ตอนที่ 4: กฎ 10 ข้อสำหรับการแกล้งเป็นแฟน

2266 Words
เช้าวันต่อมา แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างห้อง 609 ปลุกหกให้ตื่นด้วยเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นเป็นครั้งที่สาม เขาลูบหน้าลูบตาอย่างงัวเงีย ก่อนจะจำเหตุการณ์เมื่อคืนได้ทั้งหมด มื้อเย็นกับแม่ผ่านไปได้ด้วยดี... ดีเกินคาด หกลุกจากเตียง เดินไปที่ครัวเพื่อต้มกาแฟ ขณะที่กำลังรอน้ำเดือด เขาเห็นซองสีขาวถูกสอดไว้ใต้ประตู เป็นกระดาษโน้ตสีฟ้าอ่อน เขียนด้วยลายมือที่เรียบร้อยแต่มีเอกลักษณ์: หก, เช้านี้คิดว่าต้องมีการประชุมสรุปการแสดงเมื่อคืน และวางแผนต่อ มาทานอาหารเช้าด้วยกันไหม? ผมทำขนมปังปิ้งกับแยมส้ม - เก้า PS. ส่งข้อความตอนตี 2 แล้วว่า ‘กลับถึงบ้านปลอดภัยนะ’ ตามสัญญา หกยิ้ม ไม่ได้คาดว่าเก้าจะทำตามที่พูดจริงๆ เขารีบแต่งตัวง่ายๆ แล้วเดินออกไปยังห้อง 610 เสียงเพลงเบาๆ และกลิ่นหอมของขนมปังปิ้งต้อนรับเขาอีกครั้งเมื่อประตูเปิด “เช้าดีครับ” เก้ายืนอยู่ที่ครัวเล็กๆ ในชุดเสื้อยืดสีเทากับกางเกงขาสั้น ดูสบายๆ “เข้ามาเลยครับ” ห้อง 610 ในตอนเช้ามีบรรยากาศที่แตกต่างจากตอนกลางคืน แสงแดดส่องผ่านผ้าม่านโปร่ง ทำให้ห้องดูสว่างและอบอุ่น “ผมทำกาแฟไว้แล้วด้วย” เก้าชี้ไปที่กาแฟสองแก้วบนโต๊ะอาหาร “นมกับน้ำตาลตรงนั้นนะครับ” “ขอบคุณ” หกนั่งลง “เช้านี้คุณทำอะไร?” “ปกติผมจะออกกำลังกายเบาๆ แล้วอ่านบท” เก้าตอบพลางนำขนมปังปิ้งมาเสิร์ฟ “แต่วันนี้ต้องวางแผนต่อ” เขานั่งลงตรงข้ามหก “ก่อนอื่น การแสดงเมื่อคืน... คุณคิดว่าเป็นยังไง?” หกหยิบขนมปังปิ้งมากัดคำหนึ่งก่อนตอบ “คุณทำได้ดีมาก แม่ชอบคุณ” “ไม่ใช่ผม แต่เป็นเรา” เก้าแก้ไข “คุณก็ทำได้ดีตอนที่ตอบคำถามเรื่องงานสถาปนิก” “แต่แม่สังเกตเห็นว่าเราไม่มีรูปด้วยกันบนตู้เย็นหรือในห้อง” หกบอก “โอ้! เรื่องนั้น” เก้ายืนขึ้นไปหยิบกรอบรูปสองอันมา “ผมเตรียมมาแล้ว” ในกรอบรูปคือรูปที่พวกเขาถ่ายกันเมื่อสองวันก่อน—รูปหนึ่งถ่ายที่ระเบียง อีกรูปถ่ายในครัว “คุณสามารถวางกรอบรูปนี้ในห้องคุณ” เก้าบอก “และผมจะวางอีกรูปในห้องผม” “ดีมาก” หกพยักหน้า “แล้ว... ถ้าแม่มาอีก?” “เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์” เก้าพูดพลางหยิบสมุดบันทึกมา “ผมร่างกฎ 10 ข้อสำหรับการแกล้งเป็นแฟนไว้แล้ว อยากให้เราช่วยกันปรับปรุง” หกมองสมุดที่เก้าเปิดออก: กฎ 10 ข้อสำหรับการแกล้งเป็นแฟน (ฉบับร่างโดยเก้า) 1. กฎแห่งความสมจริง: ต้องทำตัวเหมือนแฟนกันจริงในที่สาธารณะและต่อหน้าคนรู้จัก 2. กฎการสื่อสาร: แจ้งให้อีกฝ่ายทราบก่อนถ้ามีแผนจะใช้ ‘สถานะแฟน’ 3. กฎการปกป้องภาพลักษณ์: ไม่ทำอะไรที่ทำร้ายภาพลักษณ์ของอีกฝ่าย 4. กฎแห่งความเป็นส่วนตัว: ไม่เปิดเผยความลับส่วนตัวของอีกฝ่าย 5. กฎการไม่สร้างปัญหา: ไม่ใช้สถานะแฟนในการเรียกร้องหรือสร้างข้อได้เปรียบ 6. กฎการมีขอบเขต: ไม่จับต้องกันโดยไม่จำเป็น (จับมือ/โอบไหล่ได้ถ้าจำเป็น) 7. กฎแห่งเวลา: ความสัมพันธ์ปลอมนี้จะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน (หนึ่งเดือนนับจากนี้) 8. กฎการเลิกราอย่างสันติ: เมื่อถึงเวลาสิ้นสุด ทั้งคู่จะเลิกรากันโดยไม่สร้างความเสียหาย 9. กฎการไม่หลง: จำไว้ว่านี่คือการแสดง ไม่ใช่ความสัมพันธ์จริง 10. กฎแห่งมิตรภาพ: หลังเลิกรา ทั้งคู่จะยังคงเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน หกอ่านข้อความอย่างละเอียด “ละเอียดดี” “ผมคิดว่าข้อ 6 อาจต้องปรับ” เก้าพูด “บางสถานการณ์อาจต้องโอบไหล่หรือจับมือ” “จริง” หกพยักหน้า “และข้อ 9... ‘กฎการไม่หลง’ ฟังดูแรงไปไหม?” “แต่จำเป็น” เก้าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เราต้องเตือนตัวเองตลอดเวลาว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง” หกรู้สึกแปลกใจกับความจริงจังของเก้า “คุณ... เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน?” เก้าหยุดนิ่งไปชั่วครู่ “ครั้งหนึ่งผมเคยแสดงเป็นแฟนปลอมให้เพื่อนในวงการเหมือนกัน มันจบไม่สวยเพราะเพื่อนคนนั้นเริ่มรู้สึกจริง” “เกิดอะไรขึ้น?” “เราเลิกคบกันทั้งในและนอกจอ” เก้าตอบสั้นๆ “นั่นคือเหตุผลที่ผมต้องการกฎชัดเจน**” หกพยักหน้าเข้าใจ “โอเค เรามาเพิ่มรายละเอียดกัน” พวกเขาใช้เวลาอีกหนึ่งชั่วโมงในการปรับปรุงกฎ เพิ่มข้อย่อยและข้อยกเว้น: · ข้อยกเว้นข้อ 6: สามารถจับมือ โอบไหล่ หรือโอบกอดเบาๆ ได้ในสถานการณ์ต่อไปนี้: ต่อหน้าครอบครัว, ในที่สาธารณะที่มีคนรู้จัก, หรือเมื่อจำเป็นต้องแสดงความใกล้ชิด · เพิ่มข้อ 11: กฎแห่งความยืดหยุ่น: สามารถปรับกฎได้หากทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน “แล้วเรื่องการสื่อสารกันในชีวิตประจำวันล่ะ?” หกถาม “ถ้าแม่โทรมาถามว่าเราทำอะไรอยู่?” “เราควรมีข้อมูลพื้นฐานร่วมกัน” เก้าพูด “เช่น ตารางงานคร่าวๆ ของกันและกัน” “ผมทำงานวันจันทร์ถึงศุกร์ ส่วนใหญ่กลับบ้านเวลาหกโมงเย็น” หกบอก “เว้นแต่มีประชุมด่วน” “ผมไม่มีตารางที่แน่นอน” เก้าพูด “บางวันถ่ายตั้งแต่เช้ามืด บางวันว่างทั้งวัน แต่ปกติถ้าไม่มีงาน ผมจะอยู่บ้านอ่านบทหรือออกกำลังกาย” “แล้วเราควรส่งข้อหากันบ่อยแค่ไหน?” เก้าคิดครู่ “ไม่ต้องมาก แต่ก็ไม่ใช่น้อยเกินไป อาจส่งข้อความถามว่าทานข้าวหรือยัง เวลากลับบ้านดึก หรือแชร์เรื่องเล็กๆ น้อยๆ” “อย่างเช่น?” หกถาม “เช่น...” เก้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและส่งข้อความให้หก เก้า: เช้านี้คุณหกทานกาแฟหรือยัง? ผมทำกาแฟหอมมากที่ห้อง หกมองโทรศัพท์ที่ดังขึ้น แล้วก็ยิ้ม “แบบนี้เหรอ?” “ใช่” เก้าพยักหน้า “ฟังดูเป็นเรื่องธรรมดาที่แฟนกันเขาจะคุย” “แล้วเราควรมีชื่อเรียกกันแบบพิเศษไหม?” หกถาม “เพื่อนผมบางคนเรียกแฟนว่า ‘ที่รัก’ หรือชื่อเล่น” เก้าทำหน้าคิด “เราใช้ชื่อจริงกันดีกว่า ฟังดูเป็นธรรมชาติกว่า” “ตกลง” “และเราควรมี ‘เรื่องเล่า’ เพิ่มเติม” เก้าพูด “เผื่อแม่ถามรายละเอียดเพิ่ม” “เช่นอะไร?” “เช่น...” เก้าจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง “ครั้งแรกที่คุณมาหาผมที่ห้อง คุณลืมกุญแจบ้าน แล้วผมให้คุณรอในห้องระหว่างที่คุณรอช่างกุญแจ” “จริงๆ ด้วย!” หกจำได้ “เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว” “ใช่ แล้วเราก็นั่งคุยกันถึงหนังเรื่องโปรด” เก้าเสริม “นั่นคือตอนที่เรารู้ว่าทั้งคู่ชอบวงฟ้าสาง” “ดีมาก” หกพยักหน้า “เรื่องจริงผสมกับเรื่องที่สร้างขึ้น” “ยิ่งมีส่วนที่เป็นจริงมากเท่าไหร่ ยิ่งน่าเชื่อถือมากขึ้นเท่านั้น” เก้าพูดด้วยน้ำเสียงของผู้มีประสบการณ์ พวกเขาคุยกันต่อจนกาแฟแก้วที่สองเย็นชืด ขนมปังปิ้งหมดจาน “มีเรื่องนึงที่ผมกังวล” หกพูดขึ้น “เพื่อนร่วมงานของผม” “คุณไม่ได้บอกใครว่าคุณมีแฟนใช่ไหม?” “ไม่” หกส่ายหัว “แต่ถ้าเขาเห็นเราด้วยกัน...” “เราก็บอกว่าเราเป็นแฟนกัน” เก้าตอบง่ายๆ “คนส่วนใหญ่จะไม่ถามเยอะ” “แต่เพื่อนสนิทของผมอาจถามรายละเอียด” เก้าคิดครู่ “เราสร้างเรื่องราวที่ง่ายๆ และจดจำง่ายสำหรับคนนอก” “เราควรมีเวอร์ชันสั้นๆ สำหรับคนทั่วไป” หกเสนอ “เช่น ‘เราเจอกันที่ร้านกาแฟใกล้คอนโด แล้วก็คบกันมาเดือนนึง’” “ใช่ เรื่องไม่จำเป็นต้องซับซ้อน” เก้าพยักหน้า “ยิ่งเรียบง่ายยิ่งดี” หกมองนาฬิกา “เก้าโมงแล้ว ผมต้องไปทำงาน” “ผมนัดอ่านบทตอนสิบโมง” เก้าก็ลุกขึ้น “แล้วเจอกันเย็นนี้?” “เย็นนี้...” หกคิดเร็ว “ผมจะไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต คุณอยากไปด้วยไหม? เผื่อมีคนเห็นเราด้วยกัน” “ดีเลย!” เก้าตื่นเต้น “นั่นจะช่วยภาพลักษณ์ของผมด้วย” “เจอกันหกโมงครึ่งที่ล็อบบี้?” “ตกลง” หกเดินกลับเข้าห้องตัวเองด้วยความรู้สึกแปลกๆ—เช้านี้เขามีแผนเดทกับเก้า แม้ว่ามันจะเป็นเดทปลอมก็ตาม --- เวลาหกโมงเย็น หกพบเก้ายืนรออยู่ที่ล็อบบี้คอนโดในชุดที่ดูสบายแต่ก็ดูดี—เสื้อโปโลสีขาวกับกางเกงยีนส์ “ตรงเวลาเป๊ะ” เก้ายิ้ม “คุณเตรียมตัวไปช็อปปิ้งดีจัง” หกพูด “การช็อปปิ้งเป็นกิจกรรมของคู่รัก” เก้าพูดพลางเดินไปที่ลิฟต์ “เราควรถือตะกร้าด้วยกัน เดินเลือกของด้วยกัน” ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้คอนโด ทั้งคู่เริ่มกิจกรรม ‘แกล้งเป็นแฟน’ อย่างเป็นทางการ “คุณชอบซีเรียลแบบไหน?” เก้าถามขณะที่ยืนอยู่หน้าร้านซีเรียล “แบบมีผลไม้แห้ง” หกตอบ “แต่คุณ?” “ผมชอบแบบกราโนล่าธัญพืช” เก้าพูดพลางหยิบกล่องหนึ่งลงตะกร้า “เราซื้อทั้งสองแบบแล้วแบ่งกันกินดีไหม?” “ไอเดียดี” พวกเขาเดินต่อไปที่แผนกผักผลไม้ “มะเขือเทศทำอาหารอะไรได้บ้างนะ?” เก้าถาม “ผมทำสปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศเป็น” หกเสนอ “งั้นเราซื้อมะเขือเทศแล้วคุณทำให้ผมทานสิ” เก้ายิ้ม ขณะที่กำลังเลือกมะเขือเทศ หกได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น: “คุณ... คุณคือเก้า จากซีรีส์ ‘รักในร่มไม้’ ใช่ไหม?” ทั้งคู่หันไปพบสาววัยรุ่นสองคนยืนมองพวกเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย “ใช่ครับ” เก้าพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีครับ” “นั่นคือ...” สาวคนหนึ่งมองไปที่หก “นี่คือคุณหกครับ” เก้าแนะนำอย่างเป็นธรรมชาติ “แฟนของผม” สาวทั้งสองส่งเสียงกรี๊ดเบาๆ “ว้าว! ขอถ่ายรูปได้ไหมคะ?” เก้ามองหกด้วยสายตาถามความเห็น “ได้... ครับ” หกพยักหน้า เก้าโอบไหล่หกเบาๆ ขณะที่สาวทั้งสองถ่ายรูป “ขอบคุณมากครับที่ชื่นชอบ” “ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” สาวคนหนึ่งพูดกับหก “ดูแลคุณเก้าให้ดีๆ นะคะ” “ครับ” หกตอบสั้นๆ เมื่อสาวทั้งสองจากไป เก้าถอนหายใจ “ขอโทษนะครับ ผมไม่คิดว่าจะมีคนจับได้” “ไม่เป็นไร” หกบอก “มันช่วยภาพลักษณ์คุณไม่ใช่เหรอ?” “ใช่...” เก้ายิ้ม “รูปน่าจะไปลงโซเชียลมีเดียในไม่ช้า” พวกเขาชำระเงินและเดินกลับคอนโดด้วยถุงของชำสองใบ “รู้สึกแปลกไหม?” เก้าถามขณะที่เดินอยู่ “ที่ถูกเรียกว่าแฟนผม” “นิดหน่อย” หกยอมรับ “แต่ก็โอเค” “ดี” เก้าพยักหน้า “เราเริ่มชินกับบทบาทแล้ว” ที่ลิฟต์ขึ้นคอนโด เก้าจับมือหกเบาๆ “ฝึกไว้” เขากระซิบ หกพยักหน้า คราวนี้เขาไม่สะดุ้งแล้ว เมื่อถึงห้อง 609 หกถาม “คุณอยากมาร่วมทานมื้อเย็นไหม? ผมจะทำสปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศ” เก้ามองหกด้วยความประหลาดใจ “จริงเหรอ?” “เราต้องฝึกใช้เวลาร่วมกัน” หกพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดา “เผื่อแม่โทรมาตรวจสอบ” เก้ายิ้ม “ตกลง ผมจะไปเอาน้ำส้มมาจากห้องผม” อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งคู่นั่งทานสปาเก็ตตี้ที่โต๊ะอาหารในห้อง 609 “อร่อยมาก” เก้าชม “คุณทำอาหารเก่งนะ” “พอได้” หกยิ้ม “ผมอยู่คนเดียวมาตลอด ต้องหัดทำอาหาร” “ทำไมถึงเลือกอยู่คอนโดนี้?” เก้าถาม “ใกล้ที่ทำงาน” หกตอบ “และ... ผมชอบความสงบที่นี่” “ผมก็ชอบ” เก้าพยักหน้า “ที่นี่เงียบดี เหมาะสำหรับการพักผ่อน” พวกเขาคุยกันอย่างสบายๆ เรื่องงาน เรื่องความสนใจ จนกระทั่งเก้าเผลอหาว “ขอโทษครับ” เขาพูด “วันนี้อ่านบทหนักไปหน่อย” “ไม่เป็นไร” หกลุกขึ้น “ผมล้างจานเองได้ คุณกลับไปพักผ่อนเถอะ” “ขอบคุณสำหรับมื้อเย็นนะ” เก้ายิ้ม “แล้วพรุ่งนี้เจอกัน?” “พรุ่งนี้...” หกคิด “ผมจะไปดูหนังกับเพื่อนๆ แต่กลับมาประมาณสามทุ่ม” “โอเค ผมอาจจะส่งข้อความถามว่ากลับถึงบ้านหรือยัง” “ได้ครับ” เมื่อเก้ากลับเข้าห้องตัวเอง หกยืนอยู่ที่ระเบียงอีกครั้ง มองออกไปยังเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสี เช้านี้เขารู้สึกกังวลกับการแกล้งเป็นแฟน แต่ตอนเย็น... มันรู้สึกเป็นธรรมชาติขึ้น มือถือของเขาดังขึ้น—ข้อความจากแม่: แม่: เก้าเป็นคนดีมาก แม่ชอบเขา ดูแลกันและกันนะลูก หกอ่านข้อความแล้วรู้สึกผิดนิดหน่อย แต่ก็รู้สึกโล่งใจที่แม่มีความสุข จากห้องข้างๆ เสียงเพลงดังขึ้นอีกครั้ง—คราวนี้เป็นเพลง ‘แสงสุดท้าย’ ของวงฟ้าสาง หกยิ้ม เขาค่อยๆ เริ่มเข้าใจแล้วว่าเก้าชอบเพลงนี้จริงๆ ไม่ใช่แค่เพราะมันเป็น ‘เพลงของคู่รัก’ ปลอมๆ ของพวกเขา --- ในห้อง 610 เก้านั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เขาเปิดโซเชียลมีเดียและพบรูปที่สาวทั้งสองถ่ายไว้กำลังถูกแชร์อยู่แล้ว แฟนคลับเก้า: นี่คือคุณเก้ากับแฟนหนุ่มหน้าตาดีที่ซูเปอร์มาร์เก็ต! ดูเป็นคู่ที่น่ารักมากๆ 😍 เก้ากดไลค์โพสต์นั้นแล้วปิดโทรศัพท์ เขามองไปที่กรอบรูปที่วางอยู่บนโต๊ะ—รูปที่เขาถ่ายกับหกเมื่อสองวันก่อน “นี่แค่การแสดง” เขาบอกตัวเองอีกครั้ง แต่คราวนี้เสียงในหัวดังก้องน้อยลงกว่าเดิม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD