี้พิเศษ" เก้าพูดพลางนั่งลงตรงข้ามเขา
ทั้งคู่เงียบไปชั่วครู่ มีแต่เสียงฝนตกเบาๆ นอกหน้าต่าง
"แล้ว..." เก้าเริ่มพูด "นี่คือวันสุดท้ายของข้อตกลงเรา"
"ใช่" หกพยักหน้า "ตามกฎ เราควรเลิกกันวันนี้"
"ใช่" เก้าตอบ "ตามกฎ"
แต่ทั้งคู่รู้ดีว่าไม่มีใครอยากทำตามกฎนั้น
"ผมขอเริ่มก่อนได้ไหม?" หกถาม
"ได้ครับ"
หกหายใจลึกๆ "เก้า... สามเดือนที่ผ่านมา ผมเริ่มข้อตกลงนี้เพราะต้องการให้แม่เลิกกดดันเรื่องแต่งงาน ผมคิดว่ามันจะเป็นแค่การแสดง ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น"
เขาเงิบไปชั่วครู่ "แต่แล้วคุณก็ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป"
เก้าฟังอย่างตั้งใจ ดวงตาไม่ละจากหก
"คุณทำให้ผมรู้สึกว่า... การมีคนอยู่ข้างๆ มันไม่แย่เลย" หกพูดต่อ "การทานอาหารเช้าด้วยกัน การส่งข้อความหากัน การดูแลกันตอนป่วย... มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผม"
"สำหรับผมก็เหมือนกัน" เก้าพูดเบาๆ
"และทริปหัวหิน..." หกพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "มันทำให้ผมเห็นว่าผมชอบการอยู่กับคุณ ไม่ใช่เพราะเราต้องแกล้งเป็นแฟน แต่เพราะ... ผมชอบที่ได้อยู่กับคุณ"
ความเงียบเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เต็มไปด้วยความหมาย
"แล้วตอนนี้..." หกพูดต่อ "ตามข้อตกลง เราควรเลิกกัน และบอกแม่ว่าเราไม่เหมาะกัน หรืออะไรก็ตามที่เราวางแผนไว้"
"ใช่" เก้าพยักหน้า "แล้วเราก็เป็นแค่เพื่อนบ้านที่เคยแกล้งเป็นแฟนกัน"
"แต่..." หกมองตาเก้าโดยตรง "ผมไม่คิดว่าผมอยากทำแบบนั้น"
เก้าสูดหายใจเข้า "คุณหมายความว่า..."
"ผมหมายความว่า" หกพูดช้าๆ แต่ชัดเจน "ผมอยากให้เราคบกันจริงๆ"
คำพูดนั้นลอยอยู่ในอากาศเป็นเวลาหลายวินาที
เก้าจ้องมองหกด้วยดวงตาที่เปียกชื้น "คุณ... พูดจริงเหรอ?"
"จริงที่สุดเท่าที่ผมเคยพูดมา" หกตอบ "ผมรู้ว่ามันเร็วไป บ้าไป และอาจผิดพลาด... แต่ผมไม่อยากเสียคุณไปเพียงเพราะเราตกลงกันไว้ว่านี่คือการแสดง"
น้ำตาเริ่มไหลลงแก้มเก้า "ผม... ผมไม่รู้จะพูดอะไร"
"คุณไม่ต้องพูดอะไร" หกบอก "แค่บอกผมว่าคุณรู้สึกยังไง"
เก้าลุกขึ้นและเดินไปที่ระเบียง มองออกไปที่ฝนที่กำลังตก "ตลอดสามเดือนนี้... ผมพยายามบอกตัวเองว่านี่แค่การแสดง ผมพยายามทำตามกฎข้อ 9 ทุกวัน"
เขาหันกลับมาหาหก "แต่ทุกครั้งที่คุณดูแลผมตอนป่วย ทุกครั้งที่คุณฟังผมพูดเรื่องงาน ทุกครั้งที่เราหัวเราะด้วยกัน... มันรู้สึกจริงเกินกว่าจะเป็นแค่การแสดง"
หกลุกขึ้นและเดินเข้าไปหาเก้า "แล้ว...?"
"แล้วผมก็รักคุณ" เก้าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ไม่ใช่แค่ชอบ ไม่ใช่แค่เพื่อน แต่รักจริงๆ"
น้ำตาไหลลงแก้มของหกด้วย "คุณแน่ใจเหรอ? นี่ไม่ใช่แค่เพราะเราอยู่ด้วยกันบ่อย?"
"แน่ใจ" เก้ายืนยัน "เพราะถ้ามันเป็นแค่เพราะเราอยู่ด้วยกันบ่อย ผมคงรู้สึกแบบนี้กับเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนคนอื่นๆ ด้วย แต่ผมไม่รู้สึก"
หกก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าว "ถ้าอย่างนั้น... เราควรทำยังไงต่อ?"
"เราควรเริ่มใหม่" เก้าเสนอ "เริ่มจากความเป็นจริง ไม่ใช่การแสดง"
"เริ่มยังไง?"
"เราบอกแม่คุณความจริง" เก้าตอบ "และเราคบกันแบบปกติ โดยไม่มีข้อตกลง ไม่มีกฎเกณฑ์"
"แต่ถ้าแม่โกรธล่ะ?" หกกังวล
"เราก็ขอโทษและอธิบาย" เก้าบอก "และถ้าเธอยังโกรธ... เราก็รับผิดชอบร่วมกัน"
หกคิดครู่ "และอาชีพการงานของคุณล่ะ? ข่าวว่าคุณมีแฟนช่วยภาพลักษณ์ แต่ถ้าเราคบกันจริงๆ มันอาจยุ่งเหยิงกว่าเดิม"
"ผมพร้อมรับผล" เก้าพูดด้วยความมั่นใจ "ถ้านั่นคือราคาของการได้อยู่กับคุณ"
หกยิ้มผ่านน้ำตา "คุณพร้อมขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"สำหรับคุณ... พร้อม" เก้ายืนยัน
ทั้งคู่ยืนมองกันในความเงียบที่อบอวลไปด้วยความรู้สึก
"แล้วเราควร... จับมือกันแบบนี้เหรอ?" หกถามพลางจับมือเก้า
"ไม่" เก้าพูด "เราควรทำแบบนี้"
เขาก้าวเข้าไปและโอบกอดหกอย่างนุ่มนวล
หกรับกอดนั้นและรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและปลอดภัยที่เขาไม่เคยรู้สึกจากใครมาก่อน
"รู้ไหม" เก้าพูดเบาๆ ที่หูของหก "ตลอดสามเดือนนี้ เวลาที่เราจับมือกัน ผมต้องบอกตัวเองว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง แต่ในใจผม... อยากจับมือคุณจริงๆ"
"ผมก็เหมือนกัน" หกสารภาพ "ทุกครั้งที่คุณจับมือผม ผมรู้สึกอบอุ่นและ... อยากให้มันเป็นจริง"
พวกเขายืนกอดกันอยู่ที่ระเบียงเป็นเวลานาน ฟังเสียงฝนตกและเสียงหัวใจของกันและกัน
"แล้วเราควรบอกแม่เมื่อไหร่?" เก้าถามหลังจากปล่อยกอด
"อาทิตย์นี้" หกตัดสินใจ "ผมจะชวนแม่มาทานข้าวแล้วบอกความจริง"
"คุณแน่ใจเหรอ?"
"แน่ใจ" หกพยักหน้า "เพราะถ้าเราจะเริ่มต้นด้วยความจริง เราต้องเริ่มตั้งแต่ต้น"
"ดี" เก้าพูด "ผมจะอยู่ข้างๆ คุณตลอด"
ทั้งคู่กลับมานั่งที่โซฟา ดื่มชาที่เริ่มเย็นแล้ว แต่คราวนี้พวกเขานั่งติดกัน ไม่ใช่ตรงข้ามกัน
"แล้วเราควรมีกฎสำหรับความสัมพันธ์จริงๆ ไหม?" หกถาม
"มีแค่กฎเดียวก็พอ" เก้าเสนอ
"กฎอะไร?"
"กฎแห่งความจริงใจ" เก้าตอบ "เราจะไม่โกหกกัน ไม่ซ่อนความรู้สึกกัน และพูดคุยกันทุกครั้งที่มีปัญหา"
"ตกลง" หกพยักหน้า "กฎง่ายๆ แต่สำคัญที่สุด"
ค่ำคืนนั้นทั้งคู่นั่งคุยกันนานถึงเที่ยงคืน พูดถึงความกลัว ความหวัง และแผนการในอนาคต
"รู้ไหม" เก้าพูด "ตอนที่คุณมาหาผมวันแรก ผมคิดว่าคุณเป็นคนประหลาดจริงๆ ที่ขอให้เพื่อนบ้านแกล้งเป็นแฟน"
"และตอนที่คุณตกลง ผมก็คิดว่าคุณบ้าไม่น้อย" หกพูดพลางหัวเราะ
"แต่การตัดสินใจที่บ้าที่สุดกลับกลายเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด" เก้าพูด
"ใช่" หกพยักหน้า "เพราะมันพาคุณเข้ามาในชีวิตผม"
เมื่อถึงเวลาแยกย้าย ทั้งคู่ยืนอยู่ที่ประตู
"แล้วพรุ่งนี้..." เก้าถาม "เราจะเป็นยังไง?"
"เราจะเป็นแฟนกัน" หกตอบอย่างมั่นใจ "แฟนที่คบกันจริงๆ"
"รักคุณนะ" เก้าพูดออกมาโดยไม่ได้คิด แล้วก็รู้สึกเขินทันที
หกยิ้ม "ผม... ก็รักคุณเหมือนกัน"
มันเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่บอกว่ารักกัน และถึงแม้ว่ามันจะเร็วไป แต่ก็รู้สึกถูกต้อง
"ราตรีสวัสดิ์ครับ แฟน" เก้าพูดด้วยรอยยิ้ม
"ราตรีสวัสดิ์ครับ แฟน" หกตอบด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
เมื่อกลับเข้าห้องตัวเอง หกรู้สึกว่าโลกทั้งใบเปลี่ยนไปแล้ว
เขามองไปที่กรอบรูปของเขาและเก้าบนโต๊ะ—รูปที่ถ่ายที่หัวหิน ตอนนี้มันมีความหมายใหม่ ไม่ใช่รูปของคู่แกล้งอีกต่อไป แต่เป็นรูปของคู่รักที่เริ่มต้นความสัมพันธ์จริงๆ
จากห้องข้างๆ เขาได้ยินเสียงเพลงเบาๆ ดังขึ้นอีกครั้ง—คราวนี้เป็นเพลงช้าๆ ที่โรแมนติก
หกยิ้มและนอนลงบนเตียง ด้วยความรู้สึกว่าชีวิตเขากำลังเริ่มต้นบทใหม่ที่สวยงามที่สุด
---
ในห้อง 610 เก้านอนอยู่บนเตียงด้วยรอยยิ้มที่ไม่สามารถหยุดได้
เขาจำวันแรกที่หกมาหาเขาด้วยข้อเสนอที่บ้าบิ่นได้ และเขาก็ดีใจที่ตัวเองตอบตกลง
เพราะข้อตกลงที่เริ่มต้นจากการโกหก กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรักที่จริงใจที่สุดที่เขาเคยมี
เขาส่งข้อความถึงผู้จัดการ:
เก้า: พี่ครับ ผมกำลังคบกับใครบางคนจริงๆ แล้ว ไม่ใช่ข่าวสร้างนะครับ
ไม่กี่นาทีต่อมา คำตอบกลับมา:
ผู้จัดการ: เกรท! ดีสำหรับภาพลักษณ์ ดูแลกันและกันดีๆ นะ
เก้าปิดโทรศัพท์และมองออกไปที่ระเบียง แสงจากห้อง 609 ยังสว่างอยู่
เขาไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่เขารู้ว่าตอนนี้เขามีหกอยู่ข้างๆ
และนั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับการเริ่มต้น