เช้าวันอาทิตย์ แสงแดดยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างห้อง 609 ปลุกหกให้ตื่นตั้งแต่หกโมงครึ่ง เขาลุกจากเตียงด้วยความตื่นเต้นแปลกๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนเมื่อต้องไปเที่ยวกับใคร
กระเป๋าเดินทางใบเล็กๆ ที่เตรียมไว้เมื่อคืนวางอยู่ข้างประตู ข้างในมีเสื้อผ้าสำหรับสองวัน ชุดว่ายน้ำ กล้องถ่ายรูป (ที่เขาซื้อมาเป็นพิเศษสำหรับทริปนี้) และหนังสือเล่มหนึ่งสำหรับอ่านยามว่าง
เวลาเจ็ดโมงตรง เขาลากกระเป๋าออกไปที่โถงทางเดิน พบเก้ายืนรออยู่แล้วหน้าห้อง 610
“ตรงเวลาเป๊ะ!” เก้ายิ้มสดใสในชุดเสื้อยืดสีฟ้ากับกางเกงขาสั้น ดูพร้อมสำหรับการเดินทาง “เช้านี้สดชื่นดีเนอะ”
“ใช่” หกพยักหน้า “อากาศดีเหมาะแก่การเดินทาง”
เก้ามีกระเป๋าเป้ใบหนึ่งกับกระเป๋าถืออีกใบ “ผมเตรียมของว่างกับน้ำดื่มมาแล้ว”
“เยี่ยม” หกพูด “รถจอดอยู่ชั้นใต้ดิน เราไปกันเถอะ”
ระหว่างที่ลงลิฟต์ไปยังชั้นจอดรถ เก้าหยิบโทรศัพท์ออกมา “ผมมีเพลย์ลิสต์สำหรับการเดินทางแล้วนะ”
“อะไรบ้าง?” หกถาม
“เริ่มจากเพลงสบายๆ สำหรับออกตัว จากนั้นเป็นเพลงสนุกๆ ตอนขับทางไกล และจบด้วยเพลงชิวๆ เมื่อใกล้ถึง” เก้าอธิบาย “รวมถึงเพลงของวงฟ้าสางด้วยแน่นอน”
หกยิ้ม “คุณวางแผนทุกอย่างไว้ดีจริงๆ”
รถของหกเป็นรถซีดานสีเทา ภายในสะอาดและเป็นระเบียบอย่างที่เก้าคาดไว้
“รถคุณสะอาดจัง” เก้าพูดขณะที่เอาของขึ้นรถ
“ผมชอบให้รถสะอาด” หกตอบอย่างเรียบง่าย
เมื่อทั้งคู่ขึ้นรถและคาดเข็มขัดนิรภัย เก้าเชื่อมต่อบลูทูธและเริ่มเพลย์ลิสต์ เพลงสบายๆ ดังขึ้นในรถ
“ไปกันเถอะ” หกพูดพลางขับรถออกจากที่จอด
การเดินทางเริ่มต้นด้วยความเงียบสบายๆ ทั้งคู่ฟังเพลงและมองทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปจากเมืองสู่ชานเมือง
“คุณขับรถเก่งนะ” เก้าชมหลังจากผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง
“ขอบคุณ” หกตอบ “ผมชอบขับรถ มันทำให้รู้สึกผ่อนคลาย”
“สำหรับผมการขับรถทำให้เครียด” เก้ายอมรับ “ผมชอบเป็นผู้โดยสารมากกว่า”
“งั้นวันนี้คุณเป็นผู้โดยสารที่ดีได้เลย” หกพูดพลางยิ้มเล็กน้อย
“รับปากครับ” เก้าทำท่าถามสาบาน
เมื่อขับออกจากกรุงเทพฯ ได้สักพัก บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป ท้องฟ้ากว้างขึ้น ต้นไม้เขียวขจีมากขึ้น
“อยากได้กาแฟไหม?” เก้าถาม “ผมเห็นป้ายข้างหน้ามีร้านกาแฟ”
“ได้ครับ” หกพยักหน้า “พักขาก็ดี”
พวกเขาแวะร้านกาแฟเล็กๆ ริมทาง เก้าสั่งกาแฟเย็นขณะที่หกสั่งอเมริกาโน่ร้อน
“คุณชอบกาแฟขมๆ นะ” เก้าพูดขณะนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่าง
“ผมคิดว่ามันช่วยให้ตื่นตัว” หกตอบ “และไม่ชอบรสหวาน”
“คนละขั้วกับผมเลย” เก้ายิ้ม “ผมชอบหวานๆ เย็นๆ”
“เรารู้แล้วจากตอนที่เจอกันครั้งแรก” หกพูดพลางจิบกาแฟ
“ใช่!” เก้าตื่นเต้น “ฟองเต้าหู้กับไซรัปอัลมอนด์”
ทั้งคู่หัวเราะด้วยกัน เป็นครั้งแรกที่หกรู้สึกผ่อนคลายจริงๆ กับการเป็น ‘คู่’ กับเก้า
กลับมาบนถนนอีกครั้ง คราวนี้เก้าเปลี่ยนเพลงเป็นเพลงสนุกๆ ทำให้บรรยากาศในรถครึกครึ้น
“คุณรู้จักเพลงนี้ไหม?” เก้าถามขณะที่โบกมือตามจังหวะเพลงเบาๆ
“ไม่คุ้น” หกยอมรับ “ผมฟังเพลงไม่ค่อยมาก”
“งั้นผมต้องแนะนำเพลงให้คุณฟังบ้างแล้ว” เก้าพูดด้วยความกระตือรือร้น “มีเพลงดีๆ อีกเยอะเลย”
“ได้ครับ” หกตอบ “คุณดูมีความสุขกับการฟังเพลง”
“เพลงทำให้ชีวิตมีสีสัน” เก้าพูด “เวลาผมเศร้า ผมฟังเพลงสบายๆ เวลามีพลัง ผมฟังเพลงสนุกๆ”
“เหมือนใช้เพลงเป็นตัวควบคุมอารมณ์”
“เป๊ะ!” เก้าพยักหน้า “คุณเข้าใจเร็วดี”
ประมาณเก้าโมงครึ่ง ทั้งคู่ก็ถึงหัวหิน อากาศทะเลเริ่มสัมผัสได้แม้ยังไม่เห็นทะเล
“ได้กลิ่นทะเลแล้ว” เก้าพูดด้วยความตื่นเต้น
“จริงด้วย” หกสูดลมหายใจเข้า “สดชื่นดี”
พวกเขาแวะทานอาหารเช้าที่ร้านอาหารเล็กๆ ใกล้ชายหาด เก้าสั่งข้าวผัดปูขณะที่หกสั่งก๋วยเตี๋ยวหมู
“อาหารอร่อยมาก” เก้าชมหลังทานคำแรก “ทะเลสดจริงๆ”
“คุณมาหัวหินบ่อยไหม?” หกถาม
“บ่อยพอสมควร” เก้าตอบ “เวลาถ่ายงานหรือต้องการพักผ่อน ผมชอบมาที่นี่”
“ผมมาครั้งสุดท้ายตอนเรียนมหา’ลัย” หกบอก “นานมากแล้ว”
“งั้นวันนี้ผมจะเป็นไกด์ให้” เก้าเสนอ “ผมรู้จักที่เที่ยวดีๆ เยอะแยะ”
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ ทั้งคู่ก็ขับรถไปยังรีสอร์ทที่เก้าจองไว้ เป็นรีสอร์ทสไตล์โมเดิร์นที่สงบและเป็นส่วนตัว
“ห้องเราติดกันนะ” เก้าบอกขณะรับกุญแจจากพนักงานต้อนรับ “ผมจองห้อง 201 คุณได้ 202”
“ดีมาก” หกพยักหน้า
ห้องพักกว้างขวางและสะอาด มีระเบียงมองเห็นสระว่ายน้ำและทะเลในระยะไกล
“วิวสวยมาก” หกพูดขณะยืนอยู่ที่ระเบียง
“ใช่ไหมล่ะ” เก้ายืนอยู่ที่ประตูระเบียงห้องตัวเองที่อยู่ติดกัน “ผมชอบที่นี่เพราะเงียบและส่วนตัว”
“คนไม่รู้จักคุณที่นี่เหรอ?” หกถาม
“บางคนรู้” เก้าตอบ “แต่ส่วนใหญ่ปล่อยให้ผมเป็นส่วนตัว ซึ่งผมขอบคุณมาก”
ทั้งคู่แยกกันไปเก็บของในห้อง แล้วนัดพบกันที่ล็อบบี้ในอีกหนึ่งชั่วโมง
ตอนเที่ยงวัน พวกเขาเดินไปชายหาดที่อยู่ห่างจากรีสอร์ทเพียงห้านาที
“ทะเลวันนี้สงบดี” เก้าพูดขณะเดินเท้าเปล่าบนทราย
“ใช่” หกพยักหน้า “อากาศก็ดี ไม่ร้อนเกินไป”
พวกเขาหาที่นั่งใต้ร่มไม้ เก้านอนลงบนผ้าเช็ดตัวที่เตรียมมา “รู้สึกผ่อนคลายสุดๆ”
หกนั่งข้างๆ มองออกไปที่ทะเล “คุณว่ายน้ำไหม?”
“ว่ายได้แต่ไม่เก่ง” เก้าตอบ “คุณล่ะ?”
“พอได้” หกบอก “สมัยเด็กเรียนว่ายน้ำมา”
“งั้นเดี๋ยวเราลงน้ำกัน” เก้าเสนอ “แต่ก่อนอื่น... ถ่ายรูปกันไหม?”
หกพยักหน้า “ใช่ เราต้องมีหลักฐานให้แม่”
เก้าหยิบโทรศัพท์ออกมาและยื่นให้หก “คุณถ่ายให้ผมหน่อยได้ไหม?”
หกรับโทรศัพท์มาและถ่ายรูปเก้าที่กำลังยิ้มให้กับทะเล จากนั้นเก้าก็ยื่นมือออกมา “มาถ่ายด้วยกัน”
เขาดึงหกให้นั่งลงข้างๆ แล้วยกแขนโอบไหล่เบาๆ “ยิ้มหน่อย”
หกพยายามยิ้ม แต่รู้สึก awkward
“ผ่อนคลายๆ” เก้าพูดเบาๆ “คิดถึงเรื่องที่ทำให้เรามีความสุข”
หกคิดถึงแม่ที่ยิ้มเมื่อเห็นเขากับเก้า และเขาก็ยิ้มออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ
คลิก!
“ได้แล้ว” เก้าพยักหน้า “รูปนี้น่ารักมาก”
เขาส่งรูปให้หกดู ทั้งคู่ดูเป็นคู่รักที่มาพักผ่อนด้วยกันอย่างมีความสุข
“แล้วให้ผมถ่ายคุณบ้าง” เก้าพูด “นั่งมองทะเลแบบธรรมชาติดู”
หกทำตาม และเก้าก็ถ่ายรูปเขาอย่างรวดเร็วหลายรูป
“พอดีผมถ่ายรูปเป็นงานอดิเรก” เก้าอธิบาย “เคยคิดจะเป็นช่างภาพมาก่อน”
“จริงเหรอ?” หกสนใจ
“ใช่ แต่การแสดงดึงดูดผมมากกว่า” เก้าพูดพลางนั่งลงข้างๆ หกอีกครั้ง
ทั้งคู่นั่งเงียบๆ ฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่งเป็นเวลานาน
“บางครั้ง” เก้าเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ผมมาที่นี่คนเดียวและนั่งแบบนี้เป็นชั่วโมงๆ”
“ทำไม?”
“เพื่อหาที่ว่างในใจ” เก้าตอบ “ชีวิตนักแสดงบางครั้งวุ่นวาย มีแต่การแสดง การสัมภาษณ์ การประชุม... ที่นี่ทำให้ผมได้เป็นตัวเอง”
หกมองเก้าที่กำลังจ้องมองออกไปที่ทะเลด้วยดวงตาที่ดูจริงจังกว่าปกติ
“คุณเหนื่อยมั้ย?” เขาถาม
“บางครั้ง” เก้ายอมรับ “แต่ผมรักงานนี้ ถึงแม้จะเหนื่อยก็ตาม”
“เหมือนกัน” หกพูด “งานสถาปนิกก็หนัก บางโครงการต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเสร็จ แต่พอเห็นผลงานที่สร้างขึ้น ก็รู้สึกว่าคุ้มค่า”
ทั้งคู่แลกเปลี่ยนเรื่องงานและความฝันต่ออีกพักใหญ่ จนกระทั่งเก้าลุกขึ้น
“ไปว่ายน้ำกันเถอะ!” เขาพูดด้วยความกระตือรือร้น
พวกเขาลงเล่นน้ำด้วยกัน เก้าว่ายน้ำไม่เก่งจริงอย่างที่บอก แต่ก็สนุกกับการเล่นน้ำ ในขณะที่หกว่ายน้ำได้คล่องแคล่วกว่า
“คุณว่ายน้ำเก่งนะ” เก้าชมขณะที่พักอยู่ที่ขอบสระ (พวกเขาเปลี่ยนจากชายหาดมาที่สระว่ายน้ำของรีสอร์ทเพราะปลอดภัยกว่า)
“ขอบคุณ” หกตอบ “คุณก็สนุกกับการเล่นน้ำดี”
“น้ำทำให้ผมรู้สึกเป็นอิสระ” เก้าพูดพลางลอยตัวบนน้ำ
หลังจากว่ายน้ำเสร็จ ทั้งคู่กลับมาที่ชายหาดอีกครั้งเพื่อชมพระอาทิตย์ตก
“พระอาทิตย์ตกที่นี่สวยมาก” เก้าบอกขณะนั่งบนผ้าเช็ดตัว
“รอคอยไม่ไหวแล้ว” หกพูด
พวกเขานั่งรออย่างใจเย็น จนกระทั่งดวงอาทิตย์เริ่มลาลับขอบฟ้า ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้ม แดง และม่วง
“สวย...” หกพูดออกมาด้วยความประทับใจ
“ใช่” เก้าพยักหน้า “ทุกครั้งที่เห็นก็ยังรู้สึกประทับใจเหมือนเดิม”
เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปพระอาทิตย์ตก แล้วก็หันมาถ่ายรูปหกที่กำลังมองพระอาทิตย์ตกด้วยสีหน้าที่อ่อนโยน
“คุณชอบพระอาทิตย์ตกเหรอ?” เก้าถาม
“ชอบ” หกตอบ “มันทำให้รู้สึกว่า... ทุกอย่างจะดีขึ้น ไม่ว่าวันนี้จะเป็นยังไง พรุ่งนี้ก็มีโอกาสเริ่มใหม่”
เก้ามองหกด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย “คุณเป็นคนโรแมนติกนะ”
หกรู้สึกหน้าแดง “ไม่ใช่...”
“ใช่” เก้ายืนยัน “คนที่คิดแบบนั้นคือคนโรแมนติก”
ทั้งคู่หัวเราะด้วยกัน แล้วก็กลับมามองพระอาทิตย์ตกต่อในความเงียบ
มือของเก้าค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้มือหก จนกระทั่งนิ้วแตะกันเบาๆ
หกมองลงไปที่มือ แล้วก็มองขึ้นมาที่หน้าเก้า
“สำหรับรูป” เก้ากระซิบ “เพื่อให้ดูสมจริง”
หกพยักหน้า แล้วก็ปล่อยให้เก้าจับมือเขาไว้
ความอบอุ่นจากมือเก้าแผ่ซ่านเข้ามาในมือเขา เป็นความรู้สึกที่ทั้งแปลกและ... สบาย
พระอาทิตย์ตกลงไปใต้ขอบฟ้าในที่สุด ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเทาๆ
“หิวแล้ว” เก้าพูดพลางลุกขึ้น “เราไปทานอาหารเย็นกันเถอะ”
“ดีครับ” หกลุกขึ้นตาม “คุณจองร้านไหนไว้?”
“ร้านอาหารทะเลเล็กๆ ที่ผมชอบ” เก้าบอก “เดินจากที่นี่ไปเพียงสิบนาที”
พวกเขาเดินกลับไปที่รีสอร์ทเพื่ออาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไปทานอาหารเย็น
“เจอกันที่ล็อบบี้ตอนหนึ่งทุ่มนะ” เก้าพูดก่อนแยกกันที่หน้าห้อง
“ได้ครับ” หกพยักหน้า
เมื่อกลับเข้าห้องตัวเอง หกยืนอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งและมองตัวเองในกระจก
เขาเห็นรอยยิ้มเล็กๆ บนใบหน้าของตัวเอง
“นี่แค่การแสดง” เขาบอกตัวเองอีกครั้ง แต่คราวนี้เสียงในหัวดูเบากว่าปกติ
เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแลคส์สีน้ำเงิน เมื่อมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง เขารู้สึกว่าเขาดูดีกว่าปกติ
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
หกเปิดประตูพบเก้ายืนอยู่ตรงหน้าในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนกับกางเกงขาว ดูสง่างามและเป็นทางการเล็กน้อย
“คุณ... ดูดีนะ” หกพูดออกมา
“คุณก็เหมือนกัน” เก้ายิ้ม “สีขาวกับน้ำเงินเหมาะกับคุณ”
“ขอบคุณ” หกตอบ “เราไปกันเถอะ”
ค่ำคืนที่หัวหินกำลังจะเริ่มต้น และทั้งคู่ต่างรู้สึกว่ามีบางอย่างระหว่างพวกเขาเริ่มเปลี่ยนแปลงไป
บางอย่างที่ละเอียดอ่อน แต่แข็งแกร่งพอที่จะรู้สึกได้