ตอนที่ 12: จุดเริ่มต้นของความจริง

1759 Words
เช้าวันถัดมาหลังจากสารภาพรัก หกตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกทั้งตื่นเต้นและกังวล แต่คราวนี้ความรู้สึกตื่นเต้นมีมากกว่า เขาลุกจากเตียงและเดินไปที่หน้าต่าง มองดูเมืองที่กำลังตื่นนอน ติ๊ด เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้น: เก้า: เช้าดีครับแฟน ☀️ ฝนหยุดตกแล้ว วันนี้ฟ้าใสเลย หกยิ้มกว้างและตอบกลับ: หก: เช้าดีครับ ดูเหมือนเป็นวันดีสำหรับการเริ่มต้นใหม่ เก้า: ใช่เลย! ไปทานอาหารเช้าด้วยกันไหม? ผมทำแพนเค้กได้ หก: ดีครับ ผมไปหาคุณสิบนาที? เก้า: รออยู่ครับ หกอาบน้ำและแต่งตัวอย่างรวดเร็วกว่าปกติ วันนี้เขาเลือกเสื้อโปโลสีฟ้าอ่อนกับกางเกงยีนส์ ดูสบายๆ แต่ก็ดูดี เมื่อเขาเดินไปที่ห้อง 610 และเคาะประตู ความรู้สึกแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา—คราวนี้ไม่มีความกังวลเกี่ยวกับการแสดง ไม่มีการซ้อมบท ไม่มีกฎเกณฑ์ มีเพียงความตื่นเต้นที่จะได้พบคนที่เขารัก ประตูเปิดออก เก้ายืนอยู่ตรงหน้าในชุดคล้ายกัน—เสื้อสีขาวกับกางเกงยีนส์ “เช้าดี” เก้าพูดด้วยรอยยิ้มสดใส “เช้าดี” หกตอบพลางยิ้มตอบ และทันใดนั้น ทั้งคู่ก็รู้สึกเขินเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาพบกันในฐานะแฟนจริงๆ “เข้า... เข้ามาเถอะ” เก้าพูดพลางก้าวถอยหลัง ภายในห้อง กลิ่นหอมของแพนเค้กและกาแฟลอยฟุ้ง หกมองเห็นโต๊ะอาหารที่จัดเตรียมไว้อย่างดี มีดอกไม้เล็กๆ กลางโต๊ะ “คุณเตรียมตัวดีจัง” หกพูด “เพราะวันนี้พิเศษ” เก้าตอบ “วันแรกของการเป็นแฟนกันจริงๆ” ทั้งคู่นั่งลงและเริ่มทานอาหารเช้า ในช่วงแรกมีความเงียบบางๆ แต่มันเป็นความเงียบที่สบายใจ “รู้สึกแปลกไหม?” เก้าถามหลังผ่านไปสักพัก “ที่ไม่ต้องแกล้งทำอะไรแล้ว” “แปลกนิดหน่อย” หกยอมรับ “แต่ในทางที่ดี” “ใช่” เก้าพยักหน้า “เหมือนได้ถอดหน้ากากออก” “หน้ากากเหรอ?” “การแสดงตลอดสามเดือนน่ะ” เก้าอธิบาย “แม้ว่าบางส่วนของเราที่แสดงออกมาจะเป็นตัวจริง แต่บางครั้งก็ต้องเสริมหรือปรับนิดหน่อย” หกคิดถึงคำพูดนี้ “แล้วส่วนไหนของผมที่คุณคิดว่าเป็นตัวจริง?” “ทั้งหมดเลย” เก้าตอบทันที “ความใส่ใจในการทำงาน ความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ ความรับผิดชอบ... นั่นคือตัวคุณจริงๆ” “และส่วนไหนที่เสริม?” “อาจจะการแสดงออกทางอารมณ์” เก้าพูดอย่างระมัดระวัง “คุณเป็นคนเก็บความรู้สึก แต่เวลาอยู่กับแม่คุณ คุณจะแสดงความห่วงใยออกมามากขึ้น” “นั่นเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง” หกยอมรับ “ผมคิดว่าผมต้องทำเพื่อให้แม่เชื่อ” “แต่ตอนนี้เราไม่ต้องทำแบบนั้นแล้ว” เก้าพูด “เราสามารถเป็นตัวของตัวเองได้” “ใช่” หกพยักหน้า “และผมชอบแบบนั้น” หลังอาหารเช้า ทั้งคู่ช่วยกันล้างจานอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนเคยทำมาหลายครั้ง “คุณหก” เก้าพูดขึ้นขณะที่เช็ดจาน “เราควรบอกแม่คุณเมื่อไหร่?” “ผมคิดว่า... เสาร์นี้” หกตอบ “ผมจะชวนแม่มาทานข้าวเย็น แล้วเราก็บอกความจริง” “คุณแน่ใจเหรอว่าอยากให้ผมอยู่ด้วย?” “แน่นอน” หกตอบ “เราทำเรื่องนี้ด้วยกัน เราก็ต้องรับผิดชอบด้วยกัน” เก้ายิ้ม “ขอบคุณ... ที่ไม่ทิ้งผมให้เผชิญหน้ากับแม่คุณคนเดียว” “เราเป็นทีม” หกพูด “ทีมที่เริ่มต้นจากเรื่องโกหก แต่จบลงด้วยความจริงใจ” ทั้งคู่หัวเราะด้วยกัน วันนั้นหกไปทำงานด้วยความมุ่งมั่นใหม่ เขารู้ว่าต้องเผชิญกับความจริงกับแม่ในอีกไม่กี่วัน แต่คราวนี้เขามีเก้าอยู่ข้างๆ ระหว่างวัน เขาและเก้าส่งข้อความหากันตามปกติ แต่คราวนี้ไม่ใช่ข้อความที่ต้องคิดมากว่าจะเขียนอย่างไรให้ดูเหมือนแฟนกัน—มันเป็นข้อความธรรมดาของคู่รัก: เก้า: กำลังอ่านบทสำหรับงานใหม่ ลำบากจังแต่ท้าทายดี หก: คุณทำได้แน่ๆ อย่าลืมพักบ้างนะ เก้า: ขอบคุณครับ แล้วงานคุณล่ะเป็นไงบ้าง? หก: ดีครับ ออกแบบบ้านหลังใหม่ให้ครอบครัวน่ารักครอบครัวหนึ่ง เก้า: ว้าว! ถ้ามีโอกาสอยากไปดูงานของคุณบ้างจัง หก: ได้ครับ สัญญา เมื่อหกกลับจากทำงาน เจอเก้ายืนรออยู่ที่หน้าห้องตัวเอง “กลับมาแล้ว?” เก้าถาม “ใช่” หกตอบด้วยความประหลาดใจ “คุณรอผมนะ?” “ใช่” เก้ายิ้ม “อยากเจอคุณ” หกรู้สึกใจเต้นเล็กน้อย “เข้าไปในห้องกันไหม?” ในห้อง 609 ทั้งคู่นั่งลงบนโซฟา หกสังเกตเห็นว่าเก้าดูกังวล “เป็นอะไรไป?” เขาถาม “ผม... กลัว” เก้ายอมรับ “กลัวอะไร?” “กลัวว่าแม่คุณจะโกรธ” เก้าตอบ “กลัวว่าเธอจะไม่ให้อภัยเรา กลัวว่าเรื่องนี้จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับแม่แย่ลง” หกจับมือเก้า “ผมก็กลัว แต่เราต้องทำ” “ทำไม?” เก้าถาม “ทำไมเราไม่แค่... ทำเป็นว่าเราคบกันจริงๆ ตั้งแต่แรก? ทำไมต้องบอกความจริง?” “เพราะถ้าเราจะเริ่มต้นด้วยความจริง เราต้องเริ่มตั้งแต่ต้น” หกตอบ “และผมไม่ต้องการให้ความสัมพันธ์ของเราตั้งอยู่บนพื้นฐานของการโกหก” “แต่บางครั้งความจริงก็ทำร้ายคน” “และบางครั้งการโกหกก็ทำร้ายมากกว่าในระยะยาว” หกพูด “ผมอยากให้แม่รู้จักคุณจริงๆ ไม่ใช่คุณในบทบาทที่เราแสดง” เก้าพยักหน้า “คุณพูดถูก... แล้วเราจะบอกเธอยังไง?” “ตรงไปตรงมา” หกตัดสินใจ “บอกว่าเราเริ่มจากการแกล้งเป็นแฟนเพราะผมต้องการให้แม่เลิกกดดัน และคุณต้องการปรับภาพลักษณ์ แต่แล้วเราก็ตกหลุมรักกันจริงๆ” “ฟังแล้วยังดูบ้าอยู่ดี” เก้าพูดพลางยิ้ม “ใช่ แต่มันคือความจริง” หกพูด “และถ้าแม่รักผมจริงๆ เธอก็จะเข้าใจ” “หวังอย่างนั้น” เก้าพูด ค่ำคืนนั้นทั้งคู่ใช้เวลาร่วมกันอย่างเรียบง่าย—ทำอาหารเย็นด้วยกัน ดูหนังสั้นเรื่องหนึ่ง แล้วก็นั่งคุยกันที่ระเบียง “รู้ไหม” เก้าพูดขึ้นขณะมองดาว “ตลอดชีวิตการแสดงของผม ผมเคยสวมบทบาทหลายบทบาทมาก—หมอ ครู นักธุรกิจ แม้แต่ตำรวจ” “แล้วบทบาทที่ยากที่สุดคืออะไร?” หกถาม “บทบาทของตัวเอง” เก้าตอบอย่างจริงจัง “การเป็นตัวของตัวเองต่อหน้าคนอื่นนี่ยากที่สุด” “แต่กับผมคุณทำได้นะ” หกพูด “ใช่” เก้ายิ้ม “เพราะคุณยอมรับผมในแบบที่ผมเป็น” “ผมก็รู้สึกแบบเดียวกัน” หกบอก “คุณทำให้ผมรู้สึกว่าผมไม่ต้องพยายามเป็นใคร—แค่เป็นตัวเองก็พอ” ทั้งคู่จับมือกันเบาๆ “แล้วพรุ่งนี้...” เก้าถาม “พรุ่งเราก็เป็นแฟนกันเหมือนวันนี้” หกตอบ “และวันต่อๆ ไปก็เช่นกัน จนกว่าเราจะบอกแม่ในวันเสาร์” “แล้วหลังจากนั้น?” “หลังจากนั้น...” หกคิดครู่ “เราก็เป็นแฟนกันต่อไป แต่คราวนี้โดยที่ทุกคนรู้ความจริง” “ฟังดูดี” เก้าพูด “ผมชอบ” เมื่อถึงเวลาแยกย้าย ทั้งคู่ยืนอยู่ที่ประตู “คุณหก” เก้าพูด “ไม่ว่าผลจะเป็นยังไงในวันเสาร์ ผมก็ไม่เสียใจที่คบคุณ” “ผมก็เหมือนกัน” หกตอบ “ไม่ว่าแม่จะพูดอะไร ผมก็จะเลือกคุณ” เก้ายิ้มและก้าวเข้าไปกอดหกเบาๆ “รักคุณนะ” “ผมก็รักคุณ” หกตอบรับกอด เมื่อเก้ากลับเข้าห้อง หกยืนอยู่ที่ระเบียงของตัวเองอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป เขามีเก้า และพวกเขามีกันและกัน และในวันเสาร์ พวกเขาจะเผชิญกับความจริงด้วยกัน --- ตลอดสัปดาห์นั้น ทั้งคู่ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้นโดยไม่ต้องอ้างว่าเป็นการสร้างเนื้อสร้างตัวสำหรับความสัมพันธ์ปลอม พวกเขาเรียนรู้เรื่องราวของกันและกันมากขึ้น เปิดเผยความกลัวและความหวังของกันและกัน วันพุธ ทั้งคู่ไปซื้อของด้วยกันที่ซูเปอร์มาร์เก็ต และครั้งนี้เมื่อมีคนจับได้ว่าเก้าเป็นดาราและขอถ่ายรูป เก้าแนะนำหกว่า “นี่คือแฟนของผม” โดยไม่ลังเล “คุณแน่ใจเหะ?” หกถามหลังคนนั้นจากไป “การบอกว่าคุณมีแฟนอาจทำให้แฟนคลับบางคนไม่พอใจ” “ผมพร้อมแล้ว” เก้าพูด “และถ้าพวกเขาไม่พอใจเพราะผมมีความสุข นั่นคือปัญหาของพวกเขา ไม่ใช่ของผม” หกรู้สึกภูมิใจในความมั่นใจของเก้า วันศุกร์ แม่ของหกโทรมายืนยันการนัดทานข้าวเย็นวันเสาร์ “เก้าว่างแน่นะ?” แม่ถาม “ว่างครับ” หกตอบ “เขารอคอยที่จะได้เจอแม่” “แม่ก็รอคอยเหมือนกัน” แม่พูด “แม่มีของขวัญมาฝากเขาด้วย” “ของขวัญ?” “แม่ทำน้ำพริกปลาทูไว้” แม่เปิดเผย “เก้าบอกว่าเขาชอบตอนทานข้าวด้วยกันครั้งแรก” หกรู้สึกผิดทันที แม่ใส่ใจกับเก้าจริงๆ “แม่...” เขาพยายามเริ่มพูด “อะไรลูก?” “...ขอบคุณมากนะ” หกพูดแทน “เก้าจะดีใจมาก” หลังจากวางสาย หกโทรหาเก้า “แม่ทำน้ำพริกปลาทูมาให้คุณ” เขาบอก “จริงเหรอ?” เก้าตื่นเต้น “แม่ใจดีจัง” “ใช่...” หกพูดด้วยน้ำเสียงหนักใจ “และนั่นทำให้ผมรู้สึกแย่มากที่ต้องบอกความจริง” “แต่เราต้องทำ” เก้าเตือน “เพื่ออนาคตของเรา” “ผมรู้” หกถอนหายใจ “แค่... กลัว” “ผมอยู่ข้างๆ คุณ” เก้าให้กำลังใจ “ตลอดเวลา” คืนวันศุกร์ หกนอนไม่หลับอีกครั้ง แต่คราวนี้เก้าส่งข้อความมา: เก้า: ยังไม่นอนเหรอ? ผมก็เหมือนกัน หก: คิดมากเรื่องพรุ่งนี้ เก้า: โทรหาผมไหม? ไม่กี่วินาทีต่อมา โทรศัพท์ของหกดังขึ้น “ฮัลโหล” เขารับสาย “ผมอยู่ที่นี่” เสียงเก้าดังมาจากอีกฝั่ง “ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง เราจะผ่านมันไปด้วยกัน” “ขอบคุณ” หกพูด “ที่มีคุณอยู่ด้วย” “ตลอดไป” เก้าสัญญา ทั้งคู่คุยกันจนหกเริ่มง่วงและหลับไปพร้อมกับโทรศัพท์ยังเปิดอยู่ เก้าได้ยินเสียงหายใจเป็นจังหวะของหกจากอีกฝั่ง เขายิ้มและค่อยๆ วางโทรศัพท์ลง “นอนหลับฝันดีนะ หกที่รัก” เขาพูดเบาๆ ก่อนจะวางสาย เขารู้ว่าพรุ่งนี้อาจเป็นวันที่ยาก แต่เขาก็รู้ว่าอย่างน้อยพวกเขามีกันและกัน และสำหรับเขา นั่นก็เพียงพอแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD